วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เรียบร้อยร.ร.คสช. 'มีชัย' รับ เป็นประธานกรธ.

เรียบร้อยร.ร.คสช. 'มีชัย' รับ เป็นประธานกรธ.

  • Share:

ปิดห้อง-เปิดใจคุย‘บิ๊กตู่’2ต่อ2 อ้อนไม่มีใครเหมาะสมเท่าแล้ว ชม‘ปู’ยื่นฟ้องศาล-สู้ในกรอบ

เรียบร้อยโรงเรียน คสช. “บิ๊กตู่” ปิดห้องแลกใจ “มีชัย” ยอมรับนั่งประธาน กรธ. อ้อนเต็มที่ ไม่มีใครเหมาะสมกว่านี้อีกแล้ว แถมให้จิ้มเลือกตัว กรธ.ทั้งหมดแต่บอกสื่อให้รอฟังชัดๆ 5 ต.ค. “วิษณุ-ประวิตร” รู้ผล ไล่ยกหูถึงว่าที่ 20 กรธ. นายกฯประกาศจะมีเลือกตั้งก็ต่อเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จสิ้น ย้ำไม่เคยเอาเรื่องเสียหายของประเทศไปประจานโลกเหมือนคนบางพวก ยอมรับยูเอ็นห่วงเรื่องเรียกตัวปรับทัศนคติ แจงไม่ได้เอาไปทารุณกรรม “ประยุทธ์” ชอบใจ “ยิ่งลักษณ์” สู้ในศาล ชี้ทำถูกแล้ว ขณะที่ พท.ยังคาใจโครงการรับจำนำข้าว ช่วยชาวนากลับถูกดำเนินคดี ย้อนถามทำไมหัวหน้า คสช.ไม่โดนบ้าง ย้อนเกล็ดวลีแทนคุณแผ่นดิน “ตระกูล” ได้เป็น อสส. เพราะ คสช.

กระบวนการสรรหาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางกลับมาจากการร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และเดินหน้าเรื่องนี้ทันที ล่าสุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช.เดินทางเข้าพบนายกฯที่ทำเนียบ หารือกันจนทุกอย่างลงตัวแล้ว

รอคำตอบ “มีชัย” รับประธาน กรธ.

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่กลับมาปฏิบัติหน้าที่วันแรก หลังจากเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 23-30 ก.ย. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสรรหาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า กำลังทำอยู่ ส่วนตำแหน่งประธาน บ่ายวันนี้ได้เชิญนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ปรึกษาคสช.เข้าพบ เพื่อที่จะคุยกันในขั้นต้น ต้องฟังว่านายมีชัยจะรับหรือเปล่า ถ้าไม่รับก็ต้องหาคนใหม่ ส่วนกรรมการคนอื่นมีรายชื่อหมดแล้ว ทั้งนี้หากนายมีชัยตอบตกลงต้องให้ดูรายชื่อกรรมการว่าเหมาะสมหรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามว่า รายชื่อทั้งหมดจะสามารถเคาะได้วันไหน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก่อนวันที่ 5 ต.ค. เพราะต้องเซ็นชื่อก่อน อย่าไปสนใจว่าใคร ต้องสนใจว่าจะได้อะไรกลับมาจากการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าบอกว่าต้องมาจากคนทั้งประเทศ วันนี้ก็มีส่วนร่วมกันอยู่แล้วในแต่ละขั้นตอนที่ผ่านมา ในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในจังหวัดต่างๆ ฉะนั้นอย่าไปฟังคนที่พูดบิดเบือน บอกว่าทุกคนต้องร่วมมือกัน แล้วก็ไม่เห็นเข้ามา

มีชื่อ “อานันท์” แต่ต้องเลือกคนเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีชื่อนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอเข้ามาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็เสนอเข้ามาแต่ตอนนี้ยังไม่เห็น คือมันต้องมีใครคนใดคนหนึ่ง ผู้ใหญ่ 2-3 คนเข้ามาด้วยกันมันก็ลำบาก เมื่อถามว่า หากนายมีชัยไม่รับก็จะทาบทามนายอานันท์มาทำหน้าที่ประธานกรธ.ใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า อย่าเพิ่งพูดว่านายมีชัยจะรับหรือไม่รับ

