วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ส่งไลน์ลาตาย! หนุ่มขายหมาธุรกิจเจ๊ง ผูกคอขอไปอยู่กับแม่

ส่งไลน์ลาตาย! หนุ่มขายหมาธุรกิจเจ๊ง ผูกคอขอไปอยู่กับแม่

  • Share:

หนุ่มใหญ่ประกอบอาชีพขายสุนัขพันธุ์ที่สวนจตุจักร แต่เจอพิษเศรษฐกิจจนต้องหันมาเปิดเว็บฯขายแทน สุดท้ายหมดหนทางเขียนนจม.สั่งเสีย พร้อมแชทหาพี่ชายตอนตี2 บอกจะไปอยู่กับแม่ละนะ พอเช้าพี่มาดูที่บ้าน พบใช้เชือกจูงสุนัขผูกคอตายอยู่ข้างบันได...   

ร.ต.ท.ชนิกรรดา ชูใจ พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งมีคนผูกคอตายที่บ้านหลังหนึ่ง ในม.13 ต.บางบัวทอง จึงพร้อมด้วย แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อเวลา10.00น.วันที่1ต.ค.

ที่เกิดเหตุ เป็นทาวน์เฮาว์ 2 ชั้น ที่ราวบันไดทางขึ้นชั้นสอง พบศพนายชญางกูร ไทยศิลป์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 160 ม.2 ต.เจริญธรรม อ.วิหารแดง จ.สระบุรี อาชีพขายสุนัขพันธ์ุต่างประเทศ เจ้าของบ้าน สวมเสื้อสีแดง กางเกงขาสั้นสีส้ม ใช้เชือกจูงสุนัขสีเหลืองผูกคอตัวเองกับลูกกรงเหล็กดัดชั้นสอง ร่างห้อยอยู่ที่บันไดทางขึ้น

เจ้าหน้าที่ตรวจในที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบที่ห้องนอนชั้นสอง พบจดหมาย เขียนสั่งเสียฝากหลานให้ดูแลสุนัชพันธุ์ชิวาวา ที่อยู่ในบ้าน 3 ตัว หรือให้คนเอาไปเลี้ยง พระเครื่องและบ้านให้พี่ชายทั้งสองคน พร้อมเขียนบอกรหัสบัตรเอทีเอ็ม และให้เผาศพเลยไม่ต้องนำพระมาสวด เถ้าอัฐิให้นำไปลอยอังคารไม่ต้องเก็บไว้ ไม่อยากเป็นภาระกับใคร

แชทสุดท้ายถึงพี่บอก ‘จะไปอยู่กับแม่ละนะ’

สอบถาม นายสมพงษ์ ไทยศิลป์ อายุ 46 ปี พี่ชายของนายชญางกูร ผู้ตาย กล่าวว่า น้องชายมีอาชีพขายสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ และตุ๊กตา เปิดร้านอยู่ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร แต่ช่วงหลังเศรษฐกิจไม่ดี ร้านที่เปิดขายได้ไม่คุ้มค่าเช่า จึงมาเปิดเว็บไซต์เพื่อขายสุนัขแต่ช่วงนี้ไม่มีเงินซื้อสุนัขเข้ามา เพราะมีราคาแพงและขายยาก เมื่อคืนช่วง02.00น.น้องชายส่งไลน์มาว่า"เฮียๆพรจะไปอยู่กับแม่ละนะ ฝากจัดการเรื่องที่เหลือให้ด้วยนะ" พอตอนเช้าตนเห็นข้อความ จึงรีบมาดู พบว่าน้องชายผูกคอตายแล้ว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังพลิกศพ แม้ว่าทางญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิต แต่เนื่องจากเป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ ทางเจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจพิสูจน์อีกครั้งตามขั้นตอนของกฎหมาย ก่อนจะมอบศพให้ญาติไปจัดการตามคำสั่งเสียของผู้ตายต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้