วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ร้องคสช. โดนนายทุนปิดทางสาธารณะ ต้องเข้าออกทางเรือ

ร้องคสช. โดนนายทุนปิดทางสาธารณะ ต้องเข้าออกทางเรือ

  • Share:

เดือดร้อนหนัก! ชาวบ้านสาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ร้อง คสช. โดนนายทุนปิดทางสาธารณะ ที่ใช้สัญจรไปมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า มากว่า 2 ปี ทำให้ต้องใช้เรือข้ามฟากในการเข้าออก วอน จนท.ช่วยบรรเทาทุกข์...

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 58 ที่ศูนย์ประสานงานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ประจำพื้นที่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี (ภายในวัดสวนหงษ์) กลุ่มชาวบ้านหมู่ 1 ต.สาลี อ.บางปลาม้า จำนวนกว่า 60 คน โดยการนำของนางสมคิด ไม้ทอง อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 ม.1 ต.สาลี ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พ.ต.สุวรรณ นาคกลิ่น ผบ.ร้อยกรมการทหารปืนใหญ่ ที่ 9 หน.ชุดประสายงานรับผิดชอบพื้นที่ เนื่องจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการที่นายทุนมาซื้อที่ดินในพื้นที่ และปิดทางสาธารณะ จนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ มากว่า 2 ปีแล้ว โดยชาวบ้านต้องใช้เรือข้ามฟากแทน สร้างความเดือดร้อนแสนสาหัส จึงมาร้องขอให้ทางทหารมาช่วยดำเนินการบรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้านด้วย

ชาวบ้านหมู่ 1 ต.สาลี อ.บางปลาม้า จำนวนกว่า 60 คน เข้าร้องเรียนต่อ ทหารวอน คสช.ช่วยถูกนายทุนกว้านซื้อที่ดินปิดทางสาธารณะ


ต่อมากำลังของเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมด้วยชาวบ้านได้ลงพื้นที่ไปทำการตรวจสอบ โดยต้องใช้เรือข้ามฟากไปยังสถานที่ ที่มีข้อพิพาท พบเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่าง ต.สาลี กับ ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า พบเป็นทางเดิมระยะทางยาวประมาณ 2 กม. แต่ที่มีการตัดขาดหายไปช่วงกลางระยะทางยาวประมาณ 300 เมตร แต่ยังคงมีถนนด้านหัว และด้านท้ายอยู่ โดยที่ตรงกลางมีการสร้างสิ่งปลูกสร้าง และมีการทำการเกษตรเป็นแปลงผักขนาดใหญ่อยู่ด้วย โดยมีนายเมธี โรจน์พานิชวงษ์ เป็นเจ้าของ เจ้าหน้าทหารจึงได้เชิญทั้งสองฝ่ายมาทำการพูดคุยถึงความเป็นมา และทั้งสองยังคงอ้างสิทธิในพื้นที่ดังกล่าวกันอยู่ พร้อมนำเอกสารหลักฐานมามอบให้ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้ไปทำการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง

นางสมคิด ไม้ทอง แกนนำกลุ่มชาวบ้าน เผยว่า ทางสาธารณะดังกล่าว ตนและชาวบ้านใช้สัญจรไปมา ตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย แล้ว จากเดิมที่เคยเป็นทางเกวียน จนปรับเปลี่ยนมาเป็นทางรถยนต์ โดยมีชาวบ้านที่ใช้ถนนสาธารณะเส้นนี้จำนวน 9 ครัวเรือน กับอีก 10 เจ้าของที่ดินรอบข้างที่มาทำนา รวมแล้วก็เป็นร้อยคน ที่ต้องใช้ทางสาธารณะเส้นนี้ และเจ้าของที่ดินรอบข้างได้มีการอุทิศที่ดินบางส่วนให้เป็นทางสาธารณะแล้ว ตั้งแต่ปี 2541 ต่อมาเมื่อปี 2550 ได้มีนายทุนมาซื้อที่ดินเพื่อทำเป็นแปลงเกษตร อยู่ๆ ก็ได้ปิดทางสาธารณะที่ชาวบ้านใช้อยู่ ตนและชาวบ้านจึงได้ไปฟ้องร้องหลายที่ แต่ก็ไม่เป็นผล จึงต้องมาใช้การสัญจรทางเรือแทน ซึ่งลำบากมาก เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย เด็กๆ ไปโรงเรียน รวมไปถึงการลำเลียงพืชผลทางการเกษตร จึงวอนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วย

ขณะที่ นายเมธี คู่กรณีเผยว่า เรื่องข้อพิพาทในที่ดินดังกล่าว ได้จบสิ้นลงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาแล้ว โดยได้มีการไกล่เกลี่ยกันที่ศาลแล้ว พร้อมนำเอกสารการไกล่เกลี่ยมาให้เจ้าหน้าที่ทหารดู แต่ตนก็ไม่ทราบว่าชาวบ้านยังจะมาร้องเอาอะไรอีก ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด ก็ได้ทำการถ่ายภาพ รวมถึงรวบรวมเอกสารต่างๆ และทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อจะดำเนินการต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้