วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อยู่ก่อนแต่ง ใครเสียเปรียบ?

อยู่ก่อนแต่ง ใครเสียเปรียบ?

โดย เมอร์ลิน
4 ต.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

ผู้ชายบางคนสงสัยว่า ทำไมแฟนของเค้าบางทีก็มีอาการแปลกๆ ปนอารมณ์แปรปรวน เช่น บางวันเธอก็ไม่ว่าอะไรหลังเค้าบอกเธอว่า วันนี้กลับบ้านดึกนะ เพราะต้องสะสางงานที่ออฟฟิศให้เสร็จเสียก่อน ซึ่งพอฝ่ายชายกลับถึงบ้านเมื่อเจอหน้าแฟนสาว นอกจากเธอไม่สงสัยว่าการกลับดึกเป็นข้ออ้างรึเปล่าแล้ว เธอยังยกอาหารที่เตรียมไว้มาให้เค้าทานเนื่องจากเกรงว่าจะหิว แต่บางวัน พอเค้าบอกเธอว่า กลับดึกเหมือนเดิมนะ แต่พอหนุ่มออฟฟิศกลับถึงบ้าน เค้ากลับเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้าของเธอ แม้เธอไม่โวยวาย แต่ใจเค้าเป็นห่วงว่า เธอเป็นอะไรไปหรือเปล่า? ร้องไห้ทำไม? ในเมื่อสองสามวันก่อนเค้าก็กลับบ้านดึกแบบนี้ แต่เธอยังยิ้มให้เค้าเลยนี่นา

พอเค้าเข้าห้องน้ำ มองไปเห็นห่อผ้าอนามัยวางอยู่บนตู้ข้างกระจก จึงถึงบางอ้อ คิดว่า สาเหตุที่ทำให้เธอเดี๋ยวยิ้ม, เดี๋ยวเฉย, เดี๋ยวหัวเราะ, เดี๋ยวร้องไห้, เดี๋ยวบ่นปวดท้อง ฯลฯ อาจมีสาเหตุมาจากการมีประจำเดือนก็ได้ จึงทำให้อารมณ์ของหล่อนไม่อยู่กะร่องกะรอย แต่เฮ้ย.....หากใครไม่อยู่กะร่องกะรอยบ่อยๆ หรือตลอดเวลา ไม่น่าเป็นเรื่องของการมีประจำเดือนหรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า “เป็นเมน” แล้วนะ

สงสัยเป็นอาการเจ็บป่วยทางอารมณ์หรือทางจิตอ่ะป่าว ซึ่งหากเป็นปัญหาทางจิตใจ ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็เป็นกันได้ ไม่จำกัดว่า ฝ่ายหญิงจะมีอารมณ์ขึ้นๆลงๆ หรือแปรปรวนอยู่เพียงฝ่ายเดียว

กระนั้น ผู้หญิงที่มีประจำเดือนบางรายอาจมีอาการหงุดหงิด, หงุมหงิม, ไม่สบายเนื้อสบายตัวจึงพลอยทำให้ไม่สบายใจตามไปด้วยนั้น.....เป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ไม่มีอาการหนักกันทุกเดือนหรอกน่า

ผู้ชายก็อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุป หรือทำเป็นรำคาญ ไม่อยากเข้าใกล้เวลาเธออารมณ์เสียหรือหงุดหงิด ตรงข้าม ฝ่ายชายควรยิ้มและเล่าเรื่องตลก ขำขัน ให้เธอฟังดีกว่านะ การทำอะไรให้คนรัก แม้เพียงเล็กๆน้อยๆ ถ้าทำแล้ว เกิดไป “ถูกใจ” อีกฝ่าย ชีวิตคู่ย่อมมีความสุขแน่นอน แต่ควรขยันป้อนความรักในรูปแบบต่างๆให้กันด้วย เช่น พูดเพราะๆต่อกัน, การเอาใจเขามาใส่ใจเรา, มีความเกรงใจและเคียงข้างกันแม้ในยามทุกข์!

