วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘บิ๊กตู่’ปลื้ม‘โอบามา’ ให้เกียรติดังเดิม

‘บิ๊กตู่’ปลื้ม‘โอบามา’ ให้เกียรติดังเดิม

  • Share:
อดีตอสส. โต้รวบรัด คดีข้าว‘ปู’

“บิ๊กตู่” ปิดจ๊อบโชว์วิชั่น เวทียูเอ็น ปลื้ม “บารัค โอบามา” ให้เกียรติเช่นเดิม ย้ำยึดโรดแม็ปต้องมี รธน.ก่อนไปสู่การเลือกตั้ง ยันจุดยืนไทยอยู่ตรงกลางไม่เลือกข้าง “สหรัฐฯ-จีน” บัวแก้วตีปี๊บมะกันปรับอันดับไทยแก้ปัญหาแรงงานเด็กเป็นรูปธรรม “วิษณุ” แย้มเป็นไปได้ 2 ต.ค.“ประยุทธ์” เรียกถกด่วน คสช. เคาะสรุปเฟ้น 21 กรธ.-200 สปท. “มีชัย” ร่วมวงถก รอกระซิบตอบรับนั่งประธาน กรธ. “เอกชัย” ห่วงเจอแรงต้านหนัก กระตุกเปิดกว้างรับฟัง ถ้าไม่อยากพังซ้ำรอย กมธ.ชุด “บวรศักดิ์” พท.เย้ยต่อท่ออำนาจไม่ต่างกัน ขู่ลั่นแตะ 3 ปมร้อน หัวคะมำตอนทำประชามติ ซัด “มีชัย” เอี่ยวร่าง รธน.เกือบทุกฉบับ จี้รับผิดชอบยึดหลักประชาธิปไตย “ทนายปู” ไล่บี้ อดีต อสส.เคลียร์รวบรัด ยัดไส้เพิ่มข้อหาฟ้องจำนำข้าว “ตระกูล” สวนศาลฎีกาฯนักการเมืองยกร้องยังดิ้นร้องศาลอาญา

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสร็จสิ้นการประชุมสมัชชาใหญ่ สหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 70 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้นัดประชุม คสช.เพื่อเร่งสรุปการคัดเลือกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 21 คน และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 200 คน

รัฐบาลตีปี๊บเวทียูเอ็นชื่นชม “บิ๊กตู่”

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พร้อมคณะอยู่ระหว่างเดินทางกลับจากการร่วมประชุมสมัชชาใหญ่ สหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 70 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางถึงประเทศไทย วันที่ 1 ต.ค. เวลา 21.55 น. ขณะที่ครั้งนี้ประเทศไทยได้รับเลือกด้วยมติเอกฉันท์ให้เป็นประธาน กลุ่มจี 77 เป็นการรวมกันของประเทศสมาชิกจำนวนมากที่สุดถึง 134 ประเทศ และถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับเกียรติ การกล่าวถ้อยแถลงและการแสดงวิสัยทัศน์ของนายกฯทุกหัวข้อ ได้รับเสียงชื่นชมและยอมรับจากมิตรประเทศ และ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้เข้าพบและหารือทวิภาคีกับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ รวมทั้งหารือกับผู้นำของหลายประเทศ พบปะคณะนักธุรกิจในสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการลงทุนและการขยายธุรกิจในประเทศไทย

ซึ้งคนไทยในสหรัฐฯแห่เชียร์

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาของการประชุมนายกฯได้รับกำลังใจจากพี่น้องชาวไทยในสหรัฐอเมริกาที่มาต้อนรับเป็นจำนวนมากทุกวัน ซึ่งนายกฯฝากขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อความปรารถนาดีและพลังใจที่ทุกคนมีให้ ขณะเดียวกันคนไทยในประเทศจำนวนไม่น้อยรู้สึกปลาบปลื้มและชื่นชมทีมไทยแลนด์ที่ไปร่วมประชุมในครั้งนี้ และประสงค์จะไปต้อนรับนายกฯถึงสนามบิน ซึ่งนายกฯรับทราบความตั้งใจของทุกท่าน ขอรับความปรารถนาดีนี้ด้วยใจ แต่ไม่อยากรบกวนเวลาประชาชน รวมทั้งไม่ต้องการให้การเดินทางกลับของนายกฯไปกระทบต่อผู้ใช้สนามบินท่านอื่นๆ อีกทั้งอาจเป็นการเพิ่มภาระให้แก่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบิน จึงของดการเดินทางไปต้อนรับ แต่ให้รอฟังรายการคืนความสุขให้คนในชาติวันศุกร์นี้

แวะญี่ปุ่นเปลี่ยนเครื่องกลับไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นร่วมการประชุมสหประชาชาติระดับผู้นำเพื่อรับรองวาระการพัฒนาภายหลัง ปี ค.ศ. 2015 และการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 30 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 11 ชม.) พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางกลับประเทศไทย โดยออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ จอห์น เอฟ. เคนเนดี ไปยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปลี่ยนโดยสารเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ TG 677 ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 1 ต.ค.

ชวนผู้นำนานาชาติเที่ยวไทย

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ที่สหรัฐฯก่อนเดินทางกลับว่า ภาคภูมิใจในการเป็นผู้แทนของประเทศไทยเข้าร่วมประชุมสหประชาชาติครั้งนี้ ได้พบปะกับผู้แทนต่างประเทศ บางคนเพิ่งรู้จัก ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ห่างไกลประเทศไทย เป็นหมู่เกาะที่กำลังพัฒนา และได้หารือทวิภาคีหลายประเทศ ในโอกาสที่ไทยจะลงสมัครเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในโอกาสต่อไป เพราะจำเป็นต้องขยายตลาดของเราออกไป ผู้นำหลายคนแสดงความเสียใจในเหตุการณ์ระเบิดราชประสงค์ และยินดีที่คลี่คลายสถานการณ์ได้ ตนเชิญชวนให้มาเที่ยวประเทศไทย หลายปีที่ไม่ได้มา มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะ ทุกอย่างปลอดภัย และคนไทยกำลังมีความสุข เรากำลังเดินหน้าประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจคือเรื่องการท่องเที่ยว การค้าขาย การลงทุน แต่ปัญหาอยู่ที่เราจะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยได้เมื่อไร แต่คิดว่าทำได้ ถ้าคนไทยทุกคนช่วยกัน

ปลื้ม “โอบามา” ให้เกียรติดังเดิม

นายกฯกล่าวอีกว่า ได้มีโอกาสพบกับนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีการประชุมร่วมกัน ร่วมงานเลี้ยงของประธานาธิบดีด้วย นายโอบามาให้เกียรติตนเช่นเดิม เรามาในฐานะประเทศ ไทย เป็นสมาชิกของประชาคมโลก ได้สร้างความเข้าใจกับรัฐบาลสหรัฐฯ สมาคมนักธุรกิจอเมริกา และได้ชี้แจงว่ายินดีที่จะมีการค้าขายกันต่อไป การลงทุนของสหรัฐฯ นับเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ถือว่าสูงมาก เรากำลังปรับแก้เรื่องต่างๆ ให้ทันสมัย อำนวยความสะดวกให้ทุกประเทศเข้ามาลงทุน ไม่ได้ปิดกั้นใครเลย ยิ่งสถานการณ์ประเทศวันนี้ ที่หลายคนเป็นห่วง ตนบอกว่าอย่ามองตรงนี้เลย ให้มองว่าจะใช้ทุกอย่างที่มีในปัจจุบันไปในทางสร้างสรรค์ เกิดผลประโยชน์ในวันข้างหน้า มากกว่าที่จะทำให้ทุกอย่างทำไม่ได้หรือช้าเกินไป ภาคธุรกิจอเมริกาเข้าใจ ยินดีจะร่วมมือในโอกาสต่อไป

แจงพี่เบิ้มย้ำไทยเดินตามโรดแม็ป

เมื่อถามว่า ท่าทีนานาชาติเชื่อมั่นประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เขาเชื่อมั่นและรอดูว่าเราจะเดินหน้าอย่างไร ตนยืนยันตามโรดแม็ปและชี้แจงผู้ใหญ่ของสหรัฐฯว่าตามกติกาของประชาธิปไตยต้องมีรัฐธรรมนูญก่อน แต่เมื่อร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านต้องร่างใหม่ ลงประชามติ ถ้าผ่านจึงจะเข้าสู่การเลือกตั้ง ทุกประเทศเป็นแบบนี้ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะให้ทำอย่างไร ต้องดูบริบทของสังคมไทยเหมือนกัน ตนไม่ได้ทำความผิดกับประเทศนี้ เรื่องส่วนตัวที่ตนเข้ามาคนละเรื่อง ควรหรือไม่ที่จะมาต่อต้านกำลังแก้ไขในสิ่งไม่ดี จะเรียกร้องความสงบสันติจากใคร จะเรียกร้องกับประเทศอื่นหรือประเทศไทยมีศักดิ์ศรีพอ สามารถแก้ปัญหาของเราได้ให้เขายอมรับ

ไม่เลือกข้างมหาอำนาจสหรัฐฯ–จีน

วันเดียวกัน สำนักข่าว วอยซ์ ออฟ อเมริกา ภาษาไทย (voathai) เปิดเผยบทสัมภาษณ์ พล.อ. ประยุทธ์ โดยกล่าวถึงจุดยืนของไทยต่อประเทศมหาอำนาจระหว่างสหรัฐฯกับจีนว่า วันนี้สหรัฐฯเข้มแข็งเรื่องการค้าขายทางทะเล ขณะที่จีนพยายามเพิ่มเส้นทางการค้าทางทะเลมากขึ้น ไทยในฐานะอยู่ตรงกลางจะต้องได้ประโยชน์จากประเทศเหล่านี้ และจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกัน ไทยต้องไม่เทไปข้างใดข้างหนึ่ง ยืนอยู่ตรงกลางไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร แม้มีปัญหาบางเรื่อง เช่นการอพยพที่ใช้ไทยเป็นทางผ่าน แต่รัฐบาลยืนยันมาโดยตลอดทำตามหลักสิทธิมนุษยชน จึงขึ้นอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรความสมดุลเกิดขึ้น สำหรับปัญหาการค้ามนุษย์ที่ไทยยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มเทียร์ 3 ในรายงานประจำปีเรื่องการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯนั้น ในฐานะผู้นำรัฐบาลต้องยอมรับความผิดพลาดที่ทำให้เรื่องเหล่านี้ ไม่ได้รับการแก้ไขเป็นเวลานาน สหรัฐฯเตือนมาหลายปีแล้ว แต่รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ค่อยสนใจเท่าที่ควร การแก้ไขปัญหาการค้าจึงต้องใช้เวลา ทำผิดต้องทำใหม่ให้สหรัฐฯยอมรับให้ได้ แน่นอนมีผลกระทบต่อคนจำนวนมาก มีการร้องเรียนทั้งเรือประมง กระทบครอบครัวตนเจ็บปวดแต่ต้องทำ

มะกันขยับอันดับไทยแก้แรงงานเด็ก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ข่าวสารนิเทศ กรณีกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์และการจัดการการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบเลวร้ายที่สุด (Findings on the Worst Forms of Child Labor) ประจำปี ค.ศ. 2014 เมื่อวันที่ 30 ก.ย. (ตามเวลาสหรัฐฯ) ประเมินความพยายามและผลการดำเนินการเรื่องดังกล่าวของ 140 ประเทศทั่วโลก โดยปรับประเทศไทยขึ้นจากระดับที่มีความก้าวหน้าปานกลาง (Moderate Advancement) ในปีก่อน เป็นระดับที่มีความก้าวหน้าอย่างสำคัญ (Significant Advancement ซึ่งเป็นระดับสูงสุด) เนื่องจากไทยมีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมสำคัญ 5 ประการ คือ 1.แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ 2.ออกกฎกระทรวงแรงงานกำหนดอายุขั้นต่ำของแรงงานภาคเกษตรและภาคประมง 3.รัฐบาลไทยจัดสรรงบประมาณเพื่อยุติการใช้แรงงานเด็กและสนับสนุนโครงการต่างๆ ของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 4.ตรวจแรงงานเชิงรุกโดยทีมสหวิชาชีพ 5.ปฏิบัติตามแผนระดับชาติเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ฉบับที่ 1 พ.ศ.2552-2557 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2558-2563 โดยปีนี้มีเพียง 13 ประเทศที่ถูกจัดอยู่ในระดับก้าวหน้าอย่างสำคัญ

ลุ้นปลดล็อกบัญชีดำ 4 สินค้า

ที่กระทรวงแรงงาน ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ไทยได้รับการประเมินดีขึ้นเพราะแก้ไขกฎหมายกำหนดอายุแรงงาน ภาคเกษตรจากเดิมขั้นต่ำ 13 ปี เป็น 15 ปี ทำงานในเรือประมง จากอายุ 16 ปี เป็น 18 ปี ทั้งยังร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ หลังจากนี้จะร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) สำรวจแรงงานเด็กและปัญหาใช้แรงงานเด็กภายในปีนี้ให้ได้ข้อมูลชัดเจน เพื่อวางแนวทางแก้ปัญหา รวมทั้งขยายผล ความร่วมมือกับสถานประกอบการ

นายทรงศักดิ์ สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า แรงงานเด็กเป็นส่วนหนึ่งของการค้ามนุษย์และยังมีส่วนในการพิจารณาให้ไทยหลุดพ้นจากการถูกสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีดำสินค้าใน 4 รายการ คือ อ้อย น้ำตาล เครื่องนุ่งห่ม กุ้งและปลา สหรัฐอเมริกาจะมีการพิจารณาในกลางปี 2559 คาดว่าสินค้าอ้อยและน้ำตาลจะเป็นสินค้ารายการแรกที่มีโอกาสได้รับการปลดล็อก

นายกฯเรียกถก คสช.2 ต.ค.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเรียกประชุม คสช.วันที่ 2 ต.ค.เพื่อพิจารณารายชื่อผู้ที่จะมาเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า อาจจริงก็ได้ ยังไม่กล้าปฏิเสธ อาจมีคนให้ข่าวสื่อ เมื่อถามว่าถ้าเรียกประชุม คสช.วันที่ 2 ต.ค.จริงรายชื่อพร้อมเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า รายชื่อทั้งหมดทั้ง กรธ.และ สปท.อยู่ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้า คสช.แล้ว แต่มีจำนวนมากกว่าที่ควรจะต้องเลือก ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เรียกประชุม คสช.สามารถทำได้ หรือ พล.อ.ประยุทธ์อาจทำเองก็ได้ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องเผื่อเวลาการติดต่อยืนยันและการพิมพ์รายชื่อ เพราะทั้ง กรธ. และ สปท. ไม่ต้องนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษาได้เลย ฉะนั้นใช้เวลา 1-2 วันสามารถทำได้ ภายในวันที่ 5 ต.ค.ยังสามารถทำได้

