วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผู้ต้องหาคดีทำร้ายเด็ก ม.3 มอบตัวแล้ว ปฏิเสธสวนทางกับแม่เด็ก

ผู้ต้องหาคดีทำร้ายเด็ก ม.3 มอบตัวแล้ว ปฏิเสธสวนทางกับแม่เด็ก

  • Share:

ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายเด็ก ม.3 เข้ามอบตัวแล้วสามคน แต่ยังให้การปฏิเสธ อ้างเด็กชายเคยใช้เท้าถีบฝ่ายหญิงที่ตีตัวออกห่าง ตร.แจ้งสองข้อหาหนักและห้ามประกัน หลังแม่เด็กร้องขอความเป็นธรรมกับผู้การสงขลา

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนกิตติวิทย์ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ ประกอบด้วย นายธวัชชัย เอียดน้อย อายุ 35 ปี บ้านอยู่ อ.สะเดา นายสมทบ พิมพ์นำพา อายุ 34 ปี บ้านอยู่ ต.ปาดังเบซาร์ และนายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ชาวจังหวัดสงขลา ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งลุง แล้ว เบื้องต้นแจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหาร่วมกัน กักขังหน่วงเหนี่ยว และร่วมกันทำร้ายร่างกาย และห้ามประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยตำรวจนำตัวเข้าห้องสอบเครียดกว่า 1 ชั่วโมง ผู้ต้องหาทั้งสามยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

พ.ต.อ.วิชชภัณฑ์ จันทราภรณ์ ผกก.สภ.ทุ่งลุง จ.สงขลา เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ หลังจากที่แม่ของ ด.ช.แดง (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนกิตติวิทย์ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จ.สงขลา ว่า ลูกชายถูกผู้มีอิทธิพลจับตัวไปกักขัง และทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส จึงได้สั่งให้ชุดสืบสวน สภ.ทุ่งลุง ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามจับกุมผู้ที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ ต่อมา ผู้ต้องหาทั้งสามคนทราบว่ามีการออกหมายจับ จึงได้รีบติดต่อเข้ามอบตัวเสียก่อน

ส่วนสาเหตุของการจับตัว ด.ช.แดง ไปทำร้ายร่างกาย สืบเนื่องจาก ด.ช.แดง ผู้เสียหาย ได้คบหาเป็นแฟนกับ ด.ญ.บี (นามสมมติ) ลูกสาวของ นายเชษฐ์ ต่อมา ด.ญ.บี ได้ตีตัวออกห่าง ทำให้ ด.ช.แดง ไม่พอใจและเคยทำร้ายฝ่ายหญิงโดยใช้เท้าถีบเช่นกัน ซึ่งหลังเกิดเหตุดังกล่าว ทางโรงเรียน ได้แจ้งให้ผู้ปกครองของ ด.ช.แดง ทราบถึงพฤติกรรม พร้อมทั้งดำเนินการตามกฎของโรงเรียนไปแล้ว แต่ญาติฝ่าย ด.ญ.บี ไม่พอใจ จึงส่งพวกมาจับตัว ด.ช.แดง ไปกักขังและทำร้ายร่างกายจนกลายเป็นชนวนเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จ.สงขลา ยังได้สั่งการให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง ถึงความล่าช้าของคดีที่เกิดขึ้น ว่า เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้ง สภ.ทุ่งลุง และ สภ.ปาดังเบซาร์ หากพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 แห่ง มีเจตนาในการช่วยเหลือผู้กระทำความผิด หรือ ดำเนินการล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันควร จะสั่งตั้งกรรมการเพื่อสอบสวนเอาผิดทางวินัย ต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้