วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เตือนพายุ'มูจีแก' จ่อถล่ม32จังหวัด

เตือนพายุ'มูจีแก' จ่อถล่ม32จังหวัด

  • Share:

สั่งเตรียมรับมือ นํ้าท่วมฉับพลัน กทม.ยังวิกฤติ!

พายุโซนร้อน “มูจีแก” เริ่มแผลงฤทธิ์ ฝนถล่มหนักหลายจังหวัด โคราชน้ำเอ่อล้นคลอง ทะลักท่วมกลางเมืองปากช่อง ส่วน อ.บัวใหญ่ พายุซัดต้นไม้โค่นพาดสายไฟดึงเสาไฟฟ้าหักโค่น 8 ต้น ชัยภูมิฝายแตกรอบสาม น้ำท่วม 2 ตำบลพื้นที่เกษตรเสียหายกว่าพันไร่ ลพบุรีอ่วมหนัก น้ำป่าจากเขาไหลลงห้วยเอ่อล้นท่วมพื้นที่ต่ำถนนกลางเมืองระบายนํ้าไม่ทัน ชาวนาอ่างทองเร่งสูบน้ำออกจากนาหวั่นต้นข้าวล้มจมน้ำเสียหาย ขณะที่เมืองกรุงยังชุ่มฉ่ำฝนถล่มต่อเนื่องวันที่สอง น้ำท่วมขังถนนหลายจุด ปภ.เตือน 32 จังหวัดเสี่ยงเผชิญน้ำป่า-ดินถล่ม สั่งเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.

อิทธิพลของพายุโซนร้อน “มูจีแก” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน กำลังจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำและขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเมื่อตอนเช้ามืดวันที่ 3 ต.ค. นายคมกฤษณ์ ลิ้มปัญญาเลิศ นายกเทศมนตรีเมืองปากช่อง จ.นครราชสีมา นำกำลังออกตรวจน้ำในคลองอุบากันต์ที่ไหลผ่านกลางเมืองปากช่อง ข้างศูนย์การค้าตลาดสดมิตรภาพ หรือตลาดแขก เอ่อล้นเข้าท่วมถนนคู่ขนานถนนมิตรภาพ สูงประมาณ 20-30 ซม. นอกจากนี้ น้ำยังท่วมบ้านเรือนราษฎรริมลำคลองปางแก หลังร้านอาหารองุ่นป่า นายคมกฤษณ์กล่าวว่า น้ำท่วมถนนเกิดจากฝนตกหนักตั้งแต่ 01.00-04.00 น. นานกว่า 3 ชม. สาเหตุเกิดจากมีขยะและเศษกิ่งไม้ใบไม้ในลำคลองทำให้น้ำไหลไม่สะดวก แต่ก็ท่วมไม่นาน หลังเข้าสู่ภาวะปกติได้จัดเจ้าหน้าที่ออกเก็บเศษขยะพร้อมช่วยทำความสะอาดถนนและบ้านเรือนประชาชน

