วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลงทุนพลังงาน 6.91 แสนล้าน รัฐ-เอกชนอัดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจปี 59

ลงทุนพลังงาน 6.91 แสนล้าน รัฐ-เอกชนอัดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจปี 59

  • Share:

“อนันตพร” กางแผนลงทุนพลังงานภาครัฐ—เอกชนปี 59 อัดเม็ดเงิน 6.91 แสนล้านเข้าระบบเศรษฐกิจ พร้อมเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2 ฉบับเข้า ครม.เดือน ต.ค.ก่อนส่งต่อให้ สนช.มั่นใจเปิดให้เอกชนประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ได้ต้นปี 59 ด้าน กบง.มีมติตรึงราคาแอลพีจีต่ออีก 1 เดือน

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในปี 2559 ประเทศไทยจะมีเงินลงทุนด้านพลังงาน ซึ่งจะเป็นเม็ดเงินที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้รวมวงเงิน 691,572 ล้านบาท แยกเป็นสาขาไฟฟ้าเงินลงทุนรวม 121,060 ล้านบาทเป็นเงินลงทุนภาครัฐ 91,060 ล้านบาทและภาคเอกชน 30,000 ล้านบาท โดยมีโครงการที่สำคัญของภาครัฐซึ่งรวมรัฐวิสาหกิจด้วย ได้แก่ โครงการระบบส่งเพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนน้ำงึม 3 และน้ำเทิน 1 โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (ทดแทน) และโครงการระบบส่งทีเอส 12 รวมทั้งโครงการลงทุนของการไฟฟ้าจำหน่ายด้วย

สำหรับการลงทุนสาขาปิโตรเลียมรวมวงเงิน 342,284 ล้านบาท แยกเป็นภาครัฐ 262,284 ล้านบาท และภาคเอกชน 80,000 ล้านบาท โดยมีโครงการปิโตรเลียมภาครัฐที่สำคัญ ได้แก่ โครงการระบบท่อก๊าซตามแผนแม่บทฉบับที่ 3 โครงการ โครงการสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว ระยะที่ 2 และโครงการขยายคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแอลพีจี ส่วนการลงทุนสาขาพลังงานทดแทนรวมวงเงิน 102,228 ล้านบาท แยกเป็นการลงทุนภาครัฐ 3,000 ล้านบาท ซึ่งประมาณการจากการสนับสนุนโดยกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และการลงทุนภาคเอกชน 99,228 ล้านบาท ประมาณการจากโครงการที่คาดว่าจะเริ่มต้นจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ขณะที่การลงทุนสาขาอนุรักษ์พลังงานจะมีวงเงินรวม 126,000 ล้านบาท แยกเป็นการลงทุนภาครัฐ 85,000 ล้านบาท และภาคเอกชน 41,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นประมาณการตามแผนอนุรักษ์พลังงาน (อีอีพี)

ขณะเดียวกัน ในเดือน ต.ค.นี้ กระทรวงพลังงานจะส่งรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปิโตรเลียม พ.ศ.....และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ..... ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณา หลังจากที่กระทรวงพลังงานได้แก้ไขรายละเอียดบางมาตรา ตามที่ได้หารือร่วมกับตัวแทนของเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย เช่น เรื่องการจัดภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง เพื่อให้ภาครัฐได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น หาก ครม.อนุมัติก็จะเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาใน 3 วาระ คาดว่าจะผ่านการพิจารณาจาก สนช.ภายในสิ้นปีนี้ จากนั้นในต้นปี 2559 จะสามารถเปิดให้เอกชนมายื่นประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งการเปิดสัมปทานดังกล่าวรวม 29 แปลงทั้งบนบกและในทะเล ได้มีการแก้ไขให้เอกชนสามารถยื่นประมูลได้ทั้งระบบสัมปทานและระบบแบ่งปันผลผลิตหรือพีเอสซี

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานจะไม่มีการตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาคือ บรรษัทพลังงานแห่งชาติขึ้นมาแต่อย่างใด เพราะไม่มีความจำเป็น เนื่องจากขณะนี้การควบคุมดูแลเรื่องพลังงานก็มีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์) รับผิดชอบอยู่แล้ว สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นั้น ได้เสนอให้มีการเดินหน้าชี้แจงกับประชาชนที่คัดค้านโครงการดังกล่าว จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่พอใจกับทุกฝ่าย สาเหตุที่กระทรวงพลังงานเห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะหากสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่เป็นการสร้างบนพื้นที่เดิมของโรงไฟฟ้า มีต้นทุนเพียง 8,000 ล้านบาท แต่หากไปสร้างบนพื้นที่แห่งใหม่อาจใช้เงินหลายหมื่นล้านบาท

พล.อ.อนันตพรกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่ามีมติปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมัน ในส่วนของบัญชีเงินกองทุนของก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ประจำเดือน ต.ค. จาก 92 สตางค์ (สต.) ต่อหน่วย เหลือ 8.27 สต.ต่อหน่วย ทำให้ราคาขายปลีก แอลพีจี ในประเทศ จะยังคงเดิม ที่ 22.29 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ซึ่งเป็นราคาเดิมของเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาอีก 1 เดือน ขณะเดียวกัน กบง.ก็ได้มีมติให้ปรับเพิ่มอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันสำหรับ อี 20 จาก 1.90 บาทต่อลิตร เป็น 2.40 บาทต่อลิตร และปรับเพิ่มอัตราเงินชดเชยในส่วนของ อี 85 จาก 7.23 บาทต่อลิตร เป็น 9.23 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกของอี 20 และ อี 85 สามารถปรับลดลงได้ประมาณ 54 สต.ต่อลิตร และ 2.14 บาทต่อลิตรตามลำดับ โดยจะทำให้ราคา อี 20 อยู่ที่ 24.44 บาทต่อลิตร E85 อยู่ที่ประมาณ 20.34 บาท เพื่อดึงให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลมากขึ้น ช่วยทำให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย และมันสำปะหลังมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยสถานะกองทุนน้ำมันล่าสุดเป็นบวกอยู่ที่ 35,291 ล้านบาท.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้