วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชีวิตเดินช้า...บนวิถีธรรมชาติที่ 'อูบุด'

ชีวิตเดินช้า...บนวิถีธรรมชาติที่ 'อูบุด'

  • Share:

กิจกรรมขี่อูฐริมชายหาด

บาหลี เกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องความโรแมนติก โดยเฉพาะคู่รักหลายคู่ที่มักใช้ที่นี่เป็นที่ฮันนีมูนหรือรำลึกถึงความทรงจำดีๆ

ถือเป็นความโชคดีของเรา ที่สายการบินแอร์เอเชีย สายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก จากการสำรวจความเห็นของนักเดินทาง 18 ล้านคนทั่วโลก ชักชวนให้ร่วมทริป Media Familiarization Trip สู่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ต้องบอกว่า สนุกมว้ากๆๆๆๆจริงๆ

เที่ยวบิน FD396 มีกำหนดออกเดินทางสู่สนามบินเดนปาซาร์ เกาะบาหลี ตอน 06.15 น. ทีมงานของแอร์เอเชีย ที่มีพีอาร์สาวสวย “น้องลินิน” มาคอยต้อนรับตั้งแต่ตีสี่ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนออกเดินทางและแล้วการเดินทางของ 8 สาวบนเกาะสวรรค์ก็เริ่มต้นขึ้น

4 ชั่วโมงบนเครื่องแอร์เอเชีย กับบริการประทับใจ เราก็มาถึงบาหลี... 1 ใน 33 จังหวัดของประเทศอินโดนีเซีย แต่เป็นหนึ่งในจำนวนเกาะกว่าหมื่นเกาะของอินโดนีเซีย ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะชวา ทั้งยังเป็นเกาะสุดท้ายทางฝั่งตะวันออกที่มีสภาพแวดล้อมเป็นแบบป่าฝนของเอเชียด้วย

เวลาที่บาหลี เร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง พอไปถึงจึงเป็นเวลาอาหารเที่ยงพอดี เรียกว่าตื่นมาจากเครื่องปุ๊บก็ได้กินอาหารอร่อยๆทันที...มื้อแรกในบาหลี เรียกน้ำย่อยด้วยอาหารท้องถิ่นไก่กับเป็ดราดด้วยน้ำซอสที่คล้ายๆกับแกงกะหรี่บ้านเรา กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยแบบบาหลีๆ จากนั้นพวกเราก็มุ่งหน้าสู่เกาะเต่า หรือ Turtle Island แต่สาวสวยระดับเราๆแล้ว จะไปธรรมดาๆ ก็ดูกระไรอยู่ งานนี้...คนจัดพาลงเรือท้องกระจก ที่ระหว่างทางสามารถมองเห็นปลาสวยๆว่ายอยู่ใต้ผิวน้ำ ดูน่าตื่นเต้นพอสมควรอยู่

เกาะเต่า หรือ Turtle Island เป็นศูนย์อนุบาลเต่า ก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ คล้ายๆศูนย์อนุบาลสัตว์ทะเลหลายแห่งในบ้านเรา...แต่เนื่องจากที่นี่เป็นเกาะที่ยังคงมีความสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่ไม่น้อย จึงมีเต่าให้ชมมากมายทั้งเต่าขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่มหึมาที่หาดูได้ยาก

ให้อาหารเต่า ถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึกแล้วก็ได้เวลาเดินทางสู่ที่พักโรงแรม Grand Nikko Bali ในย่านนูซาดัว ที่ถือว่าเป็นสถานที่ยอดฮิตของการพักผ่อน เพราะโรงแรมเกือบทุกแห่งจะอยู่ติดทะเล ต่างจากแถบกูต้า ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยว คนค่อนข้างพลุกพล่าน เหมือนๆกับถนนข้าวสารบ้านเรา

ชายหาดหน้าโรงแรม Grand Nikko Hotel ในย่านนูซาดัว

โรงแรม Grand Nikko Bali ค่อนข้างน่าพัก เป็นพูลวิลล่า มีสระว่ายน้ำส่วนตัวให้แช่น้ำอย่างสบายใจได้ทุกห้อง แถมยังมีบาหลีสปาชื่อดังอย่าง Mandara Spa ไว้บริการด้วย

ฟินสุดๆจริงๆ...!!

อากาศที่บาหลีในช่วงที่เราไปนั้นอยู่ที่ประมาณ 25 องศา ถือว่ากำลังสบาย แถมได้ลมจากทะเลพัดเบาๆ ทำให้ผ่อนคลาย ห้องพักของเราอยู่ติดทะเลแต่ได้แค่มองเห็น ชมวิวเท่านั้น ไม่สามารถลงเล่นได้ ต้องบอกว่าทะเลที่นี่คลื่นแรงจริงๆ ซัดเข้าฝั่งทีได้ยินเสียงซาดซ่า...สั่นสะเทือนเลยทีเดียว

มื้อเย็นวันแรก จัดเต็มด้วยอาหารนานาชาติ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารประเภทซีฟู้ด เพราะขึ้นชื่อของที่นี่ และอาหารญี่ปุ่นที่มีไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น ที่มีมากกว่าชาติอื่นๆ เพราะแค่ฟังชื่อโรงแรมก็รู้ละว่าเป็นเชนโรงแรมของชาติไหน จึงไม่แปลกที่นอกจากอาหารท้องถิ่น อาหารทะเลแล้ว ยังมีซาซิมิ ซูชิ มิโซะซุป และเทปันยากิ ไว้บริการด้วย

กาแฟขี้ชะมด
เมล็ดกาแฟโรบัสต้า..ผ่านการขี้ของชะมดมาแล้ว

อรุณสวัสดิ์บาหลี กับอาหารเช้าริมทะเล พระอาทิตย์ดวงโตอยู่ตรงหน้า พวกเราจิบกาแฟรสเข้มแกล้มขนมปัง และอาหารเช้าแบบนานาชาติแล้ว ก็เตรียมพร้อมเดินทางสู่อูบุด แหล่งรวมศิลปวัฒนธรรม และความสวยงามของธรรมชาติ

ไฮไลต์ของวันนี้ แอร์เอเชียจะพาพวกเราไปปั่นจักรยานชมธรรมชาติที่อูบุด ซึ่งแตกต่างจากบรรยากาศในเขตนูซาดัวที่เราพัก จุดขายของอูบุด คือ การท่องเที่ยวธรรมชาติ ชมวิถีชีวิตของชาวบาหลีในแบบดั้งเดิม และเที่ยวชมบาหลี ซาฟารี น่าตื่นเต้นสำหรับการเดินทางเยือนบาหลีครั้งแรกของเรา...อีกละ

บาหลีซาฟารี..สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในบาหลี

ระหว่างทางปั่นจักรยานผ่านหมู่บ้านที่อูบุด เราได้เห็นความงามของธรรมชาติ นาข้าวแบบขั้นบันได สวนผลไม้ และหมู่บ้านหัตถกรรมที่ทำงานไม้แกะสลักส่งขายไปทั่วโลก

ในหมู่บ้านที่อูบุดมีร้านขายภาพเขียนที่เป็นงานศิลปะแบบท้องถิ่นอยู่หลายร้าน ภาพวาดส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวของธรรมชาติและวิถีชีวิต มีทั้งรูปความเขียวขจีของต้นไม้ ทุ่งนา แม้จะไม่มีรายละเอียดอ่อนช้อยเหมือนภาพเขียนของไทย แต่ก็สื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกในแบบฉบับที่เรียบง่ายแบบบาหลีๆ

ปั่นจักรยานผ่านหมู่บ้านในอูบุด

นอกจากงานศิลปะแล้ว สิ่งที่ดึงดูดใจอีกอย่าง คือ ความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบบาหลี ที่มีอยู่ในตัวบ้านหรือวัด ที่ยังคงมีความงดงามแบบดั้งเดิม อ้อ! ที่นี่ไม่มีตึกสูง เพราะกฎหมายห้ามปลูกสิ่งก่อสร้าง ที่เป็นสิ่งแปลกปลอมจากธรรมชาติ และอาคารที่จะสร้างต้องมีความสูงไม่เกิน 15 เมตร

นอกจากนี้ ไกด์ที่พาเราเที่ยวชมอูบุดยังบอกว่า ที่บาหลีนั้น ใน 1 หมู่บ้านจะต้องมี 3 วัด คือ วัดพระพรหม วัดพระศิวะและวัดพระวิษณุ ตามความเชื่อของฮินดู และถ้าบ้านไหนอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ในรั้วเดียวก็จะมีวัดของตัวเองในบ้านเพิ่มขึ้นด้วยคนอื่นไม่สามารถเข้าไปกราบไหว้หรือใช้ประกอบพิธีได้

วัดเทพเจ้าฮินดูในหมู่บ้านที่เขตอูบุด

วิธีสังเกตว่าอันไหนคือวัด อันไหนคือบ้าน ให้ดูที่หลังคา ถ้าเป็นหลังคามุงด้วยใบไม้คือวัด แต่ถ้ามุงด้วยกระเบื้องคือบ้าน...

บันยันทรี หรือต้นไทรยักษ์อายุกว่า 400 ปี

ก่อนกลับเราแวะชมต้นไทรยักษ์ ที่มาของคำว่า “บันยันทรี” (Banyan Tree) ที่มีอายุยาวนานกว่า 400 ปี ชาวพื้นเมืองเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และวิญญาณของบรรพบุรุษมาอาศัยอยู่ เพื่อปกป้องชาวเมืองจากสิ่งชั่วร้าย พร้อมจิบกาแฟขี้ชะมด หรือ Kopi Lowak โรบัสต้าราคาแพงหูฉี่ที่ต้องให้ชะมดขี้ออกมาเสียก่อน...แม้ฟังแล้วจะแขยงๆอยู่บ้าง แต่ไหนๆมาเที่ยวบาหลีทั้งที...ต้องชิมให้รู้แล้วรู้รอดไป ที่นี่ขายอยู่แก้วละประมาณ 200 แต่ที่เมืองไทยเขาว่าขายอยู่แก้วละ 500 ขี้ก็ขี้เถอะ...จะกลัวอะไร จิบแล้วก็ชื่นใจดี

จากอูบุดขึ้นรถกลับนูซาดัว เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กเมื่อขามาเงียบสนิท พักสายตากันถ้วนหน้า...รอเวลาพระอาทิตย์ขึ้น...เรายังมีโปรแกรมผจญภัยในบาหลีต่อ...รับรองว่าไม่ธรรมดาแน่ๆ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้