รายชื่อ สปท.อยู่ในมือ–ย้ำมีพรรค พท.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นั้น เมื่อตั้งสมาชิกมาจะเลือกประธานกันเอง มีภารกิจขับเคลื่อนงานต่อจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แบ่งเป็นระยะ 1-2-3 โดยระยะที่ 1 ตนจะเป็นคนเอามาทำ ระยะ 2 รัฐบาลหน้าเป็นผู้ทำ ถ้ายังไม่เสร็จคือระยะที่ 3 ต้องไปทำต่อ สปท.มีหลายภาคส่วนส่งชื่อเข้ามาแล้ว มีจากทุกพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ก็ส่งมา รัฐบาลมองถึงวันข้างหน้าว่าสิ่งที่จะทำให้ประเทศสงบนั้นมีอะไรบ้าง และต้องเอาปัญหาเดิมมาดู 1.เรื่องการปฏิรูปประเทศจะใช้เวลาเท่าไหร่ 5-10 ปี หรือไม่ตนไม่รู้ เพราะไม่ได้อยู่นานขนาดนั้น 2.เรื่องการปรองดอง วันนี้ยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากคดีต่างๆยังไม่ตัดสินเลย ถ้าตัดสินแล้วจึงจะมาพูดได้ว่าเราจะปรองดองกันอย่างไร จากนั้นถึงจะไปพูดถึงเรื่องการออกกฎหมายต่างๆ และ 3.ทำอย่างไรจะไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก ต้องไม่มีการเดินขบวนจนเต็มถนน กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมฝูงชนประกาศใช้แล้ว ใครที่มาชุมนุมโดยไม่ขออนุญาตถือว่ามีความผิด วันนี้บันทึกไว้แล้วทั้งหมด อยู่ที่จะดำเนินการเมื่อไหร่เท่านั้น วันข้างหน้าจะถูกเรียกมาเหมือนหลายๆ คดี เช่น การปิดล้อมสนามบินที่ผ่านมา ขอให้ระมัดระวังด้วยโดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาต่างๆไม่อยากให้มีคดีติดตัวเพราะจะกระทบทั้งชีวิตตนไม่อยากทำ

จำเป็นต้องมี คปป.เพื่อเลิกปฏิวัติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การปรองดองจะต้องมีรัฐบาลเลือกตั้งเข้ามาแล้วมีคณะทำงานเรื่องปรองดอง ถึงได้มีแนวคิดเรื่องคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ขึ้นมา โดยมีกระบวนการแก้ปัญหา ไม่ใช่พอมีปัญหาแล้วต้องปฏิวัติ เมื่อถามว่า จะมีโอกาสนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ติดคุกหรือไม่ เพราะหัวใจหลักของการปรองดองคือการนิรโทษกรรม พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องถามว่าทำผิดกฎหมายหรือเปล่า คดีอีกเกือบ 2 หมื่นคดีตั้งแต่ปี 53 จะต้องยกโทษให้ทั้งหมดหรือเปล่า มันเป็นคนละเรื่อง ต้องแยกออกมา จะปรองดองหรือไม่ก็เป็นเรื่องของกระบวนการ ถามว่าใครจะเป็นคนทำ รัฐบาลใหม่จะทำหรือไม่ อยากให้ไปถามคนที่กำลังพูดอยู่ขณะนี้ว่าอยากจะให้ปรองดองอย่างไร แล้วฝากถามด้วยว่าจะปฏิรูปประเทศกันแบบไหน และหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเหมือนครั้งที่ผ่านมา ใช้อาวุธสงคราม ใช้ระเบิดประท้วงทั้งกรุงเทพฯจะแก้ปัญหากันอย่างไร ถ้าไม่มีอำนาจเต็ม ถ้าตอบได้แล้วถึงค่อยมาถาม และบอกตนว่าไม่ควรมี คปป. ฉะนั้น วันนี้อย่าเพิ่งมาถาม

“วิษณุ” โยน 40 ชื่อ กรธ.ให้ “บิ๊กตู่” เคาะ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม กล่าวว่า ขณะนี้นายกฯกลับจากสหรัฐฯแล้ว สามารถดำเนินการในส่วนของท่านได้ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ตนและคนอื่นๆ ได้ช่วยกันเตรียมข้อมูล โดยเฉพาะในส่วนของ กรธ.ให้ท่านแล้ว เมื่อนายกฯและทีมงานนายกฯได้ข้อมูลก็จะดำเนินการในนาม คสช. สำหรับรายชื่อที่ส่งให้นายกฯในส่วนของ กรธ.มีมาจาก 4-5 แห่ง ประมาณ 30-40 คน มีทั้งคนที่สังคมรู้จักมานาน คนรุ่นใหม่ ทหาร ข้าราชการฝ่ายต่างๆ โดยต้องมาจากหลายมิติเข้ามาทั้งกฎหมาย รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคม เนื่องจากรัฐธรรมนูญนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน ที่พูดแต่ภาคการเมืองอย่างเดียว แต่วันนี้ต้อง มีทั้งภาคการเมืองและประชาชน รัฐธรรมนูญต้องพูดถึงสิทธิเสรีภาพ หน้าที่ องค์กรเอกชน สาธารณประโยชน์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ให้นายกฯจิ้มก่อนบอกเจ้าตัว

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า การเลือกกรธ. และ สปช. ไม่ต้องนัดประชุม นายกฯจะดูรายละเอียดด้วยตัวเองอีกครั้ง ที่ผ่านมา มีทุกหน่วยงานเสนอมา ซึ่งไม่ใช่เสนอจากนายกฯหรือตนเพียงคนเดียว ตนเป็นผู้รวบรวมตรวจสอบเบื้องต้นและส่งให้นายกฯไปเคาะว่าจะเอาใครบ้าง ความจริงนายกฯรู้อยู่แล้วว่ามีใครบ้าง แต่ขอดูรายละเอียดอีกครั้ง เพราะมีบางคนที่อยากเป็นและบางคนไม่อยากเป็น ขอให้นายกฯพิจารณาก่อนจะสอบถามไปยังผู้ที่มีรายชื่อ

“บิ๊กตู่” ปิดห้องเปิดใจคุย “มีชัย”

เวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยปิดห้องพูดคุยกันเพียงสองคนเท่านั้น ใช้เวลาพูดคุย 45 นาที ก่อน ที่นายมีชัยจะเรียกให้รถขึ้นไปรับที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที

ระบุจะได้คำตอบชัดเจน 5 ต.ค.

ต่อมาเวลา 17.00 น. ก่อนที่นายกฯจะเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวได้ไปดักรอสัมภาษณ์ เมื่อนายกฯกำลังจะก้าวขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวตะโกนถามว่า นายมีชัยตอบรับเป็นประธาน กรธ.หรือไม่ นายกฯยกมือป้องปากก่อนตอบว่า “วันจันทร์ เขาจะให้คำตอบวันจันทร์”

ขณะที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายมีชัยถือเป็นผู้ใหญ่ ต้องให้เกียรติ ให้เวลาท่านในการพิจารณา ส่วนการตั้งกรรมการ กรธ.แม้เป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ก็ต้องเป็นไปตามระเบียบขั้นตอน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะเรียกประชุม คสช.ในวันที่ 5 ต.ค.ซึ่งจะได้รายชื่อ กรธ.อย่างเป็นทางการ เชื่อว่านายมีชัยจะให้คำตอบในวันนั้น รวมถึงรายชื่อ สปท.ก็จะมีความชัดเจนในวันดังกล่าวเช่นเดียวกัน

เผย “มีชัย” ตอบรับนั่ง ปธ.กรธ.แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯได้พูดคุยกับนายมีชัยในหลักการ เจตนารมณ์การขับเคลื่อนประเทศ และบอกว่าไม่มีใครที่เหมาะสมไปกว่านายมีชัย สุดท้ายนายมีชัยจึงได้ตอบรับนายกฯในตำแหน่งประธาน กรธ. พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้นำรายชื่อ ว่าที่ กรธ.ทั้งหมดที่มีการคัดกรองจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้นายมีชัยพิจารณาว่าต้องการบุคคลใดร่วมทีมใน กรธ.บ้าง

“ประวิตร-วิษณุ” ไล่โทร.แจ้งว่าที่ กรธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อว่าที่กรรมการ กรธ. 30-40 คน ที่ พล.อ.ประวิตร และนายวิษณุ เสนอให้นายกฯพิจารณานั้น หลังการหารือร่วมกันระหว่างนายกฯกับนายมีชัยที่ทำเนียบรัฐบาลจนลงตัวแล้ว นายวิษณุได้โทรศัพท์ไปหาบุคคลที่ผ่านการพิจารณาร่วมกันระหว่างนายกฯกับนายมีชัย เพื่อทาบทามมาเป็นกรรมการ กรธ. โดยนายวิษณุต่อสายพูดคุยก่อน จากนั้นส่งให้ พล.อ.ประวิตรพูดคุยกับบุคคลดังกล่าวว่านายกฯรับทราบเรื่องที่จะให้ท่านมาเป็นกรรมการ กรธ.แล้ว อยากให้มาร่วมทำงานเพราะเห็นว่าเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างดี และวางตัวเป็นกลาง พร้อมกับแจ้งให้ทราบด้วยว่าประธานกรรมการ กรธ.เป็นนายมีชัย

“บิ๊กตู่” บอกมีเลือกตั้งเมื่อ รธน.เสร็จ

เวลา 11.30 น. ที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 23-30 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ประชาธิปไตยของไทยว่า ท่าทีของกลุ่มประเทศยูเอ็นกับไทยนั้นไม่มีอะไร ในเวทีโลกไทยยังคงได้รับการยอมรับ และมีมารยาทพอที่ไม่มาบอกว่ารังเกียจหรืออะไรกับตน ซึ่งตนก็ดีกับทุกคน ได้พบปะทักทายจับไม้จับมือ งานเลี้ยงเชิญไปร่วมการจับมือกับนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯก็เป็นมิตรประเทศยาว นานเกือบ 200 ปี ยินดีเหมือนทุกครั้ง และแสดงความยินดีที่ได้เจอกัน ถามกันว่าเป็นอย่างไรสบายดีหรือ ทราบว่าประเทศไทยสงบสุขดีขึ้น ก็ขอให้เดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยให้ได้โดยเร็วก็แค่นั้น เป็นมารยาทการพูดอย่างนี้อยู่แล้ว ได้อธิบายไปว่าเรากำลังเดินหน้า สู่ระบอบประชาธิปไตย วันนี้ที่จำเป็นต้องเลื่อนเลือกตั้งจากปี 59 ไปปี 60 เพราะรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็ต้อง ร่างใหม่ เวลาต้องเพิ่มมาอีก 6 เดือน แต่ถ้ารัฐธรรมนูญเสร็จในครั้งหน้าก็เลือกตั้งได้ การเลือกตั้งขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญจะเสร็จหรือไม่เสร็จไม่ได้อยู่ที่ตน แต่อย่าไปคิดว่าจะผูกมัด ตนทำตามที่พูดไว้คนเราต้องรักษาคำพูด และคำพูดของตนคือรัฐธรรมนูญเสร็จก็เดินไปสู่การเลือกตั้ง จำไว้แล้วอย่าถามอีก

