วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สอบ 'อาเดม' อีกรอบ ล่าเพิ่ม 'แก๊งบึม'

สอบ 'อาเดม' อีกรอบ ล่าเพิ่ม 'แก๊งบึม'

  • Share:

เชื่อ‘อ๊อด’ยังอยู่ในประเทศ

ตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดรุดสอบปากคำนายบิลาล มูฮัมหมัด หรืออาเดม การาดัค อีกระลอก ที่เรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี มทบ.11 เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม หลังได้ข้อมูลลับว่ามีผู้ร่วมขบวนการวางบึมบางส่วนหลบหนีอยู่ในประเทศ “ประวุฒิ” โฆษก ตร.ระบุยังไม่ได้ตัว “ไอ้อ๊อด” อดีตการ์ด นปช. เชื่อยังไม่เผ่นออกนอก พร้อมทั้งประสานตำรวจสากลติดตามจับผู้ต้องหาที่เหลือ โดยเฉพาะ “อิซาน” ตัวการสำคัญ ส่วนที่ทางการมาเลเซียจับผู้ต้องสงสัย 8 คน ผลการตรวจสอบชัดแล้วไม่เกี่ยวคดีบึมราชประสงค์ ด้าน พล.อ.ประวิตรประชุมหน่วยงานสำคัญทั้งหมดเพื่อป้องกันเหตุและอุดช่องโหว่

จากกรณีชุดสืบสวนแบ่งกำลังเป็น 4 ชุด เร่งติดตามจับนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว อดีตการ์ดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย หรือนปช. หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับคดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม ย่านราชประสงค์ และที่ท่าน้ำสาทร เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน คือ นายบิลาล มูฮัมหมัด หรือนายอาเดม การาดัค กับนายเมียไรลี ยูซูฟู เหลือที่ยังหลบหนีอีก 15 คน โดยนายยงยุทธเป็นผู้ต้องหาในคดีระเบิดท้องที่ สน.มีนบุรี ปี 57 และพัวพันคดีระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น ปี 53 ทำให้ฝ่ายแกนนำ นปช.ต่างออกโรงระบุเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นโยงมาที่คนเสื้อแดง ส่วนฝ่ายบิ๊กตำรวจแจงว่าคดียังไม่เกี่ยวข้องเรื่องการเมือง

ความคืบหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) วันที่ 2 ต.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รรท.ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. และโฆษก ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการควบคุมตัวนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือยงยุทธ พบแก้ว ผู้ต้องหาในคดีระเบิดย่านราชประสงค์และท่าเรือสาทร โดยก่อนหน้านี้พบความเคลื่อนไหวของนายอ๊อดก่อนเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณย่านมีนบุรี นายอ๊อดเป็นเพียงผู้มีส่วนร่วมจัดหาส่วนประกอบของระเบิดไม่ใช่ตัวการ เชื่อว่านายอ๊อดยังหลบอยู่ในประเทศ ส่วนการติดตามจับกุมนายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน หรืออิซาน ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่านายอิซานหลบหนีไปอยู่ที่ประเทศใด แต่ได้มีการประสานกับตำรวจสากล เช่นเดียวกับการประสานข้อมูลกับทางการมาเลเซีย เพื่อขอความร่วมมือในการติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดมาดำเนินคดี และมั่นใจว่ามีผู้ต้องหาบางส่วนหลบหนีไปประเทศมาเลเซีย กรณีทางการมาเลเซียควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 8 คนนั้น จากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในประเทศไทย ส่วนจะมีการประสานส่งลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอในคดีเหตุระเบิดไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัย 8 คนหรือไม่ ก็ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวด้วยว่า การติดตามตัว ผู้ต้องหารายอื่นๆที่ยังหลบหนี มีการจัดชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวตลอดเวลา คดีน่าจะสามารถออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก แต่ยังไม่สามารถระบุจำนวนคนได้ และคดียังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ก่อการร้าย เนื่องจากต้องพิจารณาความเป็นไปได้ในข้อกฎหมาย ด้านการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ของกลุ่มผู้ก่อเหตุพบว่า มีการโอนเงินหลายครั้ง และมีเส้นทางการเงินบางส่วนมาจากต่างประเทศ ส่วนการตรวจสอบกรณีพบชาวต่างชาติต้องสงสัย ถือกระเป๋าเป้เข้าไปบริเวณศาลทหารกรุงเทพ ในวันที่ฝากขังและทำแผนประกอบคำรับสารภาพผู้ต้องหาในคดีระเบิดก็ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่ยืนยันว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้หรือไม่ ทั้งนี้ มีรายงานว่าพนักงานสอบสวนจะเข้าไปสอบปากคำนายอาเดม การาดัค ในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี พัน.ร.มทบ.11 เพิ่มเติมอีกเพื่อประกอบสำนวนคดี

มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนไปสอบปากคำนายอาเดม หรือนายบิลาล เพิ่มเติมที่เรือนจำชั่วคราว เนื่องจากชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดต้องการทราบข้อมูลคนร้ายที่เหลือ หลังจากได้เบาะแสข้อมูลว่ามีผู้ต้องหาเกี่ยวข้องคดีระเบิดบางส่วน ยังหลบหนีอยู่ในประเทศ

ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อเวลา 09.30 น. วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการ โดยมี ผบ.ทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เข้าร่วมประชุมกัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ประชุมเพื่อหารือว่าเรื่องใดที่ยังมีช่องโหว่บ้าง เช่น เหตุการณ์ระเบิดที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นแล้วมาตามจับคนร้ายภายหลัง เมื่อมีคนจ้องจะทำเราก็ต้อง ป้องกันให้ได้ การดูแลสถานการณ์และการป้องกันเหตุการณ์ต่างๆ ดำเนินการมาโดยตลอด แต่ยังมีช่องว่างที่ผ่านมาได้สั่งให้หน่วยความมั่นคงหลายหน่วยงานร่วมดูแลความปลอดภัยทั้งหมด เพื่อบูรณาการดำเนินการทุกอย่างให้ประเทศชาติเกิดความสงบมีความมั่นคงในทุกเรื่อง

พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดย่านราชประสงค์ด้วยว่า ตำรวจกำลังดำเนินการเรื่องของนายอ๊อด ที่มีความเชื่อมโยงกับคนไทย และนายอิซาน ผู้ต้องหารายสำคัญในเหตุการณ์ลอบวางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหมว่าจะเชื่อมโยงใครบ้าง ทั้งสองคนเป็นคนละเรื่องกัน แต่ต้องจับตัวทั้งคู่ให้ได้ ถ้าจับได้เราก็จะรู้ว่าเชื่อมต่อกันอย่างไร

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ตอนนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามดูว่าคนร้ายที่จับกุมได้นั้นใช่ตัวจริงหรือไม่ หากใช่ก็ใช่ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อนเลย ทำไมจะต้องเดือดร้อนกันหนักหนา ถ้าใช่เขาก็จะหาหลักฐาน ถ้าพบว่ามีหลักฐานก็แสดงว่าทำถูกตัว ถามว่า นายอ๊อดที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงปี 53 เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะมาปฏิเสธว่าเป็นพวกนี้ ไม่ใช่พวกนี้ ก็เห็นๆอยู่ ต้องเอาหลักฐานมา ส่วนจะเกี่ยวข้องหรือเปล่าไม่รู้ ต้องให้เขาสอบสวน แล้วทำไมต้องออกมาปฏิเสธ หรือเป็นคนดีตลอดมา แล้วไอ้คนที่ติดคุกตลอดชีวิตหนึ่งกลุ่ม อีกกลุ่มหนึ่งติดคุก 15 ปี ถามว่าคือพวกไหนที่เขาจะมาติดกันแบบนี้บ้าง แล้วจะต้องมาปรองดองกันอีกไหม ติดคุกไปแล้วน่าสงสารไหม ใครไปดูแลพวกเขาเอาเขามาเผาศาลากลางจนติดคุก ใครไปดูแลคนพวกนี้ไอ้พวกที่ปลุกระดมไม่เห็นติดคุกสักคน อย่ามาพูดส่งเดช

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้