วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4

  • Share:

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4‏ ให้ พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 3 ต.ค. บริเวณลานหน้าอาคาร กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี กองทัพภาคที่ 4 ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 4 ระหว่าง พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ กับ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ รองเสนาธิการทหาร แม่ทัพภาค 4 คนเก่า มี นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต., ผู้ว่าฯ ปัตตานี, ผู้ว่าฯ ยะลา, ผู้ว่าฯ นราธิวาส, หัวหน้าส่วนราชการ, ภาคเอกชน และกลุ่มมวลชนต่างๆ ร่วมแสดงความยินดี

สำหรับประวัติ พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 16 นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 27 เกิดเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2499 เป็นบุตร นายเปล่ง และนางจันทร์ฉาย ปฐมภาคย์ สมรสกับ นางศรีกฤษ ปฐมภาคย์ มีบุตรด้วยกัน 2 คน เมื่อสำเร็จการศึกษาจากอาณาจักรรั้วแดงกำแพงเหลือง เมื่อปี 2523 ได้เลือกรับราชการในเหล่าทหารราบ ที่ขันอาสาลงมาปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ ณ ถิ่นกำเนิดในดินแดนด้ามขวานทองแห่งนี้ ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 จังหวัดปัตตานี นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตรับราชการในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“ไม่เสียสละ ชัยชนะไม่เกิด” เป็นคติพจน์ที่ใช้ตลอดระยะเวลา ในการทำงานบวกกับแนวทางที่ยึดถือในการรับราชการ คือ ความซื่อสัตย์ สุจริต ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัดและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ทำให้เป็นที่ไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา และได้รับความเชื่อมั่นศรัทธาจากผู้ใต้บังคับบัญชามาโดยลำดับ

กว่า 30 ปี ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งงานด้านความมั่นคง งานด้านการพัฒนาและงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ท่านได้ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ และสามารถนำหน่วยเข้าทำการรบอย่างห้าวหาญ โดยได้นำกำลัง เข้าปราบปรามขบวนการโจรก่อการร้ายคอมมิวนิสต์มลายา (จคม.) และขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.) ซึ่งมีฐานที่มั่นใหญ่ในพื้นที่ป่าเขา มีการเคลื่อนไหวอย่างเข้มแข็ง และสร้างความเดือดร้อน ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ดำรงยศเพียงแค่ร้อยตรี เมื่อปี 2524 กระทั่งปี 2546 โดยได้ปะทะกับกลุ่มกองกำลังโจรก่อการร้าย ในขณะนั้นถึง 54 ครั้ง ทำให้สมาชิกกลุ่มโจรเสียชีวิต 29 คน ยึดอาวุธสงครามได้ 30 กระบอก ยึดค่ายพัก 2 แห่ง และสามารถชักชวนผู้หลงผิดเข้าเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการปฏิบัติหน้าที่ และมีการพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้นำศาสนา ประชาชน ทุกสาขาอาชีพ ในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับบุคลิกที่อ่อนน้อมถ่อมตน ให้เกียรติผู้อื่น ทำให้สามารถเข้าไปนั่งในหัวใจพี่น้องประชาชน และขับเคลื่อนงานมวลชนได้อย่างเข้มแข็ง นำไปสู่การวางระบบงานด้านการข่าวที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเป็นธรรม โปร่งใส และไม่สร้างเงื่อนไขในพื้นที่ จึงอาจกล่าวได้ว่าท่านได้วางรากฐานที่สำคัญในการแก้ปัญหาตามแนวทาง การเมืองนำการทหาร ภายใต้แนวคิด “การสร้างจิตสำนึกร่วมของพี่น้องประชาชน และระบบงานด้านการข่าวที่แม่นยำ” ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์เชื้อชาติ ศาสนา และมาตุภูมิ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันนี้

ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการปฏิบัติงานและมีผลงานอันโดดเด่นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นที่ไว้วางใจของผู้บังคับบัญชา และได้รับการยอมรับจากภาคส่วนต่างๆ มากยิ่งขึ้น โดยมีผลงานเชิงประจักษ์ที่สำคัญ เช่น ผู้บังคับกองร้อยทหารราบดีเด่น เมื่อปี 2529, ข้าราชการดีเด่นสาขาความมั่นคงของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับพระราชทานเกียรติบัตร จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี 2541 นอกจากนี้ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้บังคับการกรมทหารพรานดีเด่น เมื่อปี 2543 และได้รับรางวัลบุคคลตัวอย่างแห่งปี สาขาส่งเสริมพัฒนาความมั่นคง ประจำปี 2548 ในขณะที่เส้นทางรับราชการก็มีความเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ โดยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ อาทิ ผู้บังคับกองพันพัฒนาที่ 4 เมื่อปี 2538, ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 43 เมื่อปี 2540 ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 4 เมื่อปี 2546, ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกปัตตานี เมื่อปี 2547 และขึ้นครองยศเป็นพลตรี ในตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 เมื่อปี 2555 จากนั้นได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 ปี 2557 โดยในขณะปฏิบัติหน้าที่ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในภารกิจที่สำคัญ ทั้งในเรื่องการถวายความปลอดภัย งานพัฒนาคุณภาพชีวิตตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, วางรากฐานการจัดตั้งกองกำลังทหารพรานให้มีความเข้มแข็งภายใต้แนวคิด “คุณธรรม อุดมการณ์ คือหัวใจทหารพรานเพื่อประชาชน”

นอกจากนี้ยังได้เสริมสร้างความพร้อมรบให้กองพลทหารราบที่ 15 ให้มีศักยภาพ ในการปฏิบัติงานและรับผิดชอบพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ท่านได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจแน่วแน่ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างทหารอาชีพ ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยคุณลักษณะของความเป็นชายชาติทหาร ที่เป็นแบบอย่างที่ดีในฐานะทหารของพระราชา ที่ทำหน้าที่เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนอย่างแท้จริง โดยใช้หลักคิดในการปฏิบัติงานภายใต้ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และรู้รักสามัคคี ทำให้สามารถเข้าใจปัญหา เข้าใจประชาชน และเข้าใจระบบการทำงานได้อย่างลึกซึ้ง จนเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนทุกเชื้อชาติศาสนา ซึ่งผลจากการดำเนินการดังกล่าว ส่งผลให้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นผู้นำสูงสุดในการนำพากองทัพภาคที่ 4, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ปฏิบัติภารกิจสำคัญตามนโยบายและการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ที่ทุกคนคาดหวัง นั่นคือ การเสริมสร้างสันติสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถคืนรอยยิ้มและความสุขสู่ชายแดนใต้ให้กลับคืนมาอีกครั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้