ต่อมาเวลา 09.00 น. ร.ต.อ.เสริมศักดิ์ มุ่งเงินทอง พงส.สภ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุต้นไม้ใหญ่ถูกพายุพัดโค่นล้มไปพาดสายไฟฟ้าทำให้เสาไฟฟ้าโค่นล้มระเนนระนาด 8 ต้น ริมถนนรถไฟ 1 บริเวณวงเวียนสวนสุขภาพ จึงรายงานให้ พ.ต.ท.วีระ พายอินทร์ สวป. นายทรงเกียรติ ลิ้มวงศ์ยุติ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองบัวใหญ่ พร้อมชุดกู้ภัยเทศบาลเมืองบัวใหญ่ กู้ภัยบัวใหญ่ “เต็กก่า” จีหลักเกาะ เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าบัวใหญ่ไปตรวจสอบ พบต้นจามจุรีขนาด 4 คนโอบอายุกว่าร้อยปี ถูกพายุฝนซัดจนโค่นล้มทับสายไฟฟ้าขาดสะบั้น เสาไฟฟ้าโค่นล้ม 8 ต้น สายไฟฟ้าตกใส่ถนนเป็นหลุมและไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ต่อมาเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำเลื่อยตัดต้นไม้ที่ล้มขวางถนนพร้อมเร่งติดตั้งเสาและเดินสายไฟฟ้าเพื่อจ่ายกระแสไฟให้ชาวบ้าน โชคดีที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จ.ชัยภูมิ หลังเกิดฝนตกหนักตลอดคืนจนเกิดน้ำป่าจากเทือกเขาพังเหยไหลลงสู่ลำห้วยเชียงทา ลำห้วยตากลานและลำห้วยระเหว บรรจบกันผ่านบริเวณประตูระบายน้ำฝายพระอาจารย์จื่อ (ลำเชียงทา) เป็นฝายขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน เขตรอยต่อ ต.โคกสะอาด กับ ต.หนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกน้ำป่าซัดแตกเสียหายมาแล้ว 2 ครั้ง และวันเดียวกันนี้จุดเดิมก็ถูกน้ำป่าทะลักลงมาซัดฝายแตกซ้ำเป็นครั้งที่ 3 ทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านทั้ง 2 ตำบลได้รับความเสียหายกว่า 1,000 ไร่ นายเบง โคละมาส อายุ 77 ปี ชาวบ้านที่ทำนาอยู่ใกล้ฝายเผยว่า ก่อนที่ฝายจะแตกมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเย็นต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ทำให้มีน้ำป่าจากเทือกเขาพังเหยไหลมาบรรจบกันบริเวณดังกล่าวจนทำให้ฝายแตกเป็นครั้งที่ 3 ในช่วง 1 เดือนเศษ วอนให้ ผวจ.คนใหม่เร่งออกมาช่วยแก้ไขปัญหาฝายแตกซ้ำซากและไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งเป็นการด่วนด้วย

จ.จันทบุรี น้ำป่าจากเทือกเขาสระบาปและน้ำตกคลองนารายณ์ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน สวนผลไม้ และนาข้าว พื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองสระบาปและคลองเตยบางส่วนของหมู่ 4 หมู่ 7 และ หมู่ 11 ต.คลองนารายณ์ อ.เมืองจันทบุรี ได้รับผลกระทบราว 20 หลังคาเรือน เบื้องต้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งประสานสำนักงานชลประทานให้เปิดคลองบายพาสตามแนวพระราชดำริ ให้ระบายน้ำลงทะเลจนทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากพื้นที่เสี่ยงภัยแห่งนี้เกิดขึ้นเป็นรอบที่ 3 ของปีนี้ ชาวบ้านเตรียมตัวได้ดี ไม่ผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ถึงแม้น้ำป่าจะมาในช่วงกลางดึก

จ.ลพบุรี ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายภาณุ แย้มศรี ผวจ.ลพบุรี พ.ต.อ.ณัชภูมิ วรรณวิไล ผกก.สภ.เมืองลพบุรี นำกำลัง อส. ทหาร และตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี ไปอำนวยการจราจรและช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมบริเวณสี่แยก รพ.อานันทมหิดล ถนนพหลโยธิน ต.เขาสามยอด อ.เมืองลพบุรี ระดับนํ้าบนถนนสูงประมาณ 50 ซม. รวมทั้งตลาดสดเสาธง บ้านเรือนในเขตวัดดงสวองและใกล้เคียงถูกน้ำท่วมกว่า 500 หลัง ชาวบ้านต้องขนของหนีน้ำกันชุลมุน สาเหตุเกิดจากน้ำป่าที่ไหลลงมาจากภูเขาในเขตพื้นที่ทหาร เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำเอ่อล้นจากห้วยอีเห็น ในศูนย์การทหารปืนใหญ่ ต.เขาพระงาม ไหลลงท่วมพื้นที่ต่ำ ประกอบกับท่อระบายน้ำอุดตัน ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน ต่อมาเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองเขาสามยอด ร่วมกับหน่วยทหารนำกำลังออกเก็บสิ่งปฏิกูลที่ค้างอยู่ที่ท่อระบายน้ำ บริเวณสี่แยก รพ.อานันทมหิดล เพื่อให้น้ำระบายลงสู่คลองชลประทานชัยนาท-ป่าสักได้สะดวก

