วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

คิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

โดย สายล่อฟ้า
3 ต.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เดินทางกลับจากการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 70 ด้วยความสำเร็จที่งดงาม ย่อมเป็นคำตอบว่านานาชาติให้การยอมรับสภาพความเป็นจริงของประเทศไทย ว่าเกิดอะไรขึ้นและกำลังทำอะไรกันอยู่

แน่นอนว่าก่อนเดินทางไปร่วมประชุม นายกฯเองก็คงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า แต่ในเมื่อกล้าไปแล้วก็ต้องกล้าที่จะยอมรับความจริง

ที่สุดก็ราบรื่นเรียบร้อย แม้จะมีเศษหินในรองเท้าบ้างก็ตาม

สิ่งหนึ่งที่ต้องแสดงความชื่นชมก็คือ ทีมประเทศไทยที่กระทรวงต่างประเทศรับผิดชอบ ได้ทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ทำการบ้านอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถบรรลุภารกิจได้เป็นอย่างดี

การทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองด้วยความสุจริต และรับผิดชอบแม้จะยากเย็นแสนเข็ญอย่างไรก็จะฝ่าข้ามไปได้

เพราะไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง มีแต่คิดถึงประเทศเป็นตัวตั้ง

ประเด็นหนึ่งที่นายกฯกล่าวยืนยันก็คือ รัฐบาลไทยจะเดินหน้าตามโรดแม็ปที่วางเอาไว้ และคาดว่าจะมีการเลือกตั้งราวกลางปี 2560 ก็เป็นสัตยาบันที่แสดงให้เห็นว่า มีความจริงใจที่จะทำให้ประเทศกลับมาสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง

แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นตัวตั้งสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ จะต้องยกร่างให้เสร็จตามกำหนดและผ่านประชามติ

ถ้าไม่ผ่านก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอนที่มีการกำหนดเอาไว้ ซึ่งก็ต้องยกร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง

การบ้านสำคัญของนายกฯหลังกลับจากการประชุมมีอยู่ 2 เรื่อง ก็คือ การตั้ง กรธ. 21 คน และ สปท. 200 คน ซึ่งน่าจะมีการเตรียมการรองรับเอาไว้แล้ว อยู่ที่ว่าจะพิจารณารายชื่อบุคคลต่างๆตามข้อเสนอที่ชงเอาไว้ตามนั้นหรือไม่

หรือว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลที่เห็นว่าน่าจะเหมาะสมกว่าตำแหน่งประธาน กรธ.ที่จะทำหน้าที่ควบคุมดูแลการเลือกร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่ามีความสำคัญ ซึ่งนายกฯคงจะมีการพูดคุยกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ซึ่งมีการทาบทามเอาไว้แล้วว่า จะตกลงปลงใจรับหน้าที่หรือไม่

ว่าไปแล้วคงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพียงแต่จะต้องมีเงื่อนไขบางอย่าง เพื่อให้การร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่น ได้เนื้อหาสาระที่พอใจกันทุกฝ่าย

หากได้พูดคุยทำความเข้าใจกันก่อน ถือว่าเป็นเรื่องดีจะได้ไม่มีปัญหา เมื่อดำเนินการกันไปแล้ว งานจะได้เดินหน้าไปโดยไม่มีอุปสรรค หรือขุ่นข้องหมองใจกันภายหลัง ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย

การที่รัฐธรรมนูญที่ถูกควํ่าไปนั้น เป็นตัวอย่างและบทเรียนที่ไม่ควรจะให้เกิดขึ้นมาอีก ไม่ว่าเพราะเหตุผลกลใดก็ตาม

ซึ่งนั่นก็คือปัญหาที่ทำให้หลายคนไม่อยากเข้ามาทำหน้าที่นี้ซึ่งคงมิใช่แค่ว่าจะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 2 ปี

เนื่องจากจะต้องเจอแรงกดดันรอบด้าน ผ่านก็ดี ไม่ผ่านก็จะเกิดความเสียหาย ทั้ง กรธ.เอง และ คสช.ด้วย

ดังนั้น ความเข้าใจคงไม่ใช่แค่ประธาน กรธ.เท่านั้น แต่ทั้งคณะที่จะต้องทำหน้าที่นี้ จึงต้องเกิดความเข้าใจที่ตรงกันด้วย

ไม่ใช่แหกโผกันไปคนละทางสองทางจนวุ่นวายไปหมด

ขั้นตอนการแต่งตั้งบุคคลทั้ง กรธ. และ สปท.นั้น จึงไม่ใช่ทำกันลวกๆ แต่จะต้องพิจารณาด้วยความเหมาะสม และสอดรับกับสถานการณ์ที่เป็นจริงด้วย

“พล.อ.ประยุทธ์” น่าจะรู้ดีที่สุดว่าควรจะทำอย่างไร ตัดสินใจอย่างไร.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้