บังเอิญวันก่อนได้ยินคำถามคาใจของเพื่อนสาวที่มีการศึกษาดีและหน้าที่การงานเด่น ถามว่า เห็นมีหลายคู่ที่อยู่ด้วยกันก่อนแต่ง แล้วถ้าผู้ชายเกิดไม่อยากจูงมือสาวเข้าสู่วิวาห์ตลอดไปเลยล่ะ ฝ่ายหญิงไม่เสียเปรียบรึ? อ่ะ ฮ้า จะเสียเปรียบกันหรือเปล่าก็บ่ฮู้ค่ะ เพราะเวลาสาวคนไหนจะเลือกไปอยู่กับใคร (คือ สมัยนี้ต้องยอมรับกันละเนอะว่า การไปอยู่ด้วยกันก่อนนั้นมีตัวอย่างให้เห็นมากมาย เดี๋ยวนี้แทบไม่แคร์กันแล้วด้วยซ้ำ) เอาเป็นว่า เวลาผู้หญิงเลือกไปใช้ชีวิตกับหนุ่มคนไหน? (หรือแม้แต่เพศเดียวกันเลือกที่จะไปใช้ชีวิตกับใคร?) ฝ่ายหญิงคงมั่นใจในระดับหนึ่งแล้วว่า เธอชอบและรักคนนี้ ซึ่งก็เลือกตามหัวใจเพรียกหาละนะ เหตุนี้ฝ่ายที่เธอไปอยู่ด้วยย่อมไม่เอาเปรียบไปซะทุกอย่างหรอก อย่างน้อยต่างฝ่ายต่างสลับสับเปลี่ยนกัน ทำหน้าที่เป็นทั้ง “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” ใครจะอยู่ในฐานะ “ให้” หรือ “รับ” ตลอดเวลาคงมีน้อยมากแต่ใช่ว่าจะไม่มี

แถมสมัยนี้ใครจะเอาเปรียบกัน คงทำได้ไม่นาน เพราะเดี๋ยวฝ่ายที่เสียเปรียบ (ไม่ช้าก็เร็ว) ก็จะทนไม่ได้ แล้วหันไปพูดจากับอีกข้างให้รู้เรื่องกันไป โลกก็จะกลับมาอยู่ในภาวะสมดุลอีกครั้ง

แต่พูดก็พูด ไม่สนับสนุนให้ “อยู่ก่อนแต่ง” แน่ๆ โดยเฉพาะใครที่อยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ แล้วคิดจะแยกตัวไปอยู่กับแฟน บอกได้เลยว่า อยู่กับพ่อแม่น่ะสบายกว่าเยอะ แต่ตอนแรกๆ “คนมีความรัก” จะหน้ามืด ตามัว และอยากลองด้วยแหละ จึงคิดว่าไม่เห็นเป็นไรถ้าจะไปอยู่กับแฟน ซึ่งหากแฟนมีความจริงจังและจริงใจด้วยก็ไม่เป็นไร......

ใช่แล้ว ทว่า มีความรักก็ไม่ควรลืมพ่อแม่ค่ะ ต้องเข้าใจด้วยว่า บ้านไหนมีลูกสาว พ่อแม่ย่อมหวงและห่วงเป็นธรรมดา ดังนั้น ฝ่ายหญิง ก่อนตัดสินใจทำอะไรขอให้คิดให้รอบคอบซะก่อน

เพราะการอยู่ก่อนแต่ง ก็ไม่แน่เสมอไปว่า จะผลักดันไปสู่การเข้าประตูวิวาห์กันในที่สุด ฝากไว้นะ!

แต่ส่วนใหญ่ถ้าฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ (ในเวลาที่เหมาะสม เช่นเรียนสำเร็จหรือจบการศึกษาแล้วและอยู่ในวัยทำงานไรงี้) ฝ่ายชายมักแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอแต่งงานด้วย แต่สูตรสำเร็จแบบนี้ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีสวีตหวานเสมอไปเด้อ เพราะ ฝ่ายชายที่รับผิดชอบก็แยกได้เป็น 2 แบบอีก คือ 1.อยากรับผิดชอบกับการตั้งครรภ์ของหญิงจริงๆ เนื่องจากรักเป็นทุน อยู่แล้ว จึงอยากมีครอบครัวให้เป็นเรื่องเป็นราว อย่างนี้ก็ทำให้การอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ขึ้น แต่หากสาวใดไปเจอชายแบบที่ 2.คือรับผิดชอบยอมแต่ง แต่ที่แต่งเพราะจำใจทำไปอย่างนั้น ไม่ใช่อยากวิวาห์เพราะรักลูก แบบนี้ฝ่ายหญิงเตรียมใจไว้เลยว่า ชีวิตคู่จะไม่ราบรื่น

ส่วนชายที่ไม่รับผิดชอบเลยหากฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ขึ้นมาก็มีอีก จิตใจคนแบบนี้ไม่รู้ทำด้วยอะไร? หากฝ่ายหญิงเป็นคนชอบมั่ว แล้วถ้าฝ่ายชายไม่อยากรับผิดชอบก็แล้วไป แต่ถ้าเธอไม่ได้มีใครนอกจากเค้า แล้วเค้ายังปัดความรับผิด– ชอบบอกไม่ใช่ลูกของตัว แถมท้ากันตรวจดีเอ็นเอ สาวใดเจอกรณีนี้ถือว่าเสียเปรียบเต็มประตู แต่ก็ช่างมันดิ เอาลูกมาอยู่กะเราซะเลย เดี๋ยวกรรม ก็ตามทัน.

เมอร์ลิน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้