วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชนแล้วหนี! หนุ่มเมาซิ่งเก๋งเสยขอบปูนทางด่วน ไถลชน 2 กระบะ เจ็บ 5

ชนแล้วหนี! หนุ่มเมาซิ่งเก๋งเสยขอบปูนทางด่วน ไถลชน 2 กระบะ เจ็บ 5

  • Share:

หนุ่มวัย 50 เมาซิ่งเก๋งเสียหลักชนขอบปูนบนทางด่วนบูรพาวิถี รถหมุนชนกระบะอีก 2 คัน ซีอาร์วีชนซ้ำ รถพลิกตะแคงขวางถนน ทำเจ็บรวม 5 คน ขณะเจ้าของรถต้นเหตุทำทีขอเคลียร์ จนท. ก่อนโทรเรียกเพื่อนมารับหลบหนี

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 58 ร.ต.ท.วสันต์ จินดา พงส.สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ตรวจสอบเหตุรถชนกันกลางดึก บนทางด่วนบูรพาวิถี กม.49 ขาเข้า กทม. หมู่1 ต.บางปะกง พบรถยนต์โตโยต้า โคโรล่า สีบรอนซ์-เทา ทะเบียน วท 2805 กรุงเทพมหานคร สภาพพังเสียหายจอดอยู่กลางถนน มีชายอายุประมาณ 50 ปี เป็นคนขับ อยู่ในอาการมึนเมา โดยมีชายอายุประมาณ 40 ปี นั่งมาด้วย ใกล้กันพบรถกระบะมิตซูบิซิ ไทรทัน สีน้ำเงิน ทะเบียน ตท 9139 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าและหลังพังเสียหาย มี นายสำราญ มณีวงษ์ อายุ 50 ปี เป็นคนขับ และ นางอนงค์ มณีวงษ์ อายุ 41 ปี นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บ รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์-ทอง ทะเบียน บล 6292 ระยอง บรรทุกขนุนมาเต็มคัน สภาพด้านหน้าพังยับเยิน มี นายกรชัย โชคภัทรวงค์ อายุ 60 ปี เป็นคนขับ และ นางสุภานัน จำนงวารี อายุ 47 ปี คนนั่งข้าง ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ โดยกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะกง

ทั้งนี้ ขณะที่กำลังช่วยเหลือคนเจ็บจู่ๆ ก็มีรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีดำ ทะเบียน 1 กพ 2345 กรุงเทพมหานคร ขับมาเลนขวาด้วยความเร็ว ก่อนจะชนรถยนต์ที่จอดเสียหลักอยู่ลางถนนเต็มแรง ทำให้รถพลิกตะแคงขวางถนน มี นายชัยกฤต โตไพรศรี อายุ 46 ปี คนขับ ได้รับบาดเจ็บ กู้ภัยรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 ระหว่างนั้นชายวัย 50 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์ต้นเหตุ พยายามเจรจาขอเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ทางด่วนบูรพาวิถี แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เผลอได้โทรเรียกให้เพื่อนมารับขึ้นรถกระบะหลบหนีจากที่เกิดเหตุทันที ซึ่งตำรวจจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

เบื้องต้นสอบสวน นายกรชัย ให้การว่า ขณะที่กำลังขับรถมุ่งหน้าไปส่งขนุนที่ กทม. มาถึงที่เกิดเหตุรถยนต์ของชายวัย 50 ปี เกิดส่ายไปมาแล้วชนขอบทางปูน ก่อนหมุนมากลางถนนทำให้ชนเข้ากับรถกระบะของ นายสำราญ ที่ขับตามมา ซึ่งพยายามหักหลบรถทั้ง 2 คัน แต่ไม่พ้น จึงชนรถกระบะของ นายสำราญ แล้วมีรถมาชนซ้ำอีก เบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 5 ราย เจ้าหน้าที่ต้องปิดเส้นทางนานเกือบ 30 นาที ในการยกรถที่กีดขวางออกจากช่องทางการจราจร เพราะเกรงอุบัติเหตุซ้ำซ้อน.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้