นายภาณุ แย้มศรี ผวจ.ลพบุรี กล่าวว่า น้ำที่เข้าท่วมเป็นน้ำฝนที่ตกลงมาในเขต อ.เมืองลพบุรี มีปริมาณ 117.9 มม. น้ำป่าที่ไหลมาจากภูเขาในพื้นที่ทหาร และน้ำล้นออกมาจากลำห้วยอีเห็น ประกอบกับท่อระบายน้ำมีสิ่งปฏิกูลอุดตัน ทำให้น้ำระบายไม่ทัน ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขพร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้ ถ้ามีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องอีกก็สามารถสูบน้ำได้ทันที น้ำที่ไหลมาท่วมครั้งนี้เป็นเพียงน้ำผ่านเท่านั้น ไม่มีการท่วมขังแต่อย่างใด

จ.อ่างทอง ฝนที่ตกหนักทำให้ชาวนาต้องเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่นาข้าวเพื่อไม่ให้ต้นข้าวเสียหาย โดยนายเฉลิม ชูเอี่ยม อายุ 62 ปี ชาวนาหมู่ 6 ต.ท่าช้าง อ.วิเศษชัยชาญ เผยว่า ทำนา 23 ไร่ใกล้เก็บเกี่ยวอีกไม่เกิน 2 วัน หลังฝนตกติดต่อกันมาหลายวันได้สูบน้ำออกจากนาข้าวหวังเก็บเกี่ยว แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาฝนตกหนักถึงเช้า ส่งผลข้าวในนาล้มจมน้ำ ต้องเร่งสูบน้ำออก หากล่าช้ามีหวัง ข้าวเน่าเสียหายขายไม่ได้ราคาเพราะความชื้นสูง หากฝนตกลงมาเพิ่มอีกคงเก็บเกี่ยวไม่ได้ ด้านนายทรงยศ มะกรูดทอง อายุ 62 ปี อดีตกำนันตำบลเทวราช อ.ไชโย เผยว่า พายุฝนเทกระหน่ำลงมาตลอดทั้งคืน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนหลายหลังที่หมู่ 1 ประสบภาวะน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะโรงเรือนที่ปลูกผักปลอดสารพิษ ต้องเร่งขุดทำทางระบายน้ำออก หากทิ้งไว้เกรงว่าพืชผักเน่าเสียหายแน่นอน

จ.สระบุรี ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า มีลูกเสือและเนตรนารี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนหอวัง กทม. จำนวน 780 คน ครู 30 คน มาเข้าค่ายในค่ายลูกเสือหัตถวุฒิ หมู่ 4 ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. กำหนดกลับวันเดียวกันนี้ ปรากฏว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกหนักทำให้น้ำในคลองมวกเหล็กสูงขึ้น ทางเข้าค่ายลูกเสือเป็นเส้นทางรถจะต้องวิ่งข้ามฝายน้ำเข้าไปในค่ายมีระดับน้ำสูงขึ้นประมาณ 30 ซม. และไหลเชี่ยว รถบัสที่มารับส่ง คณะลูกเสือและเนตรนารีไม่กล้าขับข้ามไปรับ ต่อมา นายถวัลย์ อุดมสิน อายุ 60 ปี ผู้จัดการค่ายลูกเสือจึงนำรถบรรทุก 6 ล้อมารับคณะลูกเสือเนตรนารีและครู ลำเลียงออกไปส่งขึ้นรถบัสที่จอดอยู่อีกฝั่งอย่างปลอดภัย หลังติดอยู่อีกฝั่งนานกว่า 2 ชม. นายถวัลย์เผยว่า เมื่อมีฝนตกหนัก น้ำในฝายจะสูงขึ้นถือเป็นเรื่องปกติ สำหรับพื้นที่ในค่ายลูกเสือมีประมาณ 90 ไร่ และเส้นทางเข้าออกเป็นทางเดียว จึงนำรถบรรทุกมารับทั้งหมดข้ามออกไปส่งขึ้นรถบัสเดินทางกลับ

นายเอกศิษฐ์ ศักดิ์ดีธนาภรณ์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท กล่าวว่า สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะนี้ที่จุดวัดน้ำ C13 เหนือเขื่อนปัจจุบันอยู่ที่ 16.31 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่งเพียง 0.03 ม.รทก. ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสูงกว่าตลิ่ง หากยังมีผลกระทบจากพายุเช่นนี้ทุกวัน ขอเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังและดูสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากขณะนี้น้ำขึ้น แต่หากถึงเวลาน้ำลงอาจจะเกิดเหตุบ้านทรุด บ้านพัง เหมือนกับหลายๆหลังในช่วงภัยแล้งที่ผ่านมา ส่วนเกษตรกรควรไตร่ตรองให้ดีหากจะทำนา เพราะช่วงนี้ฝนตก ลงมาเยอะก็จริง แต่หากหมดพายุเมื่อไร สถานการณ์น้ำอาจจะไม่เพียงพอต่อการเกษตร ควรเตรียมรับมือกับภัยแล้งไว้อีกทางเพื่อไม่ให้ผลผลิตเสียหาย

