วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไท จ้วง ในกวางสี

ไท จ้วง ในกวางสี

โดย บาราย
4 ต.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

บางตอน...ของบทนำจากบทวิเคราะห์ข้อมูลภาคสนาม เรื่อง “ไท” และ “จ้วง” ในมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน (รศ.สุมิตร ปิติพัฒน์ รศ.ดร.เสมอชัย พูลสุวรรณ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2543) กล่าวว่า

บริเวณตอนใต้ของจีน แถบมณฑลกุ้ยโจว ยูนนาน กวางสี และไหหลำ เลยไปจนถึงบางส่วนทางภาคเหนือของเวียดนาม มีกลุ่มคนพื้นเมืองที่พูดภาษาตระกูล “ไท” หรือ “ไต” และภาษาที่อาจจะเกี่ยวข้องกัน ซึ่งถูกจัดรวมเข้าอยู่ในกลุ่มภาษา “กะได” อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

นักภาษาศาสตร์ส่วนใหญ่ยอมรับว่า ภาษาเหล่านั้นสัมพันธ์กันในทางเชื้อสาย แสดงให้เห็นว่าได้เคยมีรากเหง้าร่วมกันมาก่อนในอดีตไกลโพ้น

พันปีเศษ ในช่วงเวลารุ่งเรืองของอาณาจักรซาง ตามด้วยโจวนั้น บริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง ตอนกลางประเทศจีนปัจจุบัน ได้มีรัฐคนพื้นเมืองเกิดขึ้นแล้วหลายแห่ง ที่สำคัญ รัฐ ซุ บริเวณมณฑลเสฉวน รัฐฉู ตอนกลางแม่น้ำแยงซีเกียง และรัฐเย๊ะ (สะกดตามต้นฉบับ) ปากแม่น้ำแยงซีเกียง ใกล้ชายฝั่งทะเล

ช่วงศตวรรษที่ 11 ก่อนคริสตกาล คนพื้นเมือง ที่จีนเรียกว่า พวกป่าเถื่อน หรือ “หมาน” ตกอยู่ ใต้อำนาจจีนชั่วระยะเวลาสั้นๆ หลังจากนั้นก็เป็นอิสระ

333 ปีก่อนคริสตกาล รัฐ “ฉู” มีชัยชนะครอบครองรัฐ “เย๊ะ” 315 ปีก่อนคริสตกาล พวก “โจว” (จีน) แผ่อิทธิพลคุกคามและเข้าครอบครองรัฐ “ซุ” ทำให้ชนชั้นปกครองรัฐซุ ลี้ภัยไปอยู่กับ “ฉู” ขณะชนชั้นปกครองของ “เย๊ะ” ลี้ภัยไปทางใต้ตามแนวชายฝั่งทะเล ก่อตั้งรัฐเล็กๆขึ้นหลายแห่ง

เอกสารจีนเรียกว่าเป็นดินแดนของพวก “ไป่เย๊ะ” หรือเย๊ะร้อยเผ่า

ในจำนวนพวกไป่เย๊ะเหล่านี้ หนานเย๊ะ มีศูนย์กลางอยู่ปากแม่น้ำ “สี” เขตมณฑลกวางตุ้งปัจจุบัน เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด

รัฐที่ขนาดรองลงมา เช่น “หมิ่นเย๊ะ” เขตมณฑลฮกเกี้ยนปัจจุบัน “โอวเย๊ะ” แยกเป็นกลุ่มตะวันออก ใกล้ฝั่งทะเลมณฑลเซอเจียงปัจจุบัน กลุ่มตะวันตก อยู่ในเขตมณฑลกวางสีปัจจุบัน

“เย๊ะ” เหล่านี้ ถูกเรียกในเอกสารจีนระยะหลังลงมาหลายชื่อ เช่น “หลี” “หล่าว” และ “จ้วง”

222 ปีก่อนคริสตกาล จักรพรรดิจิ๋นซี ผู้สถาปนาราชวงศ์จิ๋นของจีน ส่งกองทหารรุกรานดินแดนพวก “เย๊ะ” คนพื้นเมืองส่วนใหญ่ทิ้งเมืองให้ร้างหลบหนีไปอยู่ป่าเขา แต่ก็หาโอกาสออกมาโจมตีกองทหารจีนเสมอ

207 ปีก่อนคริสตกาล หลังจักรพรรดิจิ๋นซี สวรรคต อาณาจักรจีนก็ระส่ำระสาย จ้าวถอ ขุนนางจีนที่ถูกส่งไปควบคุมพวก “เย๊ะ” ถือโอกาสตั้งตัวเป็นกษัตริย์ของ “หนานเย๊ะ” ประกาศอิสรภาพจากจีน