มีแววปิดหีบเคาะจบหมด

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ถ้าเรียกประชุมคสช. วันที่ 2 ต.ค. จะได้รายชื่อ กรธ. และ สปท.นายวิษณุกล่าวว่า “น่าจะเป็นไปได้” เมื่อถามว่า สัดส่วนของกรรมการ กรธ.มาจากทหารด้วยหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เป็นธรรมดาที่ต้องมีบ้างไม่แปลกประหลาด แต่จะมีมากมีน้อยอีกเรื่องหนึ่ง ถ้ามีมากก็ประหลาด เมื่อถามว่า กรรมการ กรธ.มีมาจากอดีต กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขอไม่ตอบ เพราะกำลังรอให้นายกฯพิจารณาบางประเด็นอยู่

ย้ำ “มีชัย” ให้คำตอบ “บิ๊กตู่” เท่านั้น

เมื่อถามว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช.ตอบรับแล้วหรือยัง นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่ตอบเลย เมื่อคืนวันที่ 30 ก.ย.ยังกินข้าวกับท่าน อยู่กันหลายคนก็ยังไม่ให้คำตอบ แค่บอกว่าขอหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งนายกฯก็มีเรื่องต้องหารือกับท่าน และได้ยินว่านายกฯมีคนนัดหารือด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ยังไม่มีคำตอบในส่วนนี้ คนที่จะตัดสินใจคือนายกฯและหัวหน้า คสช.เมื่อถามว่า การประชุม คสช.นายมีชัยจะมาร่วมประชุมด้วยใช่หรือไม่ เพราะเป็นสมาชิก คสช.ด้วย นายวิษณุกล่าวว่า เป็นไปได้ ตนถึงได้บอกท่านมีความจำเป็นต้องพบกัน ในเมื่อ คสช.ต้องเป็นคนเลือก และท่านก็อยู่ใน คสช.

“เอกชัย” พร้อมร่วมทีมร่าง รธน.

ด้าน พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกระแสข่าวถูกทาบทามเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ยืนยันว่าไม่เคยมีใครมาทาบทาม แต่หากได้รับการแต่งตั้งจริงพร้อมทำหน้าที่ โดยคุณสมบัติของกรธ.ชุดใหม่ควรมี 3 ข้อคือ 1. มีความรู้ด้านกฎหมาย 2.มีประสบการณ์ทางการเมือง 3.รู้จักประสานประโยชน์และรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญ เหตุที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องพังลงเพราะไม่รับฟังความเห็นใครเลย ทั้งนี้ กรธ.ชุดใหม่ไม่ควรมีสัดส่วนของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดเก่าตั้งแต่ปี 40 ปี 50 และชุดของนายบวรศักดิ์ เข้ามาร่วมมากนัก มี 2 คนพอ ควรใช้คนรุ่นใหม่มาทำหน้าที่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาใช้คนกลุ่มเดิมๆไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาประเทศได้ ควรใช้คนรุ่นใหม่เยอะๆ การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการเข้ามาปฏิรูป ไม่ใช่เข้ามาแก้ไข

ห่วง ปธ.กรธ.เผชิญแรงต้านหนัก

พล.อ.เอกชัยกล่าวว่า ส่วนที่นายมีชัยจะมาเป็นประธาน กรธ.เป็นห่วงว่า อาจมีปัญหาถูกแรงต้านมากจากบางกลุ่มเช่น กลุ่มญาติวีรชนเดือนพฤษภาฯ ยิ่งหากไปยกร่างรัฐธรรมนูญคล้ายคลึงฉบับที่แล้ว จะถูกโจมตีอย่างหนัก เพราะนายมีชัยเป็นคนของ คสช.อยู่แล้ว ทั้งนี้ กรธ.นั้นอยากให้มีตัวแทนหลากหลายจากทุกฝ่าย ทราบว่าศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปของ คสช.ทาบทามฝ่ายการเมือง 2-3 คนมาร่วม เพื่อให้ทราบความต้องการของฝ่ายการ เมืองว่าต้องการอะไรในร่างรัฐธรรมนูญ และลดแรงต้านจากฝ่ายการเมือง แต่ไม่ทราบว่าตอบรับหรือไม่

“บิ๊กเยิ้ม” ยิ้มเต็มใจทำหน้าที่ สปท.

พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าถูกทาบทามเข้ามาเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในสัดส่วนของทหารที่ยังอยู่ในราชการว่า ไม่ได้มีใครเข้ามาทาบทาม มีสื่อมาถามกันเยอะ ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจว่าจะเลือกใครดีกว่า แต่ถ้ามีชื่อตนได้เป็น สปท.จริง ก็พร้อม เต็มใจใช้ความรู้ความสามารถที่มีทำงานเพื่อประเทศชาติ

พท.ดักคอ “มีชัย” ห้ามแตะ 3 ปมร้อน

ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการเสนอชื่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ไม่ว่าจะเป็นชื่อนายมีชัย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี หรือนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มาเป็นประธาน กรธ. เชื่อว่าเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมาคงไม่แตกต่างกัน คงร่างให้ผู้มีอำนาจคงสภาพอยู่ต่อไป เพียงแต่ในครั้งนี้คงไม่สามารถร่างเนื้อหาอะไรแบบออกหน้าออกตาเกินไปได้ เพราะทั้งประชาชนและสื่อมวลชนจับตาดูอยู่อาจมีผลต่อการทำประชามติได้ ดังนั้น ขอให้นายมีชัยอย่าไปแตะต้องใน 3 เรื่องคือ 1.ที่มา ส.ว. ที่ควรให้มาจากการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเพียงอย่างเดียว ไม่ควรทำ แบบครึ่งๆ กลางๆ มีทั้งเลือกตั้งและสรรหา 2.ที่มานายกรัฐมนตรี ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ให้มีนายกฯคนนอก เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง 3.ต้องยกเลิกคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) เพื่อไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่ามีการสืบทอดอำนาจ

ขู่ซ่อนเร้นสะดุดตอตอนประชามติ

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระแสข่าวที่ว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. จะมาเป็น กรธ.นั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งสำคัญอยู่ที่เนื้อหาในรัฐธรรมนูญว่าจะมีเจตนาที่จะกำหนดกติกาให้เป็นประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์ของประชาชน หรือจะมีวาระซ่อนเร้นเขียนให้เกิดปัญหาตามมา หากเขียนเนื้อหาที่ให้ประชาชนมีความหวาดระแวง จะมีปัญหาตอนการทำประชามติและเกิดปัญหาความวุ่นวายตามมาอีก อยากฝากนายมีชัยให้ร่างรัฐธรรมนูญโดยยึดหลักประชาธิปไตยเพราะนายมีชัยมีประสบการณ์ ผ่านบทเรียนมามากมายและมีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญมาแทบทุกฉบับ โดยเฉพาะครั้งนี้ถ้านายมีชัยมาเป็นประธาน กรธ.เอง จึงอยากให้ยึดมั่นในหลักการ อย่าให้ใครมาชี้นำ หรือเขียนอะไรที่ประชาชนรับไม่ได้ ขอให้รับผิดชอบในผลผลิตของตัวเอง

อยากให้ผ่านอย่าเขียนล่อเป้า

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ หากอยากให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติไปได้ ต้องพยายามเขียนอย่าให้มีประเด็นที่พรรคการเมืองจะนำมาโจมตีได้ อย่าเขียนล่อเป้าแบบร่างที่ผ่านมา ส่วนที่สำคัญคือประเด็นเกี่ยวกับการเมือง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ไม่ผ่าน สปช. เนื้อหาหลายส่วนดีมาก เช่น สิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่มีประเด็นที่ถูกหยิบมาโจมตีเพียงส่วนที่เกี่ยวกับการเมือง เช่น ที่มานายกฯ การเลือกตั้ง ส.ส. และที่มา ส.ว. จนทำให้เกิดกระแสต่อต้านและถูกโหวตคว่ำในที่สุด หาก กรธ.ปรับแก้ตรงนี้ให้เป็นที่ยอมรับของฝ่ายการเมืองและฝ่ายผู้มีอำนาจได้ รวมทั้งต้องเขียนอำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ให้ชัดเจน เชื่อว่าจะผ่านการทำประชามติไปได้

“บิ๊กเข้” สานงานกองทัพ–พร้อมรบ

เมื่อเวลา 07.00 น. กองทัพภาคที่ 1 จัดพิธีรับ-ส่ง แม่ทัพน้อยที่ 1 ระหว่าง พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 1 คนใหม่ โดย พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวรับตำแหน่งพร้อมทั้งยืนยันปกป้องชาติ และสถาบัน เป็นทหารรักษาพระองค์จะนำพากองทัพน้อยที่ 1 สู่ความสำเร็จ

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 ได้จัดพิธีรับส่ง-หน้าที่และมอบการบังคับบัญชาแม่ทัพภาคที่ 1 ระหว่าง พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 โดย พล.อ.กัมปนาทกล่าวว่า มั่นใจว่า แม่ทัพภาค 1 คนใหม่ จะนำความเจริญก้าวหน้าเป็นหลักให้กองทัพบก ป้องกันอธิปไตย ความมั่นคง ราชบังลังก์ สร้างความผาสุกให้ประชาชนและประเทศ ขณะที่ พล.ท.เทพพงศ์กล่าวว่า จะยึดถือนโยบายตามแนวทางของผู้ช่วย ผบ.ทบ.สานต่องานและจะปรับปรุงเสริมสร้าง พัฒนากองทัพภาคที่ 1 ให้เจริญก้าวหน้า เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต เป็นหลักปกป้องอธิปไตยของชาติ ฝึกกำลังพลให้พร้อมรบทันสมัย สำหรับแนวทางการทำงานจะยึดถือหลักความถูกต้องชอบธรรมในการปฏิบัติงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับประชาชน และในฐานะ กกล.รส.ทภ.1 จะสนองตอบการทำงานของรัฐบาลและ คสช.

“บิ๊กติ๊ก” ให้กำลังพลซื่อสัตย์–สุจริต

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีแสดงความยินดีแก่นายทหารที่ได้รับพระราชทานยศทหารชั้นนายพล ประจำปีงบประมาณ 2559 ครั้งที่ 1 และพิธีรายงานตัวของนายทหารสัญญาบัตรที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ย้ายเข้ามารับราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย พล.อ.ปรีชากล่าวว่า ขอให้ใช้ความรู้ ประสบการณ์ปฏิบัติหน้าที่ราชการสนองเบื้องพระยุคลบาทและนโยบายของกระทรวงกลาโหม ร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมให้เป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพและตอบสนองภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้ทุกคนมีความอุตสาหะ ซื่อสัตย์ สุจริต รับผิดชอบ

ผบ.ทร.เปิดช่องชะลอซื้อเรือดำน้ำ

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ท้องพระโรง พระราชวังเดิม พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศกับนายพลเรือถึงนโยบายในการทำงานว่า จะสนับสนุนการแก้ปัญหาให้กับรัฐบาลและประเทศชาติ จะไม่ทิ้งนโยบาย ผบ.ทร.คนเก่าจะนำมาปรับปรุงบางอย่างรวมทั้งกำหนดเป้าหมายในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จนถึงปี 2567 เพื่อบรรลุเป้าหมายของกองทัพเรืออย่างเป็นระบบ สำหรับนโยบายการจัดซื้อเรือดำน้ำกรณีที่ไม่สามารถจัดซื้อได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว ยืนยันว่าเรือดำน้ำจำเป็นในการพัฒนากองทัพ แต่หากมีผลกระทบจากเรื่องเศรษฐกิจก็จะชะลอหรือทบทวนโครงการได้

“บิ๊กโด่ง” เซ็นคำสั่งโยกย้ายทิ้งทวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. ลงนามคำสั่งกองทัพบกเลขที่ 579/2558 เรื่องให้นายทหารรับราชการ เมื่อวันที่ 29 ก.ย.58 ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 ก.ย. มีรายละเอียดดังนี้ 1.พ.อ.คชาชาติ บุญดี ผู้บังคับการทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ เป็นรองผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 11 (รอง ผบ.มทบ.11) 2.พ.อ.นิติ ติณสูลานนท์ ฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นผู้บังคับการกรมพัฒนา 4 3.พ.อ.กิติศักดิ์ ถาวร ผู้บังคับการกรมพัฒนา 4 เป็นฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา สำหรับการให้ได้รับและงดรับเงินประจำตำแหน่งประเภทผู้บริหารและเงินค่าตอบแทนให้เป็นไปตาม พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการจ่ายเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ.2539 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.58 เป็นต้นไป

“ธีรชัย” แบ่งงาน 5 เสือ ทบ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ 1077/58 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ผช.ผบ.ทบ. เสธ.ทบ. และรอง เสธ. ทบ. กำหนดการปฏิบัติหน้าที่และแบ่งมอบความรับผิดชอบสายงานและให้ถือปฏิบัติ อาทิ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (1) รับผิดชอบงานและเอกสารสายงานส่งกำลังบำรุงและสายงานกิจการพลเรือน พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยผบ.ทบ. (2) รับผิดชอบสายงานกำลังพล และงานพิเศษที่ ทบ.มอบหมาย พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสธ.ทบ.รับผิดชอบสายงานการข่าวและกิจการต่างประเทศ สายงานยุทธการ การฝึก การศึกษาทางทหารและสายงานปลัดบัญชี เป็นต้น ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.58

ปลัด มท.ฟิตลงลึกสร้างปรองดอง

เมื่อเวลา 07.39 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรก มีข้าราชการ เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงมหาดไทยร่วมต้อนรับและนำแจกันดอกไม้มามอบให้อย่างคึกคัก นายกฤษฎากล่าวว่า จะนำนโยบายของรัฐบาลมาแปลงสู่การปฏิบัติให้ข้าราชการในท้องที่ทำงานในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง ดูแลประชาชนในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้จะมีความเห็นต่างแต่จะไม่ใช้วิธีสกัดกั้น จะให้ผู้ว่าฯ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านสร้างความเข้าใจ ใช้การทำงานร่วมกันในโครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ตำบลละ 5 ล้านบาท พร้อมจะกำชับ ผวจ. ให้ดำรงตนให้สมกับฐานะของข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ปราบปรามการทุจริต ลงโทษข้าราชการทุจริตอย่างเข้มงวด

