วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กแมตช์เดือนตุลา

บิ๊กแมตช์เดือนตุลา

  • Share:

เกมแชมเปียนส์ลีกผ่านไปอีก 1 นัด เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมