วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'เด็ก ปชป.' สับ 'ซิงเกิลเกตเวย์' ไม่เคลียร์  จี้ 'ไอซีที' แจงนิยาม

'เด็ก ปชป.' สับ 'ซิงเกิลเกตเวย์' ไม่เคลียร์ จี้ 'ไอซีที' แจงนิยาม

  • Share:

"ศิริโชค" จี้ "ไอซีที" แจงความหมาย "Single Gateway" ให้ชัดเจน ชี้ให้ข้อมูลไม่หมดทำ ปชช.สับสน เชื่อ รบ.ไม่ลดเกตเวย์เหลือแค่หนึ่งแน่นอน
 
เมื่อวันที่ 2 ต.ค.58 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายศิริโชค โสภา รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมที่จะออกนโยบาย ซิงเกิลเกตเวย์ (Single Gateway)ว่า ยังให้ความเห็นได้ยาก เท่าที่ตนได้ฟังนั้นยังไม่มีความชัดเจนว่านิยามคำว่าซิงเกิลเกตเวย์ ตามความเข้าใจของรัฐบาลและประชาชนนั้นตรงกันหรือไม่ ดังนั้น ตนอยากให้ผู้มีอำนาจให้ความชัดเจนตรงนี้ด้วยตอนนี้มีอยู่ 2 ประเด็น คือ เรื่องของความเร็วของอินเทอร์เน็ตและเรื่องของการละเมิดสิทธิ์ ถ้าหากคำว่าซิงเกิลเกตเวย์คือการนำเอาเกตเวย์ทั้งหมดที่มีอยู่ไปเป็นของรัฐ ตนคิดว่าถ้าทำแบบนี้ก็ไม่น่าจะมีผลอะไรกับเรื่องของความเร็วอินเทอร์เน็ต เพราะเกตเวย์มีจำนวนเท่าเดิมไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร แค่เปลี่ยนจากเดิมที่เกตเวย์ถูกบริหารโดยเอกชนก็เปลี่ยนกลับมาเป็นของรัฐ ซึ่งแบบนี้ก็จะคล้ายกับลักษณะของคลื่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตนคิดว่ารัฐบาลน่าจะดำเนินการตามแนวทางนี้มากกว่าจะไปลดเกตเวย์ให้เหลืออยู่ 1 เกตเวย์ตามที่มีการวิจารณ์กัน

"เหมือนกับโครงข่ายโทรศัพท์มือถือหรือกับโครงข่ายดาวเทียม ซึ่งเหมือนกับสมบัติของรัฐแต่ให้เอกชนนำไปเช่า ในปัจจุบัน โครงข่ายเหล่านี้ก็เป็นของรัฐหมดแล้วมีแต่โครงข่ายที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อออกนอกประเทศที่ยังไม่เป็นของรัฐ ที่ผมมองและยังไม่แน่ใจก็คือว่าทางรัฐบาลจะเอาตรงนี้กลับมาเป็นของรัฐหรือไม่ ดังนั้น เลยตอบไม่ได้ว่าความเข้าใจของเรากับของเขาต่างกันหรือไม่" นายศิริโชค กล่าว

เมื่อถามถึงความเห็นของความปลอดภัย นายศิริโชค กล่าวว่า ถ้าเทียบกันระหว่างเกตเวย์เป็นของเอกชน หรือเป็นของรัฐบาล ต้องถามประชาชนว่าจะเชื่อมั่นว่าอย่างไหนมีความปลอดภัยมากกว่ากัน ยกตัวอย่างก็เหมือนกับตรวจคนเข้าเมือง คิดว่าประชาชนอยากจะให้รัฐหรือเอกชนบริหารเรื่องการตรวจคนเข้าเมือง คิดว่าอย่างไหนดีกว่ากัน ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนกับท่อไฟเบอร์ออปติกที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปต่างประเทศ สมมติขณะนี้มีอยู่ 9 จุด ถามว่าประชาชนเชื่อมั่นให้ใครดูแล 9 จุดนี้มากกว่ากัน ถ้าเอกชนบริหารในปัจจุบัน เอกชนก็สามารถจะละเมิดสิทธิประชาชนได้เหมือนกัน โดยที่ประชาชนไม่รู้ตัว

นายศิริโชค กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันนั้นรัฐบาลก็สามารถเข้าถึงเข้ามูลที่เกตเวย์ในแต่ละไอเอสพีได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าข้อมูลเหล่านี้จะไม่สามารถนำมาใช้ได้ในชั้นศาล ถ้าหากไม่มีการอนุญาตจากศาล ซึ่งในปัจจุบันก็มีการดำเนินการเข้าถึงข้อมูลตรงนี้อยู่แล้ว เพราะมีการตามจับพวกที่ทำความผิดบนหน้าเพจเฟซบุ๊กมาโดยตลอด แต่ถ้าหากเกตเวย์เป็นของรัฐนั้น รัฐก็อาจจะใช้ข้อมูลได้โดยไม่ต้องขอหมายศาล เพราะถือว่าเกตเวย์เป็นทรัพย์สินของทางรัฐบาล แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่ากฎหมายที่ออกในอนาคตต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร

นายศิริโชค กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าการที่ฝ่ายรัฐบาลออกมาอธิบายให้ประชาชนในเรื่องนี้ โดยยังไม่ตกผลึก อธิบายข้อมูลโดยไม่ชัดเจนนั้นทำให้เกิดความสับสนขึ้นมาและเป็นปัญหาใหญ่มาก พอพูดคำว่าซิงเกิลเกตเวย์ออกไป ก็ทำให้ประชาชนนั้นไปจินตนาการต่างๆ นานาว่าจะเกิดอะไรขึ้น บางคนก็กลัวว่าเน็ตจะล่ม เพราะมันจะเป็นเหมือนคอขวดมีทางออกทางเดียว บางคนก็กลัวว่ารัฐจะไปล้วงความลับต่างๆนาๆ แต่ตนต้องขออธิบายย้ำว่าทุกวันนี้ มันมีเกตเวย์อยู่แล้วที่เป็นทั้งของเอกชนและของรัฐบาล ถ้าหากรัฐจะต้องไปล้วงความลับนั้นต้องใช้ทั้งทรัพยาการเป็นอย่างมากเพราะ รัฐจะต้องมีทั้งอุปกรณ์ถอดรหัส เนื่องจากข้อมูลในเกตเวย์เหล่านี้ล้วนมีการเข้ารหัส และต้องมีการไปติดต่อกับบริษัทต่างประเทศที่ดำเนินการใส่รหัสเข้าไป

นายศิริโชค กล่าวว่า ดังนั้น ทางกระทรวงไอซีทีต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าซิงเกิลเกตเวย์คืออะไรมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และจุดประสงค์มันคืออะไร ซึ่งดีกว่าจะมาให้ข้อมูลแบบไม่ครบ ซึ่งขณะนี้เรื่องนี้ถูกโยงไปเป็นประเด็นการเมืองแล้วด้วย ตนขอยืนยันว่าขอสนับสนุนแนวทางที่จะทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น และไม่สนับสนุนสิ่งที่จะมาลิดรอนสิทธิของประชาชน แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีเส้นกั้นบางๆ ระหว่างสิทธิเสรีภาพและเรื่องของความมั่นคง ถ้าหากจะอ้างว่าลิดรอนสิทธิเสรีภาพแล้วได้ในเรื่องของความมั่นคงเพิ่มขึ้นมา ก็ต้องมาคุยกันว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไร.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้