ส่วนสถานการณ์ฝนถล่มกรุงติดต่อกันเป็นวันที่สอง หลังเกิดฝนตกหนักทั่วกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ส่งผลให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขัง รถติดวินาศสันตะโร ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม. แจ้งว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จนถึงช่วงเช้าวันที่ 3 ต.ค. พื้นที่กรุงเทพมหานครมีฝนตกปานกลางถึงหนัก ปริมาณสูงสุดที่จุดวัดสำนักงานเขตบางรัก 100.5 มม. แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง 83.5 มม. สำนักงานเขตพญาไท 81.5 มม. สำนักงานเขตจตุจักร 79.0 มม. ส่งผลให้มีน้ำท่วมถนนสายหลักและรอการระบายน้ำ อาทิ ถนนวิภาวดีฯ ช่วงสนามบินดอนเมือง ถนนวัดเวฬุวนาราม ย่านดอนเมือง ถนนรัชดาฝั่งขาเข้า ถนนงามวงศ์วาน ดินแดง ถนนแจ้งวัฒนะ ช่วงหน้าโลตัสทั้งสองฝั่ง สูงประมาณ 10-15 ซม. และยังส่งผลให้สภาพการจราจรมีรถมากเคลื่อนตัวช้า ในพื้นที่ กทม.ยังคงมีน้ำขังบริเวณถนนที่รอการระบายน้ำ 4 จุด ประกอบด้วย เขตจตุจักร ถนนรัชดาภิเษก บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ เขตหลักสี่ ถนนงามวงศ์วาน บริเวณหน้าตลาด พงษ์เพชร ถนนงามวงศ์วาน บริเวณซอยชินเขตและถนนงามวงศ์วาน หน้าปั๊มคาลเท็กซ์

ขณะที่สำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร แจ้งว่า สภาพอากาศเมื่อเวลา 07.00 น. มีฝนตกพื้นที่ กทม.ตอนบนและด้านตะวันออกทั้งหมด ก่อนเคลื่อนตัวเข้าพื้นที่ชั้นในแนวโน้มคงที่ ทั้งนี้ปริมาณฝนตกหนักดังกล่าวได้รับอิทธิพลมาจากพายุโซนร้อน “มูจีแก” มีผลกระทบต่อประเทศไทยไปจนถึงวันที่ 6 ต.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 20-30 ซม. ยาวประมาณ 200 ม. ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ใกล้แยกรัชดา-ลาดพร้าว สภาพการจราจรติดขัดในฝั่งขาเข้า ส่วนฝั่งขาออกยังใช้การได้ปกติ มีตำรวจและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตระดมกำลังเร่งสูบน้ำออกจากพื้นผิวการจราจร ก่อนสภาพการจราจรเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนในพื้นที่อื่นๆ อาทิ ห้วยขวาง ลาดพร้าว บางเขน บางซื่อ คลองเตย มีหน่วยกำลังทหารเข้าร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อำนวยความสะดวกการจราจรและช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนด้วย

ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนว่า พายุโซนร้อน “มูจีแก” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์ กลางอยู่ที่ละติจูด 18.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 115.0 องศาตะวันออก มีความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำและขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 4-5 ต.ค. จะส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงวันที่ 4-6 ต.ค. โดยบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการติดตามสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “มูจีแก” อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มได้ จึงประสาน 32 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง แยกเป็นภาคเหนือ 13 จังหวัด ประกอบด้วย พิษณุโลก ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา น่าน และแพร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย และอุดรธานี ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 5 จังหวัด ประกอบด้วย ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย จัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด หมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติจะได้อพยพหนีภัยทันท่วงที ชาวเรือและชาวประมงควรระมัดระวังในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ทั้งนี้ประชาชนที่ประสบภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้