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า จะมอบนโยบายกับปลัดกระทรวงว่าต้องทำงานละเอียด ลงลึกเรื่องความปรองดอง ให้กำชับ ผวจ.เรื่องความโปร่งใส เดินหน้าตามนโยบายของรัฐบาลเรื่องต่างๆ

ปลัดแรงงานโอ่ 3 เดือนเห็นผลงาน

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กระทรวงแรงงาน ม.ล.ปุณฑริก สมิติ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงแรงงานหญิงคนแรก มีผู้บริหาร ข้าราชการมอบดอกกุหลาบแสดงความยินดี ม.ล.ปุณฑริกกล่าวว่า จะทำงานตามนโยบายรัฐบาล มุ่งพัฒนาคนให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน แก้ปัญหาค้ามนุษย์นำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของสหรัฐฯประจำ ปี 2558 มาวิเคราะห์ นำแผนปฏิบัติการให้เห็นผลภายใน 3 เดือน ในช่วง 6 เดือนจะปรับปรุงสิทธิประโยชน์ ประกันสังคมด้านต่างๆ รวมทั้ง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2558 เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตน เป็นต้น

“วัชรพล–อำนวย” โดดชิงตั๋ว ป.ป.ช.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.58 เป็นต้นไป โดย พล.ต.อ.วัชรพลเปิดเผยว่า เหตุผลการยื่นใบลาออก เนื่องจากได้ยื่นใบสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีข้อห้ามเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-2 ต.ค.58 ปรากฏว่าในวันที่ 1 ต.ค.มีผู้มาสมัคร 10 คน ได้แก่ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน อดีต ผบช.ภ.1 นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.นครศรีธรรมราช นายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล อัยการอาวุโส สำนักงานคดีอัยการสูงสุด นายวิทยา พานิชพงศ์ อดีต ผวจ.ปัตตานี นายสมภพ ระงับทุกข์ อดีตรองปลัดกรุงเทพมหานคร นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา นายวิเชียร ชุบไธสง อุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์สภาทนายความ และ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตรอง ผบ.ตร. ทำให้มีผู้มาสมัครแล้ว 28 คน ยังเหลือเวลาวันที่ 2 ต.ค.อีก 1 วัน

จี้ “ตระกูล” ตอบ 3 ข้อโต้แย้งจำนำข้าว

วันเดียวกัน นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า ตามที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความและภาพที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปฟ้องคดี ที่ศาลอาญาว่า “คุณพ่อผมสอนไว้ว่ารับราชการต้องอดทน อดกลั้น ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อแทนคุณแผ่นดิน คดีจำนำข้าว ผมต้องทำตามหน้าที่ครับ” นั้น การทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน ยังไม่ถือว่าได้ตอบคำถาม 3 ข้อ ตามที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ฟ้องร้องท่านในฐานะอัยการสูงสุดในขณะนั้น ควรจะตอบคำถาม 3 ข้อ มากกว่าจะอ้างเรื่องทำเพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน คือ 1.เมื่อรับรายงานพร้อมเอกสารจาก ป.ป.ช.มาแล้ว และมีคำสั่งว่า

คดีนี้มีข้อไม่สมบูรณ์เพียงพอที่จะฟ้องคดีได้จำเป็นต้องไต่สวนเพิ่มเติม แต่ไม่ไต่สวนให้เสร็จสิ้น กลับมี คำสั่งฟ้องคดีก่อน สนช.จะมีมติถอดถอนเพียง 1 ชั่วโมงนั้น เพราะอะไร 2.ป.ป.ช.แจ้งข้อหาเพียงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ทำไมไปฟ้องเกิน 3.การนำเอกสารนอกคดีจำนวน 678,000 แผ่น เข้าสู่สำนวนคดีในชั้นศาล ทั้งที่เอกสารดังกล่าว ป.ป.ช. ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา และไม่ได้ไต่สวนในคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะอะไร

“ปึ้ง” สอนเชิงยึดหลักนิติธรรม

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย ตอบโต้นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุดว่า การทำ หน้าที่หรือการตอบแทนคุณของแผ่นดิน ควรรักษาความเป็นธรรมให้แก่สังคมด้วย จึงจะได้รับการยกย่องสรรเสริญจากสังคมตลอดไป อย่าหาว่าสอนเลย แต่ให้มองว่าเป็นคำแนะนำจากผู้ที่หวังดี อยากเห็นข้าราชการทุกคนยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม มีธรรมาภิบาล