เข้าสู่ยุคราชวงศ์ฮั่น ระยะแรกราชสำนักฮั่นก็ยังรับรองจ้าว-ถอ ในฐานะกษัตริย์แห่งหนานเย๊ะ แสดงถึงพลังที่มีรากฐานจากมวลชนคนพื้นเมือง สมัยจ้าวถอ ดินแดนหนานเย๊ะขยายขึ้นไปทางเหนือ ผนวกดินแดนของ “เย๊ะ” กลุ่มอื่นๆ แล้วขยายลงใต้ไปสู่ภาคเหนือของเวียดนาม

แต่ความยิ่งใหญ่ของหนานเย๊ะ ก็ดำรงอยู่ได้ไม่นาน 111 ปีก่อนคริสตกาล ดินแดนเย๊ะก็ตกเป็นส่วนหนึ่งของมหาอาณาจักรจีน ในสมัยจักรพรรดิฮั่นหวู่ตี้

ฮั่นจัดระบบปกครอง “หนานเย๊ะ” ใหม่ แบ่งเขตปกครองเป็นอำเภอ ครอบคลุมดินแดน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตมณฑลกวางตุ้ง กวางสี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเวียดนาม โดยมีข้าหลวงใหญ่ที่ส่งไปจากส่วนกลาง

ตั้งศูนย์บัญชาการกลางอยู่ในกวางสีปัจจุบัน

มีการตั้งป้อมค่ายทหารกระจายไปตามจุดต่างๆ การปกครองระดับย่อย ฮั่นไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรมากนัก เพราะจุดประสงค์หลัก ราชสำนักฮั่นต้องการขยายอิทธิพลลงทางใต้ เพื่อควบคุมเส้นทางการค้าติดต่อกับทะเลทางใต้...เท่านั้น

การแผ่อิทธิพลทางการเมืองและวัฒนธรรมของจีนลงมาทางใต้ ในระยะหลังเข้มข้นมากเป็นพิเศษในบริเวณที่ราบทางตะวันออกใกล้ชายฝั่งทะเล ทำให้คนพื้นเมืองบางส่วนถูกกลืนเป็นจีน เหลือพวกที่พูดภาษาดั้งเดิมอยู่ในบริเวณจำกัด

ส่วนใหญ่จะอยู่แถบที่สูงและหุบเขาถัดเข้าไปทางตะวันตก

ราชสำนักจีนก่อนคริสตกาลหลายร้อยปี ช่วงเวลาที่เริ่มมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ถือว่า บรรดาผู้คนที่ถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรมกระแสหลักของจีนอย่างเข้มข้น อาศัยอยู่ในศูนย์กลางการปกครอง เท่านั้น เป็นพวกที่มี “อารยะ”

ส่วนคนพื้นเมืองอื่น ที่อาศัยอยู่รอบนอกห่างไกล มีภาษาและวัฒนธรรมแตกต่างออกไป หลายเผ่า ล้วนถูกเหยียดให้เป็นพวก “ป่าเถื่อน”

ราชสำนักจีนนิยมใช้คำที่มีความหมายไปทางไม่ดี เรียกเผ่าพันธุ์ของพวก “ป่าเถื่อน” เลือกใช้คำที่บ่งบอกเพิ่มเติมถึงลักษณะเฉพาะ...เช่น

เรียกคนบางกลุ่มว่า “ฟันทอง” (จินฉื่อ) หรือพวก “เสื้อขาว” (ไป๋อี)

นโยบายหนึ่งที่ราชสำนักจีนใช้ตลอด...ในการขยายอาณาจักรควบคู่นโยบายรุกรานด้วยกองทหาร ก็คือพยายามกลืนคนป่าเถื่อนเหล่านี้ ให้กลายเป็นจีนให้ได้มากที่สุด

ตัวอย่างที่เกิดขึ้น จนถึงยุคใกล้เคียงกับปัจจุบัน ก็คือ พวก “ส่า” (พูดภาษาตระกูลมอญ-เขมร และภาษาในกลุ่มกะได) ทางตอนเหนือของเวียดนาม ถูกกลืนเป็นไทดำ

ปัจจุบันกลุ่มคนที่เคยถูกเรียก “จ้วง” ยังเป็นคนกลุ่มใหญ่ มีจำนวนถึง 16 ล้าน ในเขตปกครองตนเอง...มณฑลกวางสี...

เหล่านี้คือข้อมูลขั้นพื้นฐาน ที่อาจบอกนัย...ให้คิดได้...กล่องระเบิดของขวัญ ที่ระเบิดในกวางสีไปแล้ว 17-18 แห่ง คนตาย 7 คน บาดเจ็บหลายสิบคนและยังไม่ระเบิดอีก 60 กล่อง...มาจากอะไร...

แท้จริงแล้ว ในความสงบเงียบเรียบง่าย กวางสีก็มีเหตุปัจจัย ไม่แตกต่างจากซินเจียง...เจ้าของตำนานอุยกูร์แต่ประการใดเลย.

บาราย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้