วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เด็กรุ่นใหม่ไม่ถูกใจก็ลาออก

เด็กรุ่นใหม่ไม่ถูกใจก็ลาออก

โดย ครูเคท
4 ต.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

สวัสดีค่ะ มีคุณผู้อ่านเขียนอีเมลมาถามครูเคทเกี่ยวกับ “งาน” ที่เธอรู้สึกว่า “มันไม่ใช่”

ว่า... “คราวที่แล้วเคยทำงานมาก่อนที่หนึ่งประมาณ 2 ปีกว่าค่ะ แล้วลาออกมาหางานที่ใหม่ ได้งานที่ใหม่แล้วได้เข้าไปทำงานกับบริษัทได้ประมาณเกือบ 2 อาทิตย์แล้วค่ะ แล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ไม่มีความรู้สึกสนุกกับงาน ตอบตกลงไปเพราะคิดว่างานจะสนุกเหมือนที่เก่า พอเข้าไปทำจริงๆ แล้ว ไม่เหมือนเลยค่ะ ทำให้ไม่มีความกระตือรือร้นในการทำงาน และถ้าทำต่อไปคงไม่ก้าวหน้าแน่ๆ อยากเปลี่ยนงานใหม่ค่ะ และตอนนี้อยู่ในช่วงทดลองงาน มีเซ็นเอกสารรับทราบกฎของบริษัทตอนก่อนเริ่มงาน แต่เห็นในกฎบอกว่าตอนลาออกให้บอกล่วงหน้า 30 วัน เลยอยากทราบว่า ถ้าเป็นช่วงทดลองงานแล้วบอก HR ล่วงหน้าแค่วันเดียวได้ไหมคะ จะมีผลอะไรทางกฎหมายหรือเปล่า แล้วก็ถ้าสมัครงานที่ใหม่ก็ไม่ต้องระบุประวัติการทำงานของบริษัทนี้ใช่ไหมคะ เพราะยังไม่ผ่านทดลองงานด้วย ขอบคุณมากนะคะ...”

จากอีเมลที่ถามมาดูเหมือนว่าเธอยังสนุกกับที่ทำงานเก่า และไม่ได้บอกเหตุผลมาว่ารู้สึกอย่างไรหรือมีเหตุผลอะไรจึงเปลี่ยนงานใหม่ จึงยังวิเคราะห์อะไรไม่ได้มากนัก

คนเราที่เปลี่ยนงานใหม่มีเหตุผลต่างๆ นานา บางคนเปลี่ยนเพราะสภาพงานที่ไม่ถนัด งานหนักไป งานซ้ำซาก ไม่ชอบเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านาย ผลตอบแทนน้อย ฯลฯ บางคนคิดอยู่นานกว่าจะตัดสินใจลาออก บางคนคิดแค่ชั่ววูบแล้วก็ลาออก แต่ที่ถามมานี่คงจะอึดอัดกับอะไรบางอย่างจนไม่อยากจะรอ 30 วันก่อนลาออกตามสัญญาที่ทำไว้กับบริษัท

จะว่าไปคนรุ่นใหม่สมัยนี้บางรายก็มีพฤติกรรมไม่น่ารักอยู่เหมือนกัน คือ คิดจะออกก็ออกเลย ไม่บอกกล่าวหรือบอกล่วงหน้าเพียงไม่กี่วัน
การกระทำอย่างนี้ถามว่าผิดกฎหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าสัญญาที่ทำกันไว้เป็นอย่างไร

การออกก่อนกำหนดอาจทำได้หากมีความจำเป็นเร่งด่วน แต่อย่างไรก็ตาม ตามมารยาทก็ต้องบอกล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทผู้จ้าง

บางทีเราอาจจะมองแค่มุมเรามุมเดียวว่า มันเป็นเรื่องของเรา เป็นสิทธิของเรา ไม่พอใจก็ออก และชอบคิดว่าเราออกไปหนึ่งคนไม่เป็นไร เดี๋ยวบริษัทก็หาคนใหม่ได้ แต่ในความเป็นจริงบริษัทมีความเสียหายในการรับสมัครหาคนและฝึกคนใหม่ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจมองเห็นไม่ชัดแต่มันเป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัททั้งหลายต้องแบกรับไว้ และยังไม่รวมต้นทุนทางเวลาที่สูญเสียไปด้วย และหากมองต่อไปอีก การจ้างงานบางบริษัทต้องมีบุคคลค้ำประกัน หรือมีบุคคลแนะนำ การตัดสินใจลาออกแบบเสียมารยาทของเราจะส่งผลให้คนค้ำประกันหรือคนที่เขาแนะนำเราเข้ามาเสียหน้า เสียความรู้สึก หรือเสียเงินเท่าไร และที่สำคัญ การที่เราตัดสินใจที่จะทำงานนี้ ก็ถือว่าเรามีส่วนต้องรับผิดชอบกับการตัดสินใจของเราด้วย จะโทษบริษัทอย่างเดียวไม่ได้

ดังนั้น หากทนอยู่ต่อได้อีกสักไม่กี่วันเพื่อไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ก็ควรทนเอาหน่อยนะคะ มองว่าแจ้งบริษัทวันนี้ แล้วรอแค่ 4 สัปดาห์เองก็ได้ออกสมใจ ในช่วงที่รอนี้ ก็ขอให้เรียนรู้งานต่างๆ ให้มากเข้าไว้ ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาทุกวันในชีวิตเป็นประสบการณ์ที่มีค่าทั้งนั้น

จากข้อมูลที่เล่ามาน้อยมาก แต่ครูเคทอยากให้คุณที่ถามเข้ามาหรือใครที่กำลังอยู่ในสถานการณ์นี้ ให้โอกาสกับตัวเองในการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงงานใหม่สักนิด การเปลี่ยนงาน เปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนเพื่อนร่วมงานและเจ้านาย ทำให้เราเครียดแบบไม่รู้ตัวได้ แต่ความรู้สึกนี้จะค่อยๆ หายไปถ้าหากเราเริ่มปรับตัวได้ ความรู้สึกอึดอัดไม่ชอบจะค่อยๆ ลดหายไปค่ะ

และอยากแนะนำน้องๆ คนรุ่นใหม่ว่า หากยังไม่มีงานใหม่รองรับ แต่รีบชิงลาออกมาก่อน ก็จะเกิดความเครียดซ้ำซ้อน (มักไม่รู้ตัว) คือ เครียดที่ทำงานที่คิดว่าไม่ใช่สำหรับเรา เครียดที่ออกมานอนอยู่บ้านและยังไม่ได้งานใหม่

ที่สำคัญตนเองอาจแอบรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าเราใจไม่สู้หรือเปล่า เรามีความสามารถจริงหรือเปล่า ฯลฯ สรุปว่าถ้าอึดอัดใจจริงๆ ลาออกได้ค่ะ แต่ควรแจ้งบริษัทให้เป็นเรื่องเป็นราวตามกฎ และหางานใหม่ให้ได้ก่อนแล้วค่อยลาออกก็ได้นะคะ



ใครมีปัญหาไม่มีความสุขกับงาน หรือมีปัญหาด้านชีวิต ครอบครัว ความสัมพันธ์ มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center โทร. 0814581165 เพื่อนัดคิว หรือเข้าไปแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer ได้นะคะ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้