ไม่เคยเอาเรื่องเสียหายไปขายโลก

เมื่อถามว่า การผ่านเวทียูเอ็นครั้งนี้ ทำให้หัวใจพองโตและมั่นใจในการทำหน้าที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่โต หัวใจผมก็เท่าเดิม หัวใจผมยิ่งใหญ่อยู่แล้ว หัวใจผมใหญ่สำหรับประเทศ ไทยอยู่แล้ว ไม่ต้องสนใจใคร และการทำงานของผมก็มั่นใจมาตลอด ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 ไม่มั่นใจไม่เข้ามา โดยการไปประชุมยูเอ็นครั้งนี้คิดว่าไปทำหน้าที่เพื่อประเทศและผมทำในสิ่งที่ผมพูด ผมไม่ได้พูดในสิ่งที่ผมไม่ทำ ที่ผ่านมาผมทำอะไรไปบ้าง ผมไม่ได้เอาเรื่องเสียหายของประเทศไทยไปพูดให้คนอื่นเขาฟัง ไม่เคยพูดให้ประเทศเสียหายบนเวทีโลก นั่นแหละสิ่งที่เป็นความแตกต่าง ฉะนั้นเวลาท่านฟังใครเขาพูดเสียหายกับประเทศไทย ท่านทนได้ก็ แล้วแต่ท่าน วันนี้ประเทศต้องเดินหน้า ต้องลงทุนสร้างความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่น ผมพบกับนักธุรกิจไทย สหรัฐฯ เขาก็ดีกับผม พบมา 3 ครั้งแล้ว เขาก็ยินดีเดินหน้าประเทศไทย และจะไปพูดกับฝ่ายการเมืองของเขาด้วยว่าโอเค เขาไม่มีปัญหาอะไร”

มั่นใจไทยได้เก้าอี้ยูเอ็นเอสซี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การได้รับเลือกเป็นประธานกลุ่มจี 77 ถือว่ามีบทบาทสูงในยูเอ็น โดยปีหน้าต้องเร่งขับเคลื่อนบทบาทนี้ให้ได้ในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งตนได้พูดถึงแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทำมาตลอดกว่า 40 ปี แม้กระทั่งคำพูด อย่าให้ปลาเขา ต้องให้เบ็ดตกปลา ก็เป็นคำพูดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงรับสั่งไว้ ทั้งนี้ตนจะต้องเดินทางไปสหรัฐฯอีกประมาณเดือน ก.พ.-มี.ค.ปี 59 ส่วนการเดินสายหาเสียงเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council : UNSC) แบบไม่ถาวรนั้น จะต้องพบปะแต่ละประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หรืออาจจะต่างคนต่างสนับสนุนต่อกัน ซึ่งเรามีประเทศคาซัคสถานเป็นคู่แข่ง แต่มั่นใจว่าเราจะได้รับเลือก โดยเฉพาะบทบาทของเราในเวทีโลกดีขึ้นมาเพราะกระทรวงการต่างประเทศทำทุกมิติ

ยูเอ็นห่วงเรียกคนมาปรับทัศนคติ

เมื่อถามว่า วันนี้คนไทยเริ่มอยากออกมาให้กำลังใจนายกฯจะสามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่ากำลังดูอยู่ และการพบกับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติก็อยากให้มีการแสดงความคิด เห็น ตนบอกว่าให้มาโดยตลอด ข้อเสนอแนะ วิพากษ์วิจารณ์ในทางที่สร้างสรรค์ให้พูดหมด แม้กระทั่งนักการเมือง เลขาฯยูเอ็นยังได้ถามถึงการเรียกบุคคลเข้ารายงานตัวต่อ คสช. จึงบอกไปว่าเป็นการเรียกไปคุยเฉยๆ ไม่ได้ไปทรมาน ไปซ้อมหรือทำร้ายอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นจะเรียกไป 6-7 ครั้งหรือ ขนาดเรียกไป 6-7 ครั้งยังพูดอยู่อีก ถ้าเป็นประเทศอื่นในโลกไม่ให้ขนาดนี้ โดยเฉพาะในสถานการณ์อย่างนี้ วันนี้ทุกคนพูดได้ในทางสร้างสรรค์ ถ้าไม่สร้างสรรค์ต้องเรียกมาคุยกัน ย้ำว่าคนที่เรียกมาเป็นการตักเตือนพูดคุยทำความเข้าใจแล้วกลับไป อีกพวกที่ต้องดำเนินการคือทำผิดกฎหมายที่ประกาศไว้ล่วงหน้าทั้งสิ้น ไม่ใช่อยู่ดีๆจะมาลงโทษ มันไม่ใช่ ถ้าไม่ดำเนินคดีทางกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็ถูกข้อหาละเว้น จะกลายเป็นเหมือนเดิมกฎหมายใช้ไม่ได้

