วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดไฟฉุกเฉินวิ่งตอนฝนตกอันตรายนะครับ

เปิดไฟฉุกเฉินวิ่งตอนฝนตกอันตรายนะครับ

  • Share:

ฝนตกหนักทีไรรถติดกันทั้งเมือง น้ำที่ท่วมขังในบางจุดทำให้การใช้รถในกรุงเทพมหานครกลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสุดๆ เมื่อฝนตก หลายคนทำการลดความเร็วซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ความเร็วที่ใช้ไม่ควรสูงเกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากวิ่งอยู่บนไฮเวย์หรือบนถนนที่ค่อนข้างโล่ง หากมีน้ำท่วมขัง ความเร็วที่ไม่สูงมากจนเกินไปจะช่วยทำให้คุณอยู่รอดปลอดภัยจากอาการเหินน้ำที่ทำให้รถเสียหลักเสียอาการ มายิ่งเร็วมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งออกอาการมากเท่านั้น


ฝนตกหนักแต่จะต้องไปให้ถึงจุดหมาย กลัวรถคันอื่นๆที่ใช้ทางร่วมกันขณะฟ้ารั่วมองไม่เห็นจากฟ้าฝนที่กระหน่ำอย่างหนักหน่วงแบบไม่ลืมหูลืมตา ด้วยความที่กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ ก็เลยกดไฟฉุกเฉินผ่าหมากวาบๆ พร้อมกับวิ่งไปด้วย การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับการใช้ไฟชนิดนี้ เมื่อเปิดไฟฉุกเฉินและต้องการเปิดไฟเลี้ยวจะให้ผู้ที่ขับตามมาหรือรถคันข้างหล้งไม่ทราบว่าคุณกำลังจะเลี้ยวเปลี่ยนทิศทาง แม้จะเปิดไฟเลี้ยวแล้วแต่ดันลืมปิดสวิตช์ไฟฉุกเฉินก่อนยกสัญญาณไฟเลี้ยว ไฟเลี้ยวของรถคุณก็ยังเป็นไฟฉุกเฉินอยู่นั่นเอง คราวนี้ก็ตัวใครตัวมันหากคันที่ตามหลังมาเป็นรถบรรทุกล้อเยอะ การเปิดไฟกะพริบฉุกเฉินโดยเฉพาะในกรณีที่ฝนตกหนัก แสงจากไฟฉุกเฉินที่กระทบหยดน้ำจะเกิดการหักเหกระทบสายตาผู้ขับขี่ ทำให้เกิดการแสบตา หรือมองเห็นได้ไม่ชัดเจน รวมถึงไม่แน่ใจว่าจอดหรือวิ่งอยู่ ซึ่งอันตรายและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เมื่อต้องขับรถขณะที่ฝนตกหรือทัศนวิสัยเลวร้าย ควรใช้ความเร็วต่ำ เปิดไฟส่องสว่าง ใช้ความเร็วต่ำ ไม่ควรเปิดไฟสูง ไม่ควรเปลี่ยนช่องทางโดยไม่จำเป็น และไม่ควรขับรถจี้ชิดคันหน้ามากจนเกินไป ระยะเบรกในช่วงที่ผิวถนนมีความเปียกชื้นจะเพิ่มมากขึ้นจงระวังให้ดี ทิ้งระยะเผื่อเอาไว้จะได้ไม่ไปทิ่มท้ายชาวบ้านหรือจี้ติดจนต้องใช้เบรกหนักแล้วถูกรถคันที่ตามหลังมาหวดบั้นท้ายเข้าไปแบบเต็มๆ

สำหรับไฟตัดหมอกที่ชอบเปิดเท่ๆ เวลาอากาศแจ่มใสไม่มีหมอกลงนั้นมันไปแยงตารถที่แล่นสวนมานะครับ บางคนกลัวไม่สว่างเล่นเปลี่ยนหลอดไฟใหม่ให้มีพลังในการส่องไกลเป็นกิโล ไฟตัดหมอก ชื่อมันก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าให้ใช้ตอนหมอกลงหรือสภาพอากาศปิด เนื่องจากเป็นไฟที่ให้ความสว่างสูง ส่วนใหญ่หลอดภายในจะเป็นหลอดสปอตไลต์สามารถส่องสว่างไปได้ไกล ซึ่งหากเปิดใช้ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม แสงจากหลอดไฟตัดหมอกจะไปแยงและรบกวนสายตาผู้ที่ขับรถสวนทางมา ทำให้ตาพร่ามัวมองไม่เห็นทางที่จะไปสุดท้ายก็เสยกับรถที่เปิดไฟตัดหมอกเข้าไปเต็มๆ หรือหักหลบจนเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงไฟตัดหมอกหลัง มันแยงตารถคันข้างหลังอย่างร้ายกาจ ลองไปนั่งจ้องไฟสีแดงแรงๆ สักครู่คุณจะรู้สึกปวดตา คนที่ขับรถตามหลังรถที่เปิดไฟตัดหมอกด้านหลังก็เช่นเดียวกัน การใช้ไฟตัดหมอกผิดประเภทจึงมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้สูงกว่าปกติ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถมีข้อแนะนำให้ผู้ขับรถเปิดใช้ไฟตัดหมอก อย่างปลอดภัยและถูกวิธีโดยให้เปิดใช้ไฟตัดหมอกในกรณีต่างๆ ดังนี้

1. ฝนตกหนัก ไฟตัดหมอกจะมีประโยชน์มากแม้จะเป็นช่วงกลางวันก็ตามเพราะมันสามารถช่วยให้รถที่สวนมามองเห็นไฟตัดหมอกอย่างชัดเจน

2. เมื่อขึ้นภูเขาสูงหรือยอดเขา เช่นภูทับเบิก ภูเรือ ดอยอ่างขาง ดอยสุเทพ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวทั้งตอนเช้าและ ตอนกลางคืน เพราะที่สูงๆ นั้นหมอกจะมีมากกว่าปกติ

3. ในช่วงกลางคืนที่ฝนตกไฟตัดหมอกจะช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ เพราะไฟหน้าถูกน้ำสะท้อนไปเกือบหมดแล้ว

4. เปิดเมื่อมีหมอกหรือควันไฟซึ่งสามารถเกิดขึ้นบนท้องถนนและเข้ามาบดบังทัศนวิสัยให้มองเห็นได้น้อยกว่า 50 เมตร

5. ปิดไฟตัดหมองทันทีที่มีรถสวนมา ในระยะที่มองเห็นไฟห้าของรถที่สวนมาได้อย่างชัดเจน

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://web.facebook.com/chang.arcom

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้