วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รับปากไว้ก่อน

รับปากไว้ก่อน

  • Share:

ดีแล้วที่ไม่บ้าจี้ให้แฟน คลับแห่ไปรับกันถึงสนามบิน ตีปี๊บความสำเร็จอันงดงาม

มันจะดูขัดอารมณ์ ผิดวิถีธรรมชาติจนเกินงามไป

เพราะลำพังภาพที่ “เจนเนอรัลประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผู้นำรัฐบาลทหารของไทยได้จับไม้จับมือ เซย์ฮัลโหลกับ “มิสเตอร์เพรสซิเดนท์บารัค โอบามา” ผู้นำสหรัฐอเมริกา มาเฟียประชาธิปไตยโลก

นี่คือช็อตที่ถือว่า “คุ้มสุด” ในการบินไปร่วมประชุมใหญ่ยูเอ็นของผู้นำไทย

ใครจะปรี่เข้าหาใครไม่ถือเป็นสาระสำคัญ

แต่มันสามารถเคลมกระแสได้เลยว่า พี่เบิ้มเริ่มลดท่าทีรังเกียจรังงอน สถานการณ์ในเวทีสากลโลกยอมรับผู้นำ คสช.ระดับหนึ่ง

ไม่ถึงขั้นโดดเดี่ยว ตามเกมบีบโลกล้อมประเทศไทย

อย่างไรก็ดี ไฮไลต์ความสนใจของนานาชาติมันยังอยู่ตรงคิวที่ “บิ๊กตู่” ได้ไปรับปากกลางวงนักธุรกิจในระหว่างการประชุมยูเอ็น และย้ำอีกรอบในการหารือแบบทวิภาคีกับ “บัน คี มูน” เลขาธิการใหญ่ยูเอ็น ว่าจะเดินหน้าตามโรดแม็ปประเทศ ไทยจะเปิดสนามเลือกตั้งในปี 2560

เป็นสัญญาประชาคม ได้ยินกันทั่วโลก

แต่หูผึ่งเลยก็คือจอมเก๋ายี่ห้อประชาธิปัตย์ รีบโยนบ่วงมัดคอข้ามประเทศจากเมืองไทย

ล็อกสัญญาลูกผู้ชายชาติทหาร พูดแล้วห้ามคืนคำ

ตามธรรมชาติของนักเลือกตั้งอาชีพยี่ห้อประชาธิปัตย์ที่แจ้งอาชีพนักการเมืองเกินครึ่งพรรค จำเป็นต้องเร่งวันเร่งคืนให้เลือกตั้งเร็วๆ

ขืนตกงานนานหลายปีไม่มีรายได้ทางอื่นมันจะแย่ แค่นี้ก็อดอยากปากแห้งกันเต็มทีแล้ว

แต่ก็อีกนั่นแหละ แม้จะเป็นสัญญาประชาคมจากผู้นำท็อปบูตของไทยประกาศให้รู้กันทั้งโลกว่าจะเดินหน้าตามโรดแม็ป ก็ใช่ว่าจะได้เลือกตั้งในปี 2560 เป๊ะๆ

เพราะมันยังต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขประกอบด้วย

ด่านแรกเลย ขั้นตอนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะผ่านหรือไม่ก็ยังไม่มีอะไรรับประกัน และถ้าไม่ผ่านจะเอายังไงกันต่อไป ตรงนี้ก็ยังไม่มีการพูดกันชัดเจน

และก็เป็นอะไรที่ “เข้าเหลี่ยม” เนียนๆ

ถ้าจะลากโรดแม็ปออกไป

ซึ่งนั่นก็ว่าไม่ได้ เพราะมันอิงเสียงประชาชนตัดสินตามหลักประชาธิปไตย

แต่ทั้งหมดทั้งปวงเลย ด้วยคำว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆ ทุกอย่างมันต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้สำหรับเหตุพลิกผันทางการเมือง และรวมไปถึงปัจจัยนอกเหนือการเมือง

อำนาจพิเศษ สถานการณ์พิเศษ มันเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการคาดเดา

และเข้าใจยากสำหรับฝรั่งต่างชาติ

แต่ที่แน่ๆถึงทีเด็ดทีขาด คสช. ก็ต้องเลือกประคองความมั่นคงภายในประเทศไว้ก่อน

เอาเป็นว่า ณ ตอนนี้ พูดถึงเรื่องการเลือกตั้งมันยังอยู่อีกไกล

ประเมินง่ายๆว่ากันตามเหตุปัจจัยที่ คสช.อ้างเป็นเหตุยึดอำนาจ ขอตั๋วใช้ “อำนาจพิเศษ” จากประชาชนคนไทย ก็ด้วยเหตุผลหลัก 2 ประการ

หนึ่งคือแก้ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ กับสองลุยสางปมทุจริตคอร์รัปชัน

ถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้คืบหน้าไปถึงไหน

ที่เห็นเนื้อเห็นหนังชัดเจนหน่อยก็คือการลุยเช็กบิลปมทุจริต กับการที่ผู้นำรัฐบาลทหารใช้ความเด็ดขาดของมาตรา 44 ในการสั่งพักงานบิ๊กข้าราชการ ไปยันข้าราชการระดับล่าง นักการเมืองท้องถิ่นที่อยู่ในบัญชีดำ โดนสอบปมพัวพันคอร์รัปชัน ลงดาบเชือดไปแล้ว 2-3 ลอตใหญ่

แต่โจทย์ใหญ่จริงๆมันอยู่ที่คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่เป็นหัวเชื้อชนวนนำมาซึ่งการปฏิวัติ ยึดอำนาจบริหารจากรัฐบาลเลือกตั้ง

ตอนนี้ก็ยังเงื้อง่าราคาแพงกันอยู่

โดยเฉพาะการฟ้องร้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายที่วนไปวนมาจะเข้าเนื้อรัฐบาล คสช.เข้าให้ด้วย เพราะหลังยึดอำนาจมาปีกว่า ช่วงเวลาก้ำกึ่งที่หลุดจากความรับผิดชอบของอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ตัวเลขความเสียหายจากข้าวที่เก็บไว้ในโกดังมันเพิ่มขึ้นเป็นรายวัน

ตรงนี้แหละที่เสียวสันหลังกันอยู่ ทีมของ “บิ๊กตู่” จะต้องเอี่ยวด้วยหรือไม่

การไล่ล้างทุจริตยังติดปมจำนำข้าวต้องลุ้นกันทางยาวทั้งทางอาญาและทางแพ่ง

แต่ที่ยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลยก็คือการแก้ความแตกแยก สร้างปรองดอง

ตามท้องเรื่องอย่างที่เห็นๆกัน ม็อบต้าน ม็อบเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ ไปโผล่ประจานความขัดแย้งเมืองไทยอยู่ที่หน้าสำนักงานใหญ่ยูเอ็น กลางมหานครนิวยอร์ก สหรัฐฯ

ฝรั่งก็เห็นกันชัดๆคาตา และมันก็คือข้ออ้างอย่างมีน้ำหนัก

ถ้ารีบปล่อยเลือกตั้งไป เมืองไทยก็พังเท่านั้นเอง.

“ตะวัน ทรงกลด”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้