นายกฯหายป่วยแข็งแรงดีแล้ว

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ก่อนนายกฯเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงอาการป่วยไข้หวัด ที่มีข่าวว่าต้องให้น้ำเกลือขณะร่วมประชุมยูเอ็น นายกฯตอบว่า ก็ต้องหาย ป่วยนานไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อถามย้ำถึงการให้น้ำเกลือที่สหรัฐฯ นายกฯย้อนถามว่า ทำไมล่ะ ขณะที่ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่าเป็นห่วง นายกฯกล่าวว่า เหรอ ยังไม่ตายหรอก ขอบคุณแข็งแรงอยู่แล้ว และต้องขอบคุณคนไทยทั้งประเทศ รู้ว่าทุกคนคาดหวังในการไปเวทีต่างประเทศและเป็นกำลังใจ ส่วนคนที่ไม่ให้กำลังใจตนไม่ว่าอะไรหรอก เพราะเขาอาจจะยังไม่เข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ หากเขามุ่งเอาแพ้เอาชนะกันอยู่แบบนี้ มันก็ไปไม่ได้

พาสองนักเทนนิสชมตลาด

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นำ “โนวัค ยอโควิช” นักเทนนิสมือ 1 ของโลก และ “ราฟาเอล นาดาล” นักเทนนิสมือ 8 ของโลก เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. โดยนายกฯกล่าว ขอบคุณโนวัค ยอโควิช และ ราฟาเอล นาดาล ที่ให้เกียรติเข้าร่วมการแข่งขันเทนนิสนัดพิเศษ รายการ Back to Thailand “Nadal VS Djkovic” ในวันที่ 2 ต.ค. เวลา 19.00 น. ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพฯ โดยบอกว่า การแข่งขันดังกล่าวจะช่วยสร้างความสุขให้คนไทย จากนั้นนายกฯได้พาสองนักเทนนิสระดับโลกเดินเยี่ยมชมสินค้าในงาน “สุดยอดเอสเอ็มอี ของดีทั่วไทย” และ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อเอสเอ็มอี” ภายในตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล โดยได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนภายในงาน โดยนายกฯได้พาชมสินค้าตามบูธต่างๆ อาทิ บูธเครื่องประดับ ที่เจ้าของร้านได้มอบหลวงปู่ทวดและหลวงพ่อโสธรจำลอง ทำจากพลอยทับทิมสยาม มูลค่า 199 บาท ให้นายกฯและสองนักเทนนิสเป็นที่ระลึก

ชอบใจ “ปู” พึ่งศาลไม่ประจานโลก

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยื่นฟ้องอัยการสูงสุด (อสส.) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า “การที่มีข่าวฟ้องอัยการก็เป็นขั้นตอนตามกฎหมาย ดีใจที่เขามาต่อสู้ด้วยวิธีการยุติธรรม ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เขาไม่ค่อยเข้ามา และชอบไปพูดข้างนอก” เมื่อถามว่า เป็นการยื้อเวลาของคดีหรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า

“จะยื้อ จะแย้ เรื่องของเขา แต่ผมถือว่าเป็นกระบวนการที่ถูกต้อง ถ้าเห็นว่าไม่เป็นธรรมก็มาฟ้องร้องมาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม นั่นคือวิธีการที่ถูกต้อง ดีกว่าไปประจานประเทศตัวเองข้างนอก หวังให้คนอื่นมาแก้ปัญหาในบ้านของเราเอง ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่พวกท่านทำไว้ทั้งสิ้น”

พท.คาใจทำไม “บิ๊กตู่” ไม่โดนบ้าง

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คดีจำนำข้าวเป็นวิบากกรรมของนายกฯยิ่งลักษณ์ การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นโจทก์ฟ้องนายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด และต่อมาอดีต อสส.ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า คดีจำนำข้าว ต้องทำตามหน้าที่เพื่อแทนคุณแผ่นดินนั้น เห็นว่าคดีนี้มีความผิดปกติในหลายเรื่องและหลายขั้นตอน คือ 1.คดีนี้เป็นคดีแรกของประเทศไทย หรืออาจเป็นคดีแรกของโลกที่หัวหน้ารัฐบาลถูกดำเนินคดีจากการดำเนินนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา การรับจำนำข้าวที่จริงคือการแทรกแซงตลาดที่ทำกันมาทุกรัฐบาล รวมถึงรัฐบาล คสช.ที่เพิ่งอนุมัติเงินงบประมาณไปแทรกแซงราคายางพารา รวมถึงการอนุมัติเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท 2. ถ้านโยบายนี้ผิดกฎหมายจนต้องถูกดำเนินคดีเหตุใดจึงดำเนินคดีกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์เพียงคนเดียว เหตุใดหัวหน้ารัฐบาลคนอื่นๆที่ช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการแทรกแซงตลาดเหมือนกัน รวมทั้งหัวหน้า คสช.ด้วย กลับไม่ถูกดำเนินคดี

ยกเหตุผลย้อนเกล็ดวลี “ตระกูล”

