วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รัสเซียเริ่มแล้ว! โจมตีทางอากาศในซีเรีย-แค่ช่วยถล่ม 'ไอซิส' จริงหรือ?

รัสเซียเริ่มแล้ว! โจมตีทางอากาศในซีเรีย-แค่ช่วยถล่ม 'ไอซิส' จริงหรือ?

  • Share:

(ภาพ: AP)

ประเทศรัสเซียสร้างความประหลาดใจให้แก่สหรัฐอเมริกาและกลุ่มพันธมิตรนานาชาติ ด้วยการเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศหลังจากแจ้งเตือนล่วงหน้าเพียง 1 ชั่วโมง ว่าพวกเขาจะจู่โจมตีที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) และขอให้เครื่องบินของสหรัฐฯออกจากพื้นที่ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (30 ก.ย.)

แต่ปัญหาก็คือ รัสเซียใจมตีใคร นักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า ดูเหมือนรัสเซียจะไม่ได้โจมตีกลุ่มไอซิสตามคำกล่าวอ้าง แต่กลับไปโจมตีกลุ่มกบฏซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตกและสหรัฐฯ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย แทน

ภาพที่เผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซีย แสดงให้เห็นการระเบิดจากการโจมตีทางอากาศในซีเรียของพวกเขา (ภาพ: AP)

รัสเซียโจมตีใคร?

รัฐบาลกรุงมอสโกระบุว่า เครื่องบินรบของพวกเขาถูกส่งเข้าไปในซีเรียตามคำร้องของอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดี อัสซาด แต่เป็นที่ชัดเจนว่ารัสเซียเตรียมการเพื่อโจมตีทางอากาศในซีเรียมานานหลายสัปดาห์ โดยส่งอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าไปในหลายพื้นที่ของซีเรีย โดยเฉพาะในบริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, สนามบินในเมืองลาตาเกีย, ฐานทัพเรือตาตัส และกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย

รัสเซียเริ่มโจมตีทางอากาศในซีเรียเป็นครั้งแรกในวันพุธ โดยอ้างว่าโจมตีเป้าหมายกลุ่มไอซิส 8 จุด รวมทั้ง คลังอาวุธ, ยานพาหนะ, ศูนย์ควบคุมและสื่อสาร แต่นาย แอชตัน คาร์เตอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า จุดที่ถูกโจมตีจริงๆ กลับอยู่บริเวณรอบเมืองฮอมส์ ทางตะวันตก ไม่ใช่ที่มั่นของกลุ่มไอซิสที่อยู่ทางตะวันออกและทางเหนือ ขณะที่ทีมวิจัยของ สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ไอเอสดับเบิลยู) ระบุว่า ระเบิดของรัสเซียตกที่ฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏอื่นๆ รวมถึง กองทัพซีเรียเสรี (เอฟเอสเอ) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตก

ขณะที่นาย เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย กล่าวระหว่างเยือนสหรัฐฯในวันพุธว่า รัสเซียกำลังช่วยเหลือรัฐบาลซีเรียต่อสู้กับกลุ่มไอซิสและกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ โดยไม่ได้จำกัดความคำว่า อื่นๆ แต่อย่างใด

คำว่า "กลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ" กลายเป็นเรื่องน่ากังวลขึ้นมา เนื่องจากนับตั้งแต่สงครามกลางเมืองในซีเรียเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งกลุ่มไอซิสยังไม่แผ่ขยายอำนาจ ประธานาธิบดีอัสซาดเรียกฝ่ายที่ต่อต้านเขาว่า กลุ่มก่อการร้าย ทั้งสิ้น ทำให้เป็นไปได้ว่า การโจมตีของรัสเซียอาจมุ่งเป้าไปที่กบฏพลเรือนที่ต่อต้านรัฐบาล ไม่ใช้แค่กลุ่มติดอาวุธ และทำให้ชาวซีเรียอพยพออกจากประเทศมากขึ้น ซ้ำเติมวิกฤติผู้อพยพที่กำลังทำให้ชาติยุโรปกุมขมับ

วลาดิเมียร์ ปูติน (ภาพ: AP)

เป้าหมายแฝง?

ชาติตะวันตกต่างตั้งคำถามเกี่ยวกับเป้าหมายที่แท้จริของรัสเซีย ที่ตัดสินใจเข้าแทรกแซงทางทหารในซีเรียเอาตอนนี้ โดยหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นเพราะรัฐบาลของประธานาธิบดีอัสซาด ซึ่งเหลือพื้นที่ในปกครองเพียง 25% อาจไม่สามารถรักษาอำนาจเอาไว้ได้ รัสเซียจึงต้องการวางตำแหน่งของตัวเอง เพื่อสนับสนุนตัวแทนขึ้นมาในกรณีที่รัฐบาลซีเรียล่มสลาย

