วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'จักรพงษ์' แขวะ 'สมคิด' ให้ความหวัง ศก. แนะ เร่งคลายทุกข์ ปชช.

'จักรพงษ์' แขวะ 'สมคิด' ให้ความหวัง ศก. แนะ เร่งคลายทุกข์ ปชช.

  • Share:

'จักรพงษ์' อดีตกรรมการบริหารเพื่อไทย แขวะ 'สมคิด' ให้ความหวัง ศก. ยังดี ขณะส่งออกติดลบ 8 เดือน ห่วงขับเคลื่อนไม่ครบวงจร หวั่นเส้นตาย 3 เดือนเปล่าประโยชน์ แนะเปิดใจรับฟัง เร่งคลายทุกข์ประชาชน อย่าละเลยเกษตรกร มอง ความไม่เป็นประชาธิปไตยคืออุปสรรค ...

วันที่ 2 ต.ค. 58 นายจักรพงษ์ แสงมณี อดีตกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากข้อมูลการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำ พบว่าการส่งออกในเดือนสิงหาคม ติดลบถึงร้อยละ 9.5 ซึ่งลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 โดยมีกลุ่มสินค้าส่งออกที่หดตัวมาก คือ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ฮารด์ดิสก์ไดรฟ์ และสินค้าเกษตร 

นายจักรพงษ์ กล่าวอีกว่า การที่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและอดีตเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ออกมาเตือนเรื่องภาวะเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงในปัจจุบัน และหากการส่งออกยังติดลบต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ประเทศก็จะเข้าสู่วิกฤติ

"ผมรู้สึกเห็นใจ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ต้องพยายามให้ความหวังว่าเศรษฐกิจยังไม่วิกฤติ และจะไม่วิกฤติ เพื่อผู้คนทั่วไปจะได้มีกำลังใจ แต่ถ้าหากท่านจะไม่หลอกตัวเองไปด้วย และหมั่นถามไถ่ชาวบ้านร้านตลาด โดยไม่เพียงแต่สนทนาอยู่กับเจ้าสัวใหญ่ๆ ท่านก็จะทราบว่า ภาวะเศรษฐกิจปากท้องทั่วไปในปัจจุบัน ถือว่าอยู่ในภาวะพิเศษแล้ว และท่านก็มีเวลาในการทำงานไม่มากและต้องถูกวิธีเท่านั้น ภาวะเศรษฐกิจจึงจะไม่เป็นอย่างที่นายอาคม แสดงอาการเป็นห่วง"

ขณะที่ มาตรการอัดฉีดเงินทุนหมุนเวียนต้นทุนต่ำ แก่ภาคการผลิตของผู้ประกอบการขนาดย่อม ในขณะนี้ยังไม่มีคำตอบว่ากำลังซื้อจะมาจากไหน ทั้งจากภายนอก คือ การส่งออก และจากภายใน คือ กำลังซื้อของผู้คนในประเทศ ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าจะเป็นความพยายามขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ไม่ครบวงจร และทำให้เวลา 3 เดือน ที่หัวหน้ารัฐบาลกำหนดเป็นเส้นตายไว้จะหมดลงไปอย่างเปล่าประโยชน์ ซึ่ง หม่อมอุ๋ย ได้เคยออกมาเตือนไปแล้วว่า "ผู้ประกอบการในขณะนี้ ไม่ได้ต้องการเงินทุนหมุนเวียน แต่ต้องการใบสั่งซื้อสินค้า" 

"อยากวิงวอนให้ทีมเศรษฐกิจฯ ปัจจุบัน เปิดใจรับฟังให้มากๆ และเร่งแก้ไขภาวะเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน เพื่อคลายทุกข์ของประชาชน ก่อนที่จะสายเกินไป เพราะถ้าทำได้เป็นผลสำเร็จ เราอาจจะรอดจากภาวะวิกฤติที่มาจ่ออยู่หน้าประตูบ้านแล้วได้" นายจักรพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายจักรพงษ์ ไม่พูดถึงประเด็นความยากของการบริหารเศรษฐกิจในภาวะไร้ประชาธิปไตยเช่นนี้ แต่เสนอให้ทำงานเต็มที่กับทุกเรื่องและอย่าละเลยสามเรื่องที่สำคัญ ทั้งการดูแลรายได้ของภาคเกษตร ใส่ใจกับราคาสินค้าเกษตรในพืชหลัก การติดตามประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ ไม่ให้ล่าช้าเหมือนกับทีมบริหารเศรษฐกิจชุดก่อน รวมทั้งการประสานงานกับฝ่ายนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด และการดึงดูดการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยพิจารณาเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนกับประเทศคู่แข่ง และคู่ค้าอย่างใกล้ชิด ไม่พิจารณาเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนที่เทียบกับสกุลเหรียญสหรัฐฯ เท่านั้น

"หากทำได้ทั้งสามเรื่องหลักดังกล่าว มาตรการทางเศรษฐกิจจึงจะครบวงจร และน่าจะประคองเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไปได้ แม้ว่าความอยู่รอดของทีมเศรษฐกิจอาจไม่เป็นที่พอใจของคนรักประชาธิปไตย แต่ถ้าท่านอยู่รอด คงหมายถึงเศรษฐกิจไทยก็รอดด้วย โปรดเอาใจใส่ ในขณะที่เราเอาใจช่วย ก่อนที่สายเกินไป แต่ถ้าทำงานหนักจนครบถ้วน ครบวงจรแล้วยังไม่เป็นผลสำเร็จ ก็ไม่ใช่ความผิดท่านหรอกครับ ความไม่เป็นประชาธิปไตยนั่นแหละ คืออุปสรรคของความมั่นใจ และความมั่นใจคือเงื่อนไขของภาวะเศรษฐกิจที่ดี" อดีตกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย กล่าวทิ้งท้าย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้