นายวัฒนากล่าวว่า 3.ในการประชุมคณะทำงานของ อสส.และ ป.ป.ช.ครั้งแรก หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายอัยการกับพวกรวม 7 คนไม่ไปประชุม อดีต อสส.มีการสอบสวนและลงโทษอัยการทั้ง 7 คนนี้อย่างไร หรือปล่อยเลยตามเลย และคณะทำงานอัยการ 3 คนที่ไปประชุมกับฝ่าย ป.ป.ช. ไม่แปลกใจบ้างหรือว่าทำไมคณะอัยการดังกล่าว ไม่ได้ไปประชุมด้วย และที่ประหลาดมากขึ้นก็คือทั้ง 3 คนที่ไปประชุมที่เคยเห็นร่วมกันว่าสำนวนมีความไม่สมบูรณ์กลับเห็นตาม ป.ป.ช. ว่าสำนวนสมบูรณ์ที่จะฟ้องได้แล้วโดยไม่ต้องไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม แล้วเหตุใดเมื่อยื่นฟ้องไปแล้วจึงมาขอเพิ่มเติมพยานเอกสารที่อยู่นอกสำนวนอีก 67,800 แผ่น นอกจากนั้นคดีนี้ยังเป็นคดีแรกที่ อสส. เรียกสำนวนไปจากอัยการคดีพิเศษ เพื่อมอบให้สำนักงานคดีสืบสวนและสอบสวนที่มีนายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล เป็นอธิบดี และเป็น 1 ใน 3 ที่ไปประชุมเป็นผู้รับผิดชอบแทน 4. ความผิดปกติทั้งหมดบังเอิญมาเกิดขึ้นภายหลังจากที่หัวหน้า คสช.มีคำสั่งปลดนายอรรถพล ใหญ่สว่าง ที่เป็นอัยการสูงสุดในขณะนั้น ถ้าไม่มีการปลดนายอรรถพลแล้ว อดีต อสส.ที่ถูกฟ้องจะไม่มีโอกาสเป็น อสส.เลย นี่ใช่หรือไม่ที่ท่านบอกว่าคือการแทนคุณแผ่นดิน

พท.จี้ปรับ “สมคิด–อุตตม” พ้น ครม.

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า สถานการณ์ของรัฐบาลขณะนี้ คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คงจะปรับ ครม.เร็วๆนี้ เป็นการปรับ 2 ตำแหน่ง คือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายอุตตม สาวนายน รมว.ไอซีที วันนี้เห็นนายสมคิดให้สัมภาษณ์เสียงอ่อยๆ รู้สึกสงสาร คงหมดปัญญาแก้เศรษฐกิจ ต่างจากตอนนายสมคิดอยู่พรรคไทยรักไทย มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นพี่เลี้ยงเลยดูเหมือนเก่ง วันนี้เริ่มพิสูจน์แล้วว่า คงแก้ไม่ได้ภายใน 90 วันตามที่บอกเอาไว้ ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 37 วัน เหลืออีก 53 วัน จะครบ 90 วัน พล.อ.ประยุทธ์คงต้องปรับนายสมคิดออก ส่วนนายอุตตมที่บอกว่า นายกฯให้ไปศึกษาเรื่อง single Gateway ก่อน แต่ปรากฏว่าในรายงานการประชุม ครม. กลับระบุเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนว่า ให้ไปดำเนินการเลย เท่ากับว่ามีการพูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รมว.ไอซีที ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก การพูดของนายกฯหรือรัฐมนตรีต่อสาธารณะนั้น ถือเป็นสัญญาประชาคม ถ้าทำไม่ได้หรือพูดไม่จริงต้องแสดงความรับผิดชอบ หรืออย่างน้อยต้องกล่าวคำขอโทษต่อประชาชน

สอน “สมคิด” สั่งทูตหาตลาดยาง

นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เหลือกิโลกรัมละ 38-40 บาทว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ควรเรียกทูตพาณิชย์ของไทยในประเทศต่างๆทั่วโลกมารับมอบนโยบายให้ไปหาตลาดขายยางและข้าว เรียกว่า นโยบายฝนตกทั่วฟ้า เพื่อเพิ่มช่องทางการระบายสต๊อกของรัฐให้มากขึ้น โดยเฉพาะปริมาณยางภายในประเทศที่สต๊อกไว้จะได้ลดลง เมื่อปริมาณยางลดลง ราคายางจะขยับขึ้นเอง นอกจากนี้รัฐบาลควรสั่งการให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมโยธาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มสัดส่วนของน้ำยางพารา จากเดิมแค่ 5% มาใช้ทำถนนลาดยางแทนยางแอสฟัลต์ เพื่อให้มีการใช้น้ำยางพารามากขึ้น และลดการนำเข้ายางแอสฟัลต์ที่มีสามกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ผูกขาด แม้การใช้น้ำยางพารามาราดยาง จะทำให้ราคาค่าสร้างทางสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ต้องส่งเสริมเพื่อช่วยเกษตรกรสวนยางพารา

ร้องสอบ รฟท.จัดซื้อรถไฟฟ้า

เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการจัดซื้อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยนายวัชระกล่าวว่า การจัดซื้อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ใช้เงินถึง 4,400 ล้านบาท ไม่รวมค่าอะไหล่ 400 ล้านบาท ประกอบด้วยรถไฟฟ้า 7 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ รวม 28 ตู้ ราคาต่อตู้เท่ากับ 157 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบการซื้อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ของมาเลเซีย จากบริษัทเดียวกับที่ รฟท.จัดซื้อ จำนวน 6 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ ราคา 267 ล้านหยวน หรือราคาต่อตู้ 62.5 ล้านบาท รฟท.แพงกว่ามาเลเซีย 151% เชื่อว่า รฟท.มีเจตนากำหนดเงื่อนไขและราคา มุ่งหวังไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ปี 2542 การจัดซื้อของ รฟท.ทำให้ประเทศเสียประโยชน์ และส่อทุจริต ขอให้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยับยั้งการจัดซื้อครั้งนี้ การที่รัฐบาลต้องจ่ายแพงกว่า 151% เป็นการเสียค่าโง่ ไม่ต่างจากสมัยมีนักการเมืองบริหารประเทศ ถ้าเห็นเรื่องนี้ส่อพิรุธไม่ควรไว้วางใจนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