ด้านนายไอยฮาม คาเมล นักวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเมืองของ ยูเรเซีย กรุ๊ป ระบุว่า ความเคลื่อนไหวของรัสเซียในซีเรียเป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนต่อประเทศในภูมิภาคและนานาชาติ ถึงความตั้งใจของรัสเซียที่ต้องการช่วยรัฐบาลประธานาธิบดีอัสซาด ไม่ให้ถูกโค่นล้ม

ขณะที่นาย จัสติน บรองค์ นักวิเคราะห์ของคณะวิจัย อาร์ยูเอสไอ ในลอนดอน คาดว่ารัสเซียอาจมีเป้าหมายเพื่อให้ประธานาธิบดีปูตินกลับมามีบทบาทแถวหน้าในการทูตระหว่างประเทศอีกครั้ง หลังจากถูกชาติตะวันตกบอยคอตหลังรัสเซียใช้มาตรการทางทหารในภาคตะวันออกของยูเครน และควบรวมแคว้นไครเมียเป็นของตัวเองเมื่อปีก่อน แต่การเข้าแทรกแซงในซีเรียของรัสเซีย ทำให้ชาติตะวันตกไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคุยกับเขา

บาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย (ภาพ: AP)

ใครโจมตีทางอากาศในซีเรียบ้าง?

ขณะนี้มีกองกำลัง 3 ฝ่ายดำเนินปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรียได้แก่ กองทัพอากาศของประธานาธิบดีอัสซาด, เครื่องบินรบของรัสเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรุ่น ซู-24 และฝ่ายพันธมิตรต่อต้านไอซิส นำโดยสหรัฐอเมริกา โดยเครื่องบินของกองทัพซีเรียและรัสเซีย ร่วมมือกันอย่างชัดเจน แต่ไม่ได้ร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตร เพราะรัสเซียต้องการช่วยรัฐบาลอัสซาด

ภาพชุดการโจมตีทางอากาศของรัสเซียในซีเรีย (ภาพ: REUTERS)

จุดยืนต่างกัน

เป็นที่ทราบกันดีว่า รัสเซียสนับสนุนรัฐบาลของประธานาธิบดีอัสซาดมาโดยตลอด โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย โจมตีแผนยุทธศาสตร์ของชาติตะวันตกที่ต้องการโค่นล้มนายอัสซาด ว่าจะทำให้เกิดหายนะในซีเรีย เพราะจะเป็นการนำกลุ่มไอซิสมาถึงปากประตูของกรุงดามัสกัส และทำให้ประชาชนต้องตกอยู่ใต้การปกครองของ คาลิเฟต (รัฐอิสลาม)

ด้านเหล่าผู้นำชาติตะวันตกยังคงยืนยันว่าประธานาธิบดีอัสซาดต้องลาออกจากตำแหน่ง เพราะเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองในซีเรีย และมีส่วนรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของชาวซีเรียหลายหมื่นคน

ถึงกระนั้น เริ่มมีสัญญาณจากรัฐบาลชาติตะวันตกว่า พวกเขาอาจให้นายอัสซาดเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านอำนาจ โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนนางอันเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีและนายฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักร หารือกันในเรื่องนี้ ขณะที่ฝรั่งเศสมีแถลงการณ์เน้นย้ำว่า จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองที่ผสมระหว่าง รัฐบาลเดิมและฝ่ายต่อต้าน

ภาพที่เผยแพร่โดยสำนักงานป้องกันพลเรือนซีเรีย แสดงให้เห็นความเสียหายหลังจากการโจมตีทางอากาศของรัสเซียในเมืองทัลบิเซห์ (ภาพ: AP)

รัสเซียอาจอยู่ยาว

มีสัญญาณที่บ่งบอกว่า รัสเซียอาจอยู่ปฏิบัติการในซีเรียระยะยาวหากพวกเขาต้องการ โดย คริสโตเฟอร์ ฮาร์เมอร์จาก ไอเอสดับเบิลยู ระบุว่า รัสเซียกำลังพัฒนาท่าเรือของพวกเขาในเมืองตาร์ตัส ทางตอนใต้ของเมืองลาตาเกีย โดยมีรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนกองทัพรัสเซียได้ส่งผู้ช่วยชาญพิเศษและเจ้าหน้าที่ความมั่นคง 1,700 นายไปที่ท่าเรือแห่งนี้ เพื่อรักษาความปลอดภัยและสร้างท่าจอดเรือขึ้นใหม่

แต่ในท้ายที่สุดแล้วไม่ว่ารัสเซียจะมีเป้าหมายอะไร หรือมีแผนระยะยาวใดๆ การที่พวกเขาเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามกลางเมืองของซีเรียก็ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง เพราะอาจเพิ่มความเสียหายแก่บ้านเรือนหรือพลเมือง ขณะที่ความพยายามในสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ท่าเรือตาร์ตัส ซึ่งเป็นทางออกสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก็อาจซ้ำเติมวิกฤติผู้อพยพให้เลวร้ายลงไปอีก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้