วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แก๊งล้วงกระเป๋าระบาดหนัก  ฉกทรัพย์เหยื่อกลางตลาดนัด

แก๊งล้วงกระเป๋าระบาดหนัก ฉกทรัพย์เหยื่อกลางตลาดนัด

  • Share:

แก๊งล้วงกระเป๋าเมืองคอนสุดแสบ อาศัยช่วงหน้าเทศกาลบุญสารทเดือนสิบ ออกอาละวาด ฉกทรัพย์พ่อค้า-แม่ค้า และคนจับจ่ายซื้อของกลางตลาดนัดวันเสาร์ 4 รายรวด ด้าน ตร.ฝากเตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 3 ต.ค.58 ร.ต.ท.พงษ์วุฒิ วุฒิพงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุจาก ร.ต.ท.อำนวย จันทร์คง หัวหน้าป้อมสายตรวจกรุงหยันว่า มีแก๊งมิจฉาชีพเข้ามาล้วงกระเป๋าสตางค์ของแม่ค้าและผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดนัดสี่แยกนายปี้ หมู่ 3 ต.กรุงหยัน หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย ร.ต.อ.ชำนาญ เพชรเกื้อ สายตรวจรถยนต์ 191 และ ด.ต.เสรี โพธากาญ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณตลาดนัดวันเสาร์ มีผู้คนจำนวนมากกำลังเดินจับจ่ายซื้อของ พบผู้เสียหายที่ถูกแก๊งล้วงกระเป๋าล้วงเอาทรัพย์สินไปมีถึง 4 ราย กำลังยืนรอให้การกับตำรวจ

โดยรายที่ 1 นางนิภากร รัตน์จารย์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170/2 หมู่ 5 ต.ปริก อ.ทุ่งใหญ่ ให้การว่า ตอนเจ็ดโมงเช้าออกจากบ้านมาพร้อมกับลูกชายวัย 4 ขวบ จากนั้นก็เดินซื้อผักซื้อกุ้งภายในตลาดนัด หลังซื้อเสร็จก็หาซื้อแกงถุงพอมาถึงร้านขายแกง ได้สั่งแกงไว้แล้วล้วงมือเพื่อที่จะหยิบกระเป๋าสตางค์ที่ใส่ไว้ในกางเกงขาสามส่วนทางด้านขวามาจ่ายให้กับแม่ค้าถึงกับมีอาการตกใจเมื่อเงินที่ใส่ในกระเป๋าสตางค์จำนวน 2,200 บาท หายไปพร้อมกับกระเป๋าสตางค์

รายที่ 2 นางจำเนียร เทียมทัด อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/3 หมู่ 8 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ ให้การว่า ขณะที่กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าที่แผงขายเสื้อผ้า เอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็กเกตสีดำที่ใส่อยู่ ก็ไม่พบกระเป๋าใส่สตางค์ภายในมีเงิน 650 บาท บัตรกดเงินสดเอทีเอ็มของธนาคารต่างๆ 5 ใบ และบัตรประจำตัวประชาชนหายไปทั้งหมด

รายที่ 3 เป็นแม่ค้าขายซื้อผ้าชื่อนางบุญเรือน ขนาบแก้ว อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/137 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ให้การว่า ขณะที่กำลังยืนขายเสื้อผ้าอยู่กับลูกค้า มีผู้หญิง 2 คนเข้ามาพูดคุยสอบถามราคาเสื้อผ้าโดยคนแรกยืนคุยอยู่กับตนที่หน้าร้าน ส่วนอีกคนทำทีเดินเลือกดูเสื้อผ้าแล้วเดินมาใกล้กับที่ตนวางกระเป๋าสตางค์ไว้ไม่ทันได้ระวังคนที่เลือกเสื้อผ้าใกล้กับกระเป๋าใส่สตางค์ได้หยิบเอากระเป๋าไปแล้วรีบเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นผู้หญิงที่ยืนคุยอยู่กับตนก็รีบเดินออกไปในทันทีภายในมีเงินขวัญถุงธนบัตรฉบับละ 500 บาท 1 ใบรุ่นเก่ากับบัตรประจำตัวประชาชน

ส่วนรายที่ 4 เป็นผู้หญิงถูกแก๊งล้วงกระเป๋าล้วงเอาเงินไปได้ถึง 4,000 บาท พอรู้ว่าถูกล้วงกระเป๋าถึงกับร้องไห้เสียใจเดินกลับบ้านไปแล้วโดยที่ไม่ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ

จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุพบว่า มีคนเห็นแก๊งล้วงกระเป๋าแก๊งนี้มาด้วยกัน 4 คน มีผู้ชายมีสูงวัยเป็นคนขับรถกระบะขับเข้ามาจอดที่บริเวณหลังตลาด จากนั้นก็มีผู็หญิง 3 คนอายุประมาณ 35-45 ปี เดินลงจากรถถือซองกฐินทำทีมาขอเรี่ยไรเงินทำบุญ แต่ภายในซองไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว เดินปะปนกับผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของภายในตลาดนัด เมื่อสบโอกาสจังหวะก็จะลงมือล้วงกระเป๋าของเหยื่อ หลังได้เงินเป็นที่พอใจก็แยกย้ายพากันกลับไปที่รถแล้วขับหลบหนีหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุพนักงานสอบสวนจึงได้ลงบันทึกประจำวันรับเป็นคดีไว้เป็นหลักฐานเพื่อจะได้เร่งติดตามตัวแก๊งล้วงกระเป๋าแก๊งนี้มาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ตำรวจขอฝากเตือน มายังพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในช่วงนี้ ขอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากใกล้ถึงเทศกาลงานบุญสารทเดือนสิบ แก๊งมิจฉาชีพมักจะใช้โอกาสนี้ลงมือปฏิบัติการตามสถานที่ต่างๆ ที่มีผู้คนจำนวนมากอยู่รวมกัน เช่น วัด ตลาดนัด หรือแม้กระทั่งโรงเรียนที่จัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้