วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยูเอ็นในความทรงจำ

ยูเอ็นในความทรงจำ

โดย หมัดเหล็ก
3 ต.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

สมัยรัฐบาล อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี มีโอกาสได้เดินทางไปประชุม สมัชชาสหประชาชาติที่มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ สมัยนั้นอดีตนายกฯอานันท์ ก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่โดยที่ไทยเป็นประเทศสมาชิกสหประชาชาติ ต้องได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมอย่างเป็นทางการอยู่แล้ว

อันที่จริงที่ทำการสหประชาชาติหรือยูเอ็นก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ห้องทำงานของเลขาธิการสหประชาชาติก็เป็นห้องเล็กๆ แต่ด้วยที่เป็นบุคคลสำคัญ การเข้าพบเลขาฯสหประชาชาติของผู้นำประเทศต่างๆใช้เวลาไม่มากนัก พูดง่ายๆคือพบพอเป็นพิธี จับมือกันเสร็จทักทายกันตามธรรมเนียมถามโน่นถามนี้ก็หมดเวลาแล้ว

นอกจากนี้ ในฐานะ ประเทศสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพที่ต้องต้อนรับบรรดาผู้นำประเทศต่างๆเดินทางมาประชุมสหประชาชาติโดยปริยาย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็จะเลือกเชิญแขกบ้านแขกเมือง เข้าพบ แบบเป็นทางการบ้างไม่เป็นทางการบ้าง

เท่าที่จำได้ อดีตนายกฯของไทยกับอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ได้พบกันในห้องเล็กๆห้องหนึ่งที่อยู่ในทำเนียบประธานาธิบดี มีนักข่าวนั่งเป็นสักขีพยานอยู่ด้วย อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯมาถึงก็ทักทายจับมือกับอดีตนายกฯของไทย ทักทายกันพอหอมปากหอมคอ เสร็จแล้วอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯได้เดินมาจับมือกับนักข่าวคนละนิดละหน่อยจากนั้นก็ร่ำลากันไปตามระเบียบ เป็นที่ประทับใจ

ที่คิดว่าจะคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ แบบเอาเป็นเอาตาย หรือจะแสดงอาการอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาให้เห็นว่าไม่เป็นที่พอใจ คงไม่มีผู้นำประเทศไหนเขาทำกันอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นจะมีการแถลงแสดงบทบาทว่าไม่พอใจประเทศนั้นประเทศนี้แค่ไหนก็ตาม คงจะเป็นวิธีทางการทูตในระบบสากล

การเดินทางไปร่วมประชุมยูเอ็นเที่ยวนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เช่นกัน มีทั้งคนประท้วงและมีทั้งคนให้กำลังใจ การประท้วงบริเวณที่ทำการยูเอ็นต้องเข้าใจว่า เขาจะจัดพื้นที่ประท้วงไว้โดยเฉพาะ จะไปประท้วงเลอะเทอะไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีอะไรรุนแรงและเป็นที่สนใจของต่างชาติเท่าไหร่นัก

มีแต่คนในประเทศที่สนใจกันเป็นพิเศษ มีการประเมินผลการเดินทางไปเข้าร่วมประชุมสหประชาชาติของ พล.อ.ประยุทธ์ เที่ยวนี้ว่าคุ้มค่า มีผลดีกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ เองก็ได้มีโอกาสจับมือกับ บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯซะที

และที่ดูเหมือนจะลดกระแสที่ไปที่มาของสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยลงได้ก็คือ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปให้คำสัญญาเอาไว้ว่า ประเทศไทยจะจัดให้มีการเลือกตั้ง ภายในปี 2560 แน่นอน

อย่างว่า วีถีของระบอบประชาธิปไตยกับวิธีสัมพันธ์ทางการทูต คนละอย่างกัน หน้าฉากอาจจะดูปลอดโปร่งและเอาเข้าจริงเป็นคนละเรื่อง ไม่เช่นนั้นเราคงไม่โดนมาตรการทางเศรษฐกิจจนอ่วม องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนคงไม่ลงมาตรวจสอบสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยเสียละเอียดยิบ ในทางการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

อย่าทำเป็นดีใจไป.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้