วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขุนพรมพ่อตั้ง

ขุนพรมพ่อตั้ง

  • Share:

ในหนังสือ “สำนวนไทย” (บำรุงสาส์น พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2513) ส.พลายน้อย อธิบายสำนวนที่เกี่่ยวกับขุนนางไว้ 3 สำนวน

สำนวนแรก ขุนนางพ่ออีเป้า ...สำนวนนี้มีคำต่อท้าย “กลับจากเฝ้าหุงข้าวกินเอง”

ขุนนาง หมายถึงข้าราชการที่มีบรรดาศักดิ์ เป็นขุนนางถือว่ามีฐานะดี แต่ก็คงมีใครที่ฐานะยอบแยบ ไม่มีกำลังพอจะผดุงตนให้ภูมิฐาน จึงมีคนใช้สำหรับพูดล้อเลียนกันเล่น

สำนวนที่สอง “ขุนไม่เต็มราง” หมายถึงผู้มีบรรดาศักดิ์เป็นขุน แต่กิริยาวาจาท่าทางฟุ้งซ่าน ไม่สุภาพเรียบร้อย

สำนวนนี้เล่นคำ...ซ้อน ขุน แปลว่า เลี้ยง ราง แปลว่าภาชนะไม้ที่ใส่อาหาร ขุนไม่เต็มราง ก็แปลว่า เลี้ยงไม่เต็มที่

ขุนนาง เริ่มแต่ ขุน หลวง พระ พระยา ฯลฯ ได้รับสัญญาบัตรตั้งจากพระเจ้าแผ่นดิน แต่บางคน...พระเจ้าแผ่นดินยังไม่ได้ตั้งแต่ทำตัวเก่งดี มีวิชา ก็ถูกเรียกประชดว่า “ขุนนางพ่อตั้ง”

เรื่องขุนนางพ่อตั้งคนหนึ่ง อาจารย์ ส.พลายน้อย อ่านมาจากหนังสือพิมพ์ “ตลาดยอด” ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ชื่อเสียงโด่งดังราวๆ พ.ศ.2460 คนหนังสือพิมพ์รุ่นนั้นเก่งทางกลอน เขียนเรื่องนี้ เป็นกลอน

จะกล่าวถึงนายพรหมาคนบ้ายศ ย่อมปรากฏเล่าลือออกชื่อเสียง เป็นเสมียนชั้นตรีแต่ตีเคียง มักต่อเถียงข้อกฎหมายจนนายชัง

เขาออกชื่อลือนามตามนิยม เรียกขุนพรมปลายต่อว่าพ่อตั้ง ใครล้อเลียนไม่กระดากใจยากฟัง เรียกจนพรมพ่อตั้งจนติดมา

วันหนึ่งสังวาลย์เพชรของพระธิดาหาย ขุนพรมอาสาชำระสอบสวน จนได้ของที่หายถวายคืน

พระโปรดประทานให้เลื่อนยศ ซึ่งปรากฏเนิ่นช้าอุทาหรณ์ เป็นขุนหลวงพระไกรสีนามกร จะอยู่ตอน แผ่นดินไหนไม่ได้ความ เขาเล่ามาเล่าไปเรื่องไปรเวส นำมาเทศน์เป็นตำราภาษาสยาม สนุกเรื่องเครื่องอ่านตำนานความ

ขุนพรมพ่อตั้งฝังนามเอาไว้เอย

ก็เป็นอันว่าขุนพรมพ่อตั้ง ก็ได้เป็นขุนนางจริง แถมพิเศษ รวมขุน หลวง พระ เอาไว้ด้วยกันถึงสามชั้นยศ ขุนนางตำแหน่งนี้ เดิมทียังไม่เคยมี จึงซุบซิบกัน ใครตั้ง ตั้งเมื่อไหร่ ตั้งเพราะอะไร

อาจารย์ ส.พลายน้อย ไม่เสียเหลี่ยมนักเลงหนังสือเก่า...ติดตามถาม จนได้ความจากผู้ใหญ่ เล่าต่อๆกันมาว่า

พระเจ้าแผ่นดินท่านรู้ เสมียนพรมคนนี้ ยังไม่มียศ แต่บ้ายศจนชาวบ้านเรียกกันว่า “ขุน” ท่านก็รับสั่งถาม...เอ็งอยากเป็นอะไร ขุน หลวง หรือพระ เสมียนพรมพ่อตั้ง ได้โอกาสกราบทูลว่า อยากเป็นทั้งสามอย่าง

จึงเลยทรงตั้งเป็นที่ ขุนหลวงพระไกรสี

ย้อนไปอ่านกลอน... “จะอยู่ตอนแผ่นดินไหนไม่ได้ความ” ก็พอจะเดาว่าเก่าถึงสมัยอยุธยา และยังมีต่อมา ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 กรุงรัตนโกสินทร์

ราว 30 ปีที่แล้ว เคยมีข่าว เจอศพขุนหลวงพระไกรสี ในหีบลายทองวัดกัลยาณมิตร ธนบุรี ไม่มีเหตุผลกลใด ทำไม จึงไม่ได้เผา เล่ากันว่า ท่านเก่งทางกฎหมาย ลงได้ปักใจเชื่อแล้ว...พระอินทร์เหาะลงมา...ตัวเขียวๆ

ยังไงๆ ท่านก็ไม่เป็นอื่น

ชะตากรรม สุดท้าย ขุนหลวงพระไกรสีคนนี้ จึงคล้ายต้นแบบ ...ขุนพรหมพ่อตั้ง “มักต่อเถียงข้อกฎหมายจนนายชัง” เท่าที่ผมฟังมา ชื่อนี้ถูกเขียนไว้ให้จดจำ ในกระจกปลายเท้าพระเจ้าแผ่นดิน

ตำแหน่งขุนหลวงพระไกรสีสมัยนี้ไม่มีแล้ว แต่ขุนนางพ่ออีเป้า ขุนไม่เต็มรางยังพอมี พวกที่เข้าสภาไม่ได้ ก็มีทั้งพวกตามรอขอเช็คบิลนอกสภา มีทั้งถ้าพ่อไม่ตั้ง ก็ใช้วิชาขุนพรมพ่อตั้ง ตั้งกันเอง.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้