วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.เข้มวันชาติจีน ผวาบอมบ์ เฝ้าสถานทูต-วัด

ตร.เข้มวันชาติจีน ผวาบอมบ์ เฝ้าสถานทูต-วัด

  • Share:

เน้นแหล่งสัญลักษณ์ทั่วกรุง ตรวจกระเป๋า-วัตถุต้องสงสัย ‘บิ๊กแป๊ะ’มั่นใจได้ตัว‘ไอ้อ๊อด’


บิ๊กตำรวจประสานเสียง หมายจับอ๊อด พยุงวงศ์ อดีตการ์ด นปช.ไม่ได้โยงการเมือง แต่ทำไปตามพยานหลักฐาน และเตรียมออกหมายจับเพิ่ม ขณะที่ผู้ช่วยศรีวราห์จัดชุดสืบสวน 4 สายล่า เผยถึงไม่มีเลขบัตร 13 หลัก ไม่มีบัตรประชาชนก็ไม่เป็นปัญหา มีเบาะแสตามได้อยู่แล้ว ส่วนกรณีแกนนำ นปช.ออกมาโต้ ไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อการ์ด ไม่ถือเป็นสาระ เพราะในคดีไม่มีการเมืองมาเกี่ยวข้อง ยันมีพยานเห็นไอ้อ๊อด เข้าพื้นที่มีนบุรีในช่วงก่อนระเบิด ขณะที่ ผบ.ตร.ป้ายแดงมั่นใจจับไอ้อ๊อดได้แน่ สั่งระดมตำรวจเข้มวันชาติจีน 191-กองปราบฯ ดูแลสถานทูตและสถานที่เชิงสัญลักษณ์

หลังการเปิดตัวนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว อดีตการ์ดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. 1 ในผู้ต้องหาตามหมายจับแก๊งบึมศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เริ่มส่อเค้าสร้างความขัดแย้งความคิดเห็นทางการเมืองรอบใหม่ โดยตำรวจได้เปิดเผยข้อมูลนายยงยุทธ เกี่ยวพันกับเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อปี 53 และเหตุระเบิดในเขตท้องที่ สน.มีนบุรี เมื่อปี 57 และเคยถูกจับกุมในคดีเล็กน้อยถึง 9 ครั้ง ทำให้นายอารีย์ ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ด นปช.ออกมาตอบโต้ว่า ไม่มีชื่อบุคคลดังกล่าวในการ์ดของ นปช. สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 2 แกนนำ นปช. ที่สงสัยกับการทำงานของตำรวจ และเชื่อว่ารัฐบาลเบี่ยงประเด็น

โดยความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเช้าวันที่ 1 ต.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้เร่งติดตามตัวนายอ๊อด พยุงวงษ์ หรือ ยงยุทธ พบแก้ว 1 ในผู้ต้องหาคดีระเบิดราชประสงค์ที่ยังหลบหนี เพื่อคลายปมสงสัยว่าเหตุระเบิดเกี่ยวข้องการเมืองหรือไม่ว่า ไม่กังวลในการติดตามตัว ถึงแม้ พล.อ.ประวิตรไม่กำชับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องติดตามตัวอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาที่ศาล อนุมัติออกหมายจับ เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ตำรวจมีอยู่ และขณะนี้ส่วนตัวมีข้อมูลของนายอ๊อดบางส่วน รวมทั้งได้จัดชุดติดตามลงพื้นที่ จ.ชลบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อหาเบาะแส มั่นใจว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีแน่นอน และยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้เบี่ยงเบนประเด็นปมการก่อเหตุมาที่เรื่องทางการเมือง แต่ผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด ปรากฏตามพยานหลักฐาน

