วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กป๊อก' ชี้เหตุอัดฉีดเงินแก้จนตำบลละ 5 ล้าน เพื่อกระตุ้น ศก.รากหญ้า

'บิ๊กป๊อก' ชี้เหตุอัดฉีดเงินแก้จนตำบลละ 5 ล้าน เพื่อกระตุ้น ศก.รากหญ้า

  • Share:

"บิ๊กป๊อก" มอบนโยบายขรก.ตั้งโจทย์เร่งบูรณาการร่วมสร้างปรองดอง-สางเสพติด-ประมงผิด ก.ม.-ค้ามนุษย์ ระบุอัดฉีดเงินโครงการแก้จนตำบลละ 5 ล้านบาท กระตุ้น ศก.รากหญ้า สั่ง ปค.คุมทำงานผนึกกรมบัญชีกลาง-สำนักงบฯ ดูแลเข้ม 

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.58 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมหารือข้อราชการร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงและมอบนโยบายผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดว่า ตนได้มีการมอบนโยบายแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ แนวทางที่ถือเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาลและประเทศชาติในขณะนี้ เช่น นโยบายเรื่องการปรองดอง ในส่วนของการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ  

รมว.มหาดไทย กล่าวย้ำว่า ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำอย่างไรให้กลไกของกระทรวงมหาดไทยลงไปถึงประชาชน โดยเป็นการทำงานผ่านทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ได้ทราบว่า บ้านเมืองของเราไม่มีหนทางอื่นที่เป็นไปได้นอกจากการทำให้เกิดความสามัคคี และช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไป เพราะปัญหาประเทศชาติเรามีเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำ เรื่องทรัพยากร เรื่องความเป็นอยู่ของประชาชน จะเห็นว่ามีปัญหาอยู่มาก เพราะฉะนั้นจะต้องอยู่บนความสามัคคี เห็นชอบหรือเห็นต่างกันได้ แต่อย่ามาขัดแย้งกัน ซึ่งตนได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแล               

ส่วนเรื่องที่เป็นวาระของชาติ เช่น เรื่องยาเสพติด ปัญหาการทำประมงแบบผิดกฎหมาย และปัญหาการค้ามนุษย์นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้ เพราะถือว่าเป็นปัญหาที่ต้องมีการบูรณาการแก้ไข ซึ่งตนได้มอบแนวทางแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาแล้ว  

อย่างไรก็ดี ในส่วนของการทำงานตามหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย ที่มีการทำงานร่วมกับกระทรวงอื่นๆ เช่น การแก้ปัญหาภัยแล้ง การช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องของภาวะน้ำน้อยที่จะต้องมีการบูรณาการแก้ไขในขณะนี้ ตนได้มอบนโยบายในการดำเนินการไปแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้าน) ว่า ตนได้เน้นย้ำในส่วนของการเขียนโครงการจะต้องเป็นความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอจะต้องกลั่นกรองความเหมาะสม สร้างความเข้มแข็งกระตุ้นเศรษฐกิจต่อประชาชนหรือไม่ ซึ่งหน่วยงานที่จะไปตรวจสอบความไม่โปร่งใสของโครงการคือสำนักงบประมาณที่จะเข้าไปร่วมดูแล โดยมีสำนักงานเขตของสำนักงบประมาณคอยดูแลในส่วนนี้ มีความเหมาะสมและสมบูรณ์เหมาะแก่การดำเนินโครงการ 

"ในส่วนของการปฏิบัติมีขั้นตอนของกรมบัญชีกลางได้กำหนดแล้วจะทำได้อย่างไร มันมีรายละเอียดมาก ผมได้ให้นโยบายกรมการปกครองนำข้อกำหนดของสำนักงบประมาณและของกรมบัญชีกลางมอบให้กับผู้ปฏิบัติให้ชัดเจน อย่าให้เกิดข้อผิดพลาด แล้วให้ประชาชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ทางที่ประชุมมีความเห็นว่าเรามีกลไกของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) อยู่ในพื้นที่แล้ว อาทิ หอการค้าและสภาอุตสาหกรรม ดังนั้นผมจึงมั่นใจเมื่อแผนงานโครงการต่างๆ อนุมัติแล้ว ในขั้นปฏิบัติ อย่างน้อยต้องถูกต้องตามกฎหมาย กระทรวงมหาดไทยเองได้มีการร่วมมือกับองค์กรต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ถือว่าจะช่วยให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น" รมว.มหาดไทย กล่าว         

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในแต่ละพื้นที่ยังมีปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการทำความเข้าใจหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนว่าสื่อไม่เข้าใจขณะนี้ไม่มีปัญหา ของเดิมที่มีปัญหาของ 5 ล้าน ก็คือก่อนหน้านี้มันมีโครงการที่มีการหักงบประมาณออกไปในพื้นที่เดียวกัน แต่ในขณะนี้สำนักงบประมาณบอกว่า ถ้าในพื้นที่เดียวกัน แต่ไม่ซ้ำซ้อนกันก็จะไม่มีการหักงบประมาณ เพื่อให้เกิดความเสมอภาคในพื้นที่แต่ละตำบล อย่างไรก็ตาม การพิจารณาตามแต่ละพื้นที่ยังไม่จบ ถ้าพื้นที่ไหนไม่ซ้ำซ้อนก็ได้เต็ม 5 ล้าน พื้นที่ไหนซ้ำซ้อนก็โดนหัก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้