“หัสวุฒิ” ดิ้นยื่น ป.ป.ช.สู้คดี

ต่อมาเวลา 13.30 น. นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล อดีตประธานศาลปกครองสูงสุด ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. ขอความเป็นธรรม กรณีถูกคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ลงโทษให้ออกจากราชการโดยไม่ถูกต้องด้วยกฎหมาย โดยนายหัสวุฒิกล่าวว่า มาร้องขอความเป็นธรรมเนื่องจากไม่ได้ทำผิดกรณีจดหมายน้อย ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าทำผิด แต่ ก.ศป.กลับมีมติว่า ตนผิด จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบการทำงานของ ก.ศป.และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ได้มอบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ ป.ป.ช. เพื่อชี้ให้เห็นว่า คำสั่งของ ก.ศป.เป็นการตัดสินโดยไม่มีพยานหลักฐาน มั่นใจในพยานหลักฐาน 100% และทุกคนยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทั้ง นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ยืนยันว่า ตนไม่รู้เห็นการทำจดหมายน้อย และ พ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงกุล ผู้กำกับการศูนย์รวมข่าวกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) ยืนยันว่า ไม่รู้จักตน ไม่เคยเจอกัน หลังจากนี้จะไปยื่นขอความเป็นธรรมในช่องทางอื่นตามกฎหมาย จนกว่าความจริงจะปรากฏ และได้รับความเป็นธรรม

“บิ๊กป้อม” เล็งปรับโครงสร้าง คสช.

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้า คสช.กล่าวถึงการมอบนโยบายให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ว่า ไม่จำเป็นต้องมอบนโยบายใดๆ ที่ผ่านมาทำงานร่วมกับ ผบ.เหล่าทัพมาตลอด ต่างทราบนโยบายรัฐบาลดี คงไม่ต้องคุยรายละเอียดอะไรกัน ส่วนการปรับโครงสร้างสมาชิก คสช.นั้น ต้องปรับใหม่ เพื่อความเหมาะสมให้เกิดการสั่งการที่สั้น กะทัดรัด และรวดเร็ว ส่วนการให้ ผบ.ทบ.เป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) ด้วยตนเองนั้น สิ่งใดที่เกิดความล่าช้า ไม่รวดเร็วต้องปรับ อะไรที่ชัดเจน สั้น รวดเร็วต้องทำ เมื่อถามว่ามั่นใจในความสามารถของ ผบ.ทบ. คนใหม่ว่า จะควบคุมสถานการณ์ได้ใช่ไหม พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผมรู้จักตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก ยศร้อยตรี และผมมีตำแหน่งเป็นผู้พัน ดังนั้น ไม่ต้องถามเพราะรู้จักก่อนคุณเกิดอีก สถานการณ์ขณะนี้สงบอยู่แล้ว เรื่องนี้ คสช.ดูแลได้”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับโครงสร้าง คสช.ว่า มีการปรับมาตั้งนานแล้ว คนเก่าที่อยู่ตั้งแต่สมัยรัฐประหารก็อยู่ต่อไป ส่วนคนใหม่ที่เกษียณอายุราชการก็ไปเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อย่างเดียว โครงสร้างยังเท่าเดิม เป็นไปตามกฎหมายคือ 15 คน

มอบนโยบาย ศมบ.แก้ความมั่นคง

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณา (ศมบ.) ว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานปี 59 ดังนี้ 1.การปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทุกหน่วยต้องดำเนินการให้เต็มกำลังสุดความสามารถ 2.ให้ทุก หน่วยถือเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นความเร่งด่วนลำดับแรกที่ต้องรีบปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติสุข ปลอดภัย 3.ขอให้ดำรงการปฏิบัติงานด้านการข่าวร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังจากภาคประชาชนตลอดเวลา 4.ขอให้ทุกหน่วยงานสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปตามโรดแม็ปที่รัฐบาลวางไว้ 5.รัฐบาลพยายามเร่งแก้ปัญหาจราจรระยะยาวด้วยการสร้างระบบขนส่งมวลชน จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ สตช. และ กทม. วางแผนการแก้ปัญหาจราจรระยะสั้นควบคู่ไปกับการสร้างการรับรู้ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 6.ขอให้ทุกหน่วยประสานให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกันของประชาชน

กำชับผู้ว่าฯร่วมสร้างปรองดอง

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมหารือข้อราชการ ผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดย พล.อ.อนุพงษ์กล่าวแสดงความยินดีกับ ผวจ.ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ โดยเน้นย้ำเป็นพิเศษเรื่องการเทิดทูนและธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ การขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและ คสช.เช่น การสร้างความปรองดอง ขอให้ดำเนินการภายใต้หลักการ “เห็นต่างได้ แต่ต้องอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุข” เพื่อร่วมกันลดความขัดแย้ง ส่งเสริมความปรองดอง จัดการปัญหาที่กระทบความมั่นคง ตลอดจนเร่งผลักดันนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายที่เป็นวาระแห่งชาติ

