วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดีเอสไอค้น3จุดยึด700ล้าน แชร์น้ำมันหอมฉาว ตุ๋นเหยื่อ8พันราย

ดีเอสไอค้น3จุดยึด700ล้าน แชร์น้ำมันหอมฉาว ตุ๋นเหยื่อ8พันราย

  • Share:

ดีเอสไอบุกค้นบริษัทแชร์ลูกโซ่ อายัดเงินและทรัพย์สินหลังมีผู้เสียหายกว่า 8,000 รายร้องทุกข์ บริษัทนำเข้าน้ำมันหอมระเหย จากฝรั่งเศสหลอกให้ร่วมลงทุนสมัครเป็นสมาชิกแรกเข้า รายละเกือบ 2 แสน ตกเป็นเหยื่อเพราะหวังผลตอบแทน และรายได้จากการหาสมาชิกเครือข่ายเพิ่ม เข้าอายัดที่ดิน บ้าน อาคาร รถยนต์ และสินค้าน้ำมันหอมระเหย รวม 700 ล้านบาท ตำรวจเผยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับกรรมการบริษัทดีเอสไอบุกค้นยึดทรัพย์บริษัทแชร์ลูกโซ่นำเข้าน้ำมันหอมระเหยจากฝรั่งเศส เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 ต.ค. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ คณะพนักงานสอบคดีพิเศษ 1/2556 และชุดปฏิบัติการพิเศษจู่โจม ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยในคดีแชร์ลูกโซ่ ของบริษัทดิจิตอล คราวน์ โฮลดิ้ง จำกัด หรือดีซีเอชแอล ร่วม 3 จุด พร้อมกัน จุดแรกที่อาคารดีซีเอชแอล เลขที่ 338/1-4 มีที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. จุดที่สอง บ้านเลขที่ 332/86 ถนนอโศกดินแดง แขวงและเขตดินแดง กทม. และจุดสุดท้ายเป็นห้องชุดเลขที่ 116/152 ชั้น 44 และ 45 อาคารชุดมิลเลเนียม เรสซิเดนท์ เลขที่ 4 แขวงคลองเตย เขตพระโขนง กทม.

พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า ได้นำหมายค้นศาลอาญา ที่ 36/2558 ลงวันที่ 30 ก.ย. 58 เข้าตรวจค้นอาคารดีซีเอชแอล และอีก 2 จุดพร้อมกัน สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายกว่า 8,000 ราย ร้องทุกข์กรณีบริษัทดังกล่าว มีนายวาเลอรี่ ริยนฮ์ หรือกิม ฮวง สัญชาติฝรั่งเศส และนายสรวีย์ รวยฟูพันธ์ เป็นกรรมการบริษัท ประกอบกิจการขายตรงน้ำมันหอมระเหยนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ช่วงปี 52-55 โดยมีการชักชวนให้ประชาชนทั่วไปสมัครสมาชิกร่วมลงทุน ลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ ต้องใช้เงินเข้าสมัครเป็นสมาชิกแรกเข้า คนละ 192,000 บาท ซึ่งจะได้ผลกำไรคืนตอบแทนครั้งแรก ประมาณ 42,000 บาท หลังจากนั้นจะให้ ผู้ร่วมลงทุนหาสมาชิกใหม่ 5-6 ราย เพื่อเข้าร่วมเป็นเครือข่าย ให้ตัวเองมีระดับสูงขึ้น รวมทั้งจะได้เงินจากการหาสมาชิก รายละ 21,000 บาท แต่ไม่เป็นตามเงื่อนไขที่สัญญาไว้

ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 ดีเอสไอ กล่าวอีกว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เมื่อปี 55 ซึ่งมีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาไปส่วนหนึ่งแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล นอกจากนี้ ปปง.ได้อายัดเงินในบัญชีของบริษัทนี้ไปแล้วกว่า 35 ล้านบาท แต่ทรัพย์สินอย่างอื่นยังไม่สามารถติดตามได้ กระทั่งเดือนมิถุนายน ปี 58 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้แต่งตั้งตนเป็นหัวหน้าชุด พร้อมแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เข้าดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถยึดทรัพย์สิน เป็นประเภทที่ดิน บ้าน อาคาร รถยนต์ กว่า 400 ล้านบาท และสินค้าประเภทน้ำมันหอมระเหย 300,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งรวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด กว่า 700 ล้านบาท ที่อายัดไว้แล้ว จากยอดความเสียหาย ที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 900 ล้านบาท หลังจากนี้จะทำการยึดทรัพย์สินทั้งหมด และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมดต่อไป โดยกรรมการบริษัททั้งสองคน คือนายวาเลอรี่ ริยนฮ์ หรือกิม ฮวง สัญชาติฝรั่งเศส และนายสรวีย์ รวยฟูพันธ์ อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้