วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สธ.เตือนปชช. ระวัง 'มือเท้าปาก'คาดปีนี้แนวโน้มพบผู้ป่วยรุนแรงขึ้น

สธ.เตือนปชช. ระวัง 'มือเท้าปาก'คาดปีนี้แนวโน้มพบผู้ป่วยรุนแรงขึ้น

  • Share:

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เผย โรคมือเท้าปาก ในปีนี้พบเชื้อก่อให้เกิดอาการรุนแรง มีสัดส่วนสูงกว่าทุกปี คาด มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น แนะผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากผิดปกติรีบพบแพทย์...

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 58 กรมควบคุมโรค เฝ้าระวังโรคมือเท้าปาก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-8 ก.ย. 58 พบผู้ป่วย จำนวน 26,407 ราย เสียชีวิต 3 ราย พบผู้ป่วยในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้จำนวนมาก ในเด็กเล็กอายุแรกเกิด-4 ปี ที่สำคัญในปีนี้ พบว่า เชื้อก่อให้เกิดอาการรุนแรง (EV71) มีสัดส่วนสูงกว่าทุกปี เมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา คาดว่าในช่วงฤดูฝนนี้จะมีแนวโน้มพบผู้ป่วย โรคมือเท้าปาก เพิ่มมากขึ้น 

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เผยถึง มาตรการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก กับทางทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า โรคมือเท้าปาก เกิดจากเชื้อไวรัส เจริญเติบโตในลำไส้ของคน จากนั้นจะถ่ายออกมาเป็นอุจจาระ และเข้าสู่ร่างกายทางปาก และจะกลับไปเจริญเติบโตในลำไส้ เป็นวงจร จะติดต่อจากคนสู่คน โดยการสัมผัสใกล้ชิด ระยะเวลาในการฟักตัวอยู่ที่ 3-5 วัน โดยจะมีอาการไข้ไม่สูงมาก มีตุ่มขึ้นที่เท้าและปาก ซึ่งธรรมชาติของโรคนี้ถ้าไม่รักษาทันที ประมาณร้อยละ 90 จะหายเอง ส่วนร้อยละ 10 อาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ หรืออาการทางสมอง บางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนใหญ่พบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

ทั้งนี้ โรคมือ เท้า ปาก ยังไม่มีวัคซีนกับยารักษาโรคโดยเฉพาะ เช่นเดียวกับไข้เลือดออก มาตรการการป้องกันที่สำคัญ คือ ต้องดูแลสุขอนามัยและอย่าคลุกคลีกับผู้ป่วย โดยเฉพาะโรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็ก จำเป็นต้องคัดกรองและตรวจเด็กนักเรียน โดยสังเกตมือ เท้า และปาก หากพบว่า ผิดปกติ ต้องรีบให้กลับบ้าน เพื่อยุติการแพร่เชื้อโรคกับบุคคลอื่น ในกรณีที่มีเด็กป่วยมากกว่า 2 คนในห้องเรียนเดียวกัน จำเป็นที่จะต้องปิดห้องเรียนเพื่อทำความสะอาด หรือหากพบเด็กป่วยจำนวนมาก ต้องปิดโรงเรียน อาจใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาฟอกขาวธรรมดาทำความสะอาด ของใช้ และภายในห้องเรียน ควรเปิดให้มีอากาศถ่ายเท แสงแดดส่องเข้าถึง เป็นการทำลายเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี

จึงขอแนะนำให้ผู้ปกครองดูแลและสังเกตอาการบุตรหลานของท่าน หากพบว่ามีไข้ ร่วมกับแผลในปาก และตุ่มที่มือหรือเท้า ประกอบกับมีไข้สูง อาเจียน หรือซึม ต้องรีบพาไปพบแพทย์ หากอยู่ในชุมชนเดียวกัน ควรระมัดระวังไม่ให้บุตรหลานไปเล่นในสนามเด็กเล่นหรือคลุกคลีกับผู้ป่วย สอบถามเพิ่มเติมโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้