เลขาฯ สมช.มอบนโยบายทำงาน

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คนใหม่ นำดอกไม้ไปสักการะพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า และศาลพระภูมิ ศาลตาศาลยาย ภายในทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังจากเข้ามาทำหน้าที่ในสำนักงาน สมช.เป็นวันแรก จากนั้น พล.อ.ทวีปประชุมมอบนโยบายแก่บุคลากรในองค์กรว่า งานของ สมช.เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศและประชาชน ดังนั้น ข้อมูลที่จะแจ้งผู้บังคับบัญชาต้องถูกต้องทั้งหมด ไม่ใช่ถูกต้องบางส่วน และต้องทันเวลา ทุกเรื่องที่เป็นประเด็นร้อนในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลง ค่อนข้างเร็ว ขอให้ทุกคนอัพเดตข้อมูลให้ทันสมัยเสมอ ทุกครั้งที่ตนนำข้อมูลไปแจ้งผู้บังคับบัญชา ข้อมูลทั้งหมดต้องถูกต้อง 100% เพื่อให้การตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาไม่ผิดพลาด

นายกฯยันต่างชาติยังเชื่อมั่นไทย

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ถึงการไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 70 ประเทศ สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 23 ก.ย.-1 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า เป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยที่ได้แสดงจุดยืน มีความคืบหน้าของการเดินหน้าประเทศตามโรดแม็ปในห้วงที่ผ่านมา ตนได้เน้นย้ำเจตนารมณ์การดำเนินการตามโรดแม็ป และการวางรากฐานการปฏิรูปประเทศในทุกๆด้าน ขณะเดียวกันได้รับรายงานจากคณะทำงานหรือทีมประเทศไทยว่า ภาพลักษณ์ของไทยในสายตาคนอเมริกัน หรือคนต่างชาติที่นั่นไม่มีปัญหา ยังคงมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในประเทศไทยอยู่ คนอเมริกันชื่นชอบอาหารไทย ชื่นชมความมีน้ำใจของคนไทย ชอบรอยยิ้มของคนไทย

ให้คำมั่นเวทีโลกเดินตามโรดแม็ป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการหารือทวิภาคีกับผู้นำประเทศต่างๆนั้น ได้พบกับประธานาธิบดีสาธารณรัฐจีน นายกรัฐมนตรีแอนติกาและบาร์อูดา ตลอดจนการหารือทวิภาคีกับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ สำหรับสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน ตนยืนยันว่ายังเป็นไปตามกรอบระยะเวลาโรดแม็ป และประเทศไทยได้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ปี ค.ศ. 2017-2018 นอกจากนี้ไทยยังได้รับตำแหน่งประธานกลุ่มจี 77 อันเป็นองค์กรความร่วมมือระดับรัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนา สำหรับวาระปี 2559 เนื่องจากทางกลุ่มจี 77 มีการคัดเลือกจากประเทศที่มีประสบการณ์ และประเทศที่ประสบความสำเร็จในการลดความยากจน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในเวทีโลกในขณะนี้

วอนคนเห็นต่างจับเข่าคุยอย่าขัดขา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอขอบคุณทีมประเทศไทย เอกอัครราชทูตประจำสหประชาชาติ เอกอัครราชทูต ประจำกรุงวอชิงตัน ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนที่สนับสนุน อำนวยความสะดวก ให้กำลังใจ ทำให้ตนและคณะปฏิบัติภารกิจลุล่วงเป็นอย่างดี ขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ติดตาม รวมทั้งที่สหรัฐฯจากหลายๆรัฐที่ทราบว่า เหน็ดเหนื่อยมาให้การสนับสนุนตน แต่ไม่มีโอกาสได้ไปพบใกล้ๆได้มองเห็นระหว่างเดินทางไปประชุม ถือว่าเป็นกำลังสำคัญให้ประเทศก้าวต่อไปข้างหน้าเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ขณะที่ผู้เห็นต่างนั้น อยากให้หันหน้ามาพูดคุยกัน เราเสียเวลาเรื่องที่ขัดแย้งกันต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

แห่สมัครชิง ป.ป.ช. 59 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำหรับการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.จนถึงวันที่ 2 ต.ค. ปรากฏว่ามีผู้มาสมัครรวมทั้งสิ้น 59 คน โดยในวันที่ 2 ต.ค.ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร มีผู้มาสมัครทั้งหมด 27 คน อาทิ นายนิทัศน์ รายยวา อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายเชาวนะ ไตรมาศ อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ นายพลเดช ปิ่นประทีป อดีต สปช. นายธวัช ชลารักษ์ อดีตผู้ตรวจกระทรวงศึกษาธิการ นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ อดีต ส.ว.สรรหา นายวิทยา อาคมพิทักษ์ อดีตกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พล.ต.หญิง บุณญารัศม์ พัฒนะ–มหินทร์ อดีตตุลาการพระธรรมนูญ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้