ผบ.ตร.ป้ายแดงกล่าวด้วยว่า ในส่วนผู้ต้องหารายอื่นที่ยังคงหลบหนี รวมทั้งนายซูแบร์ มือระเบิดเสื้อฟ้า ที่ปรากฏบริเวณท่าเรือสาทร จะเร่งติดตามตัว โดยประสานงานกับประเทศมาเลเซีย หลังมีกระแสข่าวว่า ผู้ต้องสงสัยหลบหนีไป รวมทั้งใช้ช่องทางทางการทูต และตำรวจสากลในการติดตามตัวผู้ต้องหารายอื่นๆ หลังที่ตนรับตำแหน่ง ผบ.ตร. จะพิจารณามอบหมายให้รอง ผบ.ตร.คนอื่นทำคดีระเบิดต่อไป พร้อมแบ่งมอบหน้าที่รับผิดชอบให้กับผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร.ใหม่ด้วย นอกจากนี้ ยังได้ติดตามข่าวการระเบิดที่มณฑลกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันฝ่ายความมั่นคง ได้เฝ้าระวังเหตุในวันสำคัญต่างๆ ไม่เฉพาะวันชาติสาธารณรัฐประชาชน จีน ในวันที่ 1 ต.ค. จากการข่าว ยังไม่พบความผิดปกติ แต่ก็ไม่ประมาท ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลสถานที่เชิงสัญลักษณ์ และสถานที่สำคัญต่างๆ อย่างเต็มที่

ขณะที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทน ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้จัดชุดติดตาม นายอ๊อด พยุงวงษ์ หรือยงยุทธ พบแก้ว 1 ในผู้ต้องหาคดีระเบิดแยกราชประสงค์ 4 ชุด ตั้งแต่ศาลอนุมัติหมายจับ เพื่อติดตามผู้ต้องหารายนี้ให้ได้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่ เพราะผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีหลายครั้ง ส่วนปมการก่อเหตุระเบิดจะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ ไม่ขอแสดงความคิดเห็น เนื่องจากส่วนตัวไม่เคยพูด แต่จากพยานหลักฐานที่มี ยืนยันได้ว่านายอ๊อดเป็นผู้เกี่ยวข้องในคดีระเบิดอย่างแน่นอน และนอกจากนายอ๊อด ตำรวจก็จะติดตามผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีในคดีนี้อย่างต่อเนื่อง ส่วนกรณีที่นายชูชาติ กันภัย ทนายความนายอาเดม การาดัค ผู้ต้องหาคดีมือวางระเบิดแยกราชประสงค์ให้การว่า นายอาเดมรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุจริง ไม่มีผลต่อพยานหลักฐานที่ตำรวจมีอยู่ ส่วนจะได้รับมอบหมายให้ทำคดีระเบิดต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา

ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยอีกครั้งถึงกรณีนายอ๊อด พยุงวงศ์ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว เข้ามามีส่วนในคดีระเบิดแยกราชประสงค์ ว่า สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวนไปสอบปากคำญาติ คนใกล้ชิด และมารดานายอ๊อด เพื่อหาข้อมูลเบาะแสนายอ๊อดเพิ่มเติมตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เบื้องต้นได้ข้อมูลมาเรียบร้อยแล้ว พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ตลาดพลู รายงานว่า ได้ไปสอบปากคำมารดาของนายอ๊อดยืนยันว่านายอ๊อดไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อถามว่า พบหลักฐานอะไรเพิ่มเติมในการใช้ติดตามจับกุมนายอ๊อด พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ข้อมูลปกติเท่าที่มีอยู่สามารถติดตามตัวได้อยู่แล้ว เลขบัตรประชาชน 13 หลัก ไม่มีความจำเป็น เพราะภาพถ่ายมีอยู่ ตำหนิรูปพรรณพิเศษ สถานที่เที่ยวเตร่ ลักษณะพิเศษก็มีอยู่ สั่งการจัดกำลังแบ่งออกเป็น 4 ชุด เพื่อติดตามจับแล้ว

เมื่อถามว่า กรณีแกนนำ นปช.ออกมาตอบโต้ว่าไม่เคยมีชื่อนายอ๊อดอยู่ในรายชื่อการ์ด นปช. พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวไม่ได้เป็นสาระ เพราะในคดียังไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนเบาะแสนายอ๊อดที่ได้ล่าสุดนั้น ได้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังเหตุการณ์ไปถึง 10 ปีก่อน ยืนยันว่ามีการติดตามจับกุมนายอ๊อดอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ฝ่ายสืบสวนดำเนินการอยู่ ทราบว่าญาติและคนใกล้ชิดให้การเห็นนายอ๊อดครั้งสุดท้ายนานแล้ว ไม่ต่ำกว่า 5-6 ปีที่แล้ว เมื่อถามต่อว่า ช่วงเหตุระเบิดมีผู้เห็นนายอ๊อดเข้ามาแถวย่านมีนบุรีหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวตอบว่า เคยเห็นแน่นอนต้องมีพยานหลักฐาน ถ้าไม่มีจะออกหมายจับได้อย่างไร นายอ๊อดเข้ามาตอนช่วงก่อนระเบิด

ต่อข้อถามที่ว่า ประวัติการก่ออาชญากรรม 9 คดีของนายอ๊อด ผู้ต้องหาเกี่ยวข้องคดีระเบิด เป็นที่น่าสังเกตว่าเคยโดนจับแต่คดีเล็กน้อยเท่านั้น พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า คนที่ไม่เคยมีประวัติถูกจับฐานฆ่าคนตายก็มีมากมาย เมื่อถามว่า มีเบาะแสข้อมูลนายอ๊อดเดินทางเข้าออกประเทศหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจยังอยู่ระหว่างดำเนินการ สั่งการให้ตรวจสอบในประเด็นดังกล่าวแล้ว ส่วนการประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนั้น ได้ตรวจเช็กอยู่แล้วหลังจากที่ส่งข้อมูลของผู้ต้องหาไปให้ รวมทั้งให้ประสานส่งข้อมูลไปยังฝ่ายข่าวกรองและหน่วยอื่นๆ เพื่อช่วยกันติดตามตัว เมื่อถามอีกว่า ได้มอบหมายสำนวนคดีระเบิดให้ พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ดำเนินการต่อหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า สำนวนคดีไปทำอะไรไม่ได้ มอบหมายให้ใครต่อก็ไม่ได้ คนที่สั่งคดีต้องเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งด้วยวาจาให้ดูแล แต่ยังไม่มีหนังสือ การสอบสวนเป็นเรื่องตาม ป.วิอาญา ต้องมีลายลักษณ์อักษร และถ้าได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีต่อ ทำตามหน้าที่ไม่ได้มีปัญหาอะไร ผิดก็ว่าตามผิด เป็นไปตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ส่วนเรื่องงานด้านความมั่นคง ได้สั่งให้กำชับให้ บช.น. ดูแลเกี่ยวกับสถานีวิทยุชุมชน เกสต์เฮาส์ อพาร์ตเมนต์ ต้องดูให้หมด อย่าปล่อยให้เป็นสถานที่ทำระเบิด หรือแหล่งที่พักของพวกที่เกี่ยวข้องกับการทำระเบิด โดยสั่งการให้ปฏิบัติด้วยการทำเป็นหนังสือราชการ

ขณะที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีการติดตามตัวนายอ๊อด พยุงวงศ์ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีระเบิดแยกราชประสงค์-ท่าเรือสาทร ระบุว่า นายอ๊อดเป็นเพียงผู้ร่วมกระทำผิดในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ ไม่ได้เป็นบุคคลสำคัญตำรวจไม่ได้พยายามโยงการเมือง แต่ทำตามหลักฐาน และจะต้องพิสูจน์ และยังไม่ชัดว่าเป็นการเมืองหรือไม่ คาดว่าจะมีการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมอีก ส่วนการติดตาม น.ส.วรรณา สวนสัน หรือไมซาเลาะห์ ทางตำรวจสากล และทางการตุรกียังไม่มีการประสานมา ในขณะที่ได้ทำหนังสือไปยังกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ในการยกเลิกหนังสือเดินทางแล้ว คาดว่าจะทราบรายละเอียดในเร็ววันนี้ ส่วนนายซูแบร์ หรือชายเสื้อฟ้า ยังไม่ยืนยันว่าหลบหนีออกนอกประเทศแล้วหรือหลบหนีอยู่ตามแนวชายแดน

วันเดียวกัน ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ถนนรัชดาภิเษกขาออก แขวงและเขตดินแดง กทม. มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.1 สน.ห้วยขวาง และสายตรวจ 191 กระจายกำลังตรวจตราความเรียบร้อย เนื่องจากเป็นวันชาติจีน เพื่อป้องกันเหตุและดูแลความสงบ อีกทั้งเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดหลายจุด มณฑลกวางสี ทางตอนใต้ของจีน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม บรรยากาศโดยรอบพื้นที่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย

ด้านกองปราบฯ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. มีคำสั่งให้ทุก กก.ในสังกัด บก.ป. เพิ่มความเข้ม เนื่องจากวันนี้เป็นวันชาติจีน โดยเฉพาะ กก.ปพ.บก.ป.ให้จัดสายตรวจรถยนต์เพิ่มความเข้มในจุดเสี่ยงในกรุงเทพฯ เช่น สถานทูตหรือหน่วยงานอื่นๆของประเทศจีน หรือวัดจีนต่างๆ หรือสถานที่ต่างๆที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ หรือสถานที่เกี่ยวข้องกับการ ขนส่งมวลชน หรือที่พำนักระหว่างอยู่ในไทย สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หรือเป็นแหล่งที่คนจีนมักเข้าไปท่องเที่ยว หรือใช้บริการ หากพบวัตถุต้องสงสัย เช่น กระเป๋าหรือพัสดุไปรษณีย์ถูกวางทิ้งไว้ในจุดเสี่ยง ให้แจ้งหน่วยที่เกี่ยวข้องพิสูจน์ทราบ และให้ทุก กก.กำชับตำรวจให้เพิ่มความเข้มในด้านการข่าว หากมีข้อมูลหรือการข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงให้รายงาน ศปก.บก.ป.ทราบทันที

เย็นวันเดียวกัน นางทา พยุงวงศ์ อายุ 66 ปี บ้านอยู่หมู่ 6 บ้านหนองมะนาว อ.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจที่ถูกโยงให้ไปเกี่ยวพันเป็นญาติ “อ๊อด พยุงวงศ์’ หรือนายยงยุทธ พบแก้ว 1 ในผู้ต้องหาตามหมายจับคดีระเบิดราชประสงค์ และท่าเรือสาทร โดยตนไม่ได้เป็นคนในตระกูลพยุงวงศ์โดยตรง แต่ได้แต่งงานกับนายบุญล้อม พยุงวงศ์ สามีที่เป็นคนในหมู่บ้านจึงใช้นามสกุลนี้ และไม่เคยรู้จักนายอ๊อดมือระเบิดมาก่อน รวมทั้งได้สอบถามญาติพี่น้องนามสกุลนี้ในหมู่บ้านหลายครอบครัว ก็ไม่มีใครเคยรู้จักนายอ๊อดเช่นเดียวกัน ขอปฏิเสธไม่เคยมีความเกี่ยวดองหรือรู้จักกับมือระเบิดรายนี้ตามที่ถูกอ้าง ขณะที่นายสังเวียน แสงวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองมะนาว กล่าวว่า หมู่บ้านแห่งนี้ มีคนตระกูลพยุงวงศ์ อาศัยอยู่เกือบ 70 คน จากประชากรเกือบ 700 คน เมื่อตรวจดูสำมะโนครัวประชากรไม่พบมีชื่อนายอ๊อด พยุงวงศ์ เกิดหรือมีชื่อย้ายเข้าออกที่หมู่บ้านแห่งนี้ และเมื่อสอบถามคนในตระกูลพยุงวงศ์ทุกคนไม่มีใครรู้จัก อย่างไรก็ตาม ได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทางอำเภอทราบแล้ว

ล่าสุด พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รรท. ที่ปรึกษา (สบ 10) เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ ได้ยกเลิกหนังสือเดินทางของ น.ส.วรรณา สวนสัน หรือไมซาเลาะห์ สาวไทยที่ถูกออกหมายจับในคดีระเบิดแยกราชประสงค์ และมีข่าวว่าพักอยู่ในประเทศตุรกี ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ จะมีหนังสือไปยังสถานทูตไทยต่างๆทั่วโลก เกี่ยวกับการยกเลิกหนังสือเดินทางของ น.ส.วรรณา

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้