อดีต อสส.โต้ครหารวบรัดเพิ่มข้อหา

ด้านนายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุดโพสต์เฟซบุ๊กว่า ที่สั่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ก่อน สนช.จะถอดถอน 1 ชั่วโมง เพราะสรุปใจความสำนวนเสร็จก็สั่งฟ้อง จะดึงเรื่องให้ช้าทำไม การแถลงข่าวทำหลังจากยื่นฟ้องคดีที่ศาลแล้ว คณะ
ทำงานร่วมระหว่างผู้แทนอัยการสูงสุดกับผู้แทนคณะกรรมการ ป.ป.ช.ประชุมโดยชอบด้วยกฎหมาย การแจ้งข้อกล่าวหาโดย ป.ป.ช.ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ กระทำผิดตาม ป.อาญา มาตรา 157 รวมถึงปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต จึงมิใช่การเพิ่มข้อกล่าวหา ส่วนเอกสารกว่า 40,000 หน้า ป.ป.ช.ส่งมาให้อัยการสูงสุดหลังจากยื่นฟ้อง ทนายจำเลยเคยคัดค้านไม่ให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับไว้พิจารณา แต่ศาลฎีกาฯยกคำร้องและสั่งรับเอกสารไว้ ทนายจำเลยรับทราบ แต่ ยังมาฟ้องต่อศาลอาญาอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฟ้องนายตระกูลกับพวกรวม 4 คน ศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 6 ต.ค. เวลา 09.00 น.

ป.ป.ช.ตั้งทีมสอบเหมืองทองคำ

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตการทำเหมืองแร่ทองคำที่ จ.พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ มีตนเป็นประธาน หลังจากมีประชาชนในพื้นที่ร้องเรียน จากการไต่สวนพบบริษัทซึ่งจด ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของออสเตรเลีย เป็นผู้ ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยถูกร้องเรียนว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตการขุดเหมืองแร่ ทองคำในไทย มีการโอนเงินจากออสเตรเลียมาประเทศไทย อาจเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการขอใบอนุญาตขุดเหมืองแร่ทองคำ และให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ

ช่วงบ่าย ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานก.พ.เครือข่ายประชาชนและชุมชนคนรอบเหมืองแร่ทองคำชาตรี นำโดยนายสุรชาติ หมุนสมัย แกนนำ เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.สนับสนุนการทำเหมืองแร่ทองคำชาตรี บริเวณรอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.พิจิตร เพชรบูรณ์และพิษณุโลก

หนุ่มน่านบุกทำเนียบฯขู่เผาตัว

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งตรงข้ามสำนักงาน ก.พ. เกิดเหตุการณ์ระทึกขึ้นเมื่อนายเฉลิม สอนนนทฐี อายุ 43 ปี ชาวบ้าน ต.หมอเมือง อ.แม่จริม จ.น่าน อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ใช้น้ำมันเบนซินราดตัวเอง พร้อมถือไฟแช็ก วิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำประตู 4 เข้าไปยืนอยู่หน้าธนาคารออมสิน สาขาทำเนียบรัฐบาล พร้อมตะโกนขู่จุดไฟเผาตัวเอง เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ช่วยเหลือจากการเป็นหนี้นอกระบบกว่า 7 แสนบาท ก่อนหน้านี้ นายเฉลิมเคยปีนต้นไม้ข้างรั้วทำเนียบฯ ขึ้นไปบน ดาดฟ้าตึกกองรักษาการณ์ตำรวจ ทำเนียบรัฐบาล ชูป้ายขอให้นายกฯช่วยเหลือ แต่ไม่คืบหน้าจึงเดินทางมาอีกครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปพูดคุยรับปากจะติดตามเรื่องให้จนนายเฉลิมพอใจจึงเดินทางกลับ

“ถาวร” ค้านตั้งบอร์ดการยางชั่วคราว

นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากได้รับร้องเรียนจาก เครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้ ที่มีมติคัดค้านการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบอร์ดการยางชั่วคราว เนื่องจากไม่ตรงกับ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย ล่าสุดสอบถามตัวแทนเกษตรกรและตรวจสอบข้อกฎหมายพบว่า การตั้งบอร์ดชั่วคราว ไม่มีระเบียบรองรับเป็นข้อพิรุธว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ขอให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ พิจารณาการตั้งบอร์ดชั่วคราวให้รอบคอบ เพราะจะสร้างความ แตกแยกในหมู่เกษตรกรชาวสวนยางในอนาคต ที่สำคัญเกษตรกรตัวจริงจะไม่ได้ประโยชน์ตามเจต-นารมณ์รัฐบาลที่จะช่วยเหลือ

จี้สหรัฐฯเลิกอุ้มผู้ต้องหา ม.112

วันเดียวกัน พระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ร่วมกับ นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ แกนนำกลุ่มองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่ง เดินทางไปสถานเอกอัคร-ราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยยื่นหนังสือเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาและฮิวแมนไรท์วอทช์ ยุติการแทรกแซงประเทศไทย และงดให้ที่พักพิงแก่บุคคลที่มีพฤติกรรมหมิ่นสถาบันด้วย พระพุทธะอิสระกล่าวว่า ต้องการให้องค์กรที่เกี่ยวข้องปลดนายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาฮิวแมน ไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เป็นกลาง ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือแต่กลุ่มคนเสื้อแดง สนับสนุนกลุ่มนิติราษฎร์ที่ต้องการให้แก้มาตรา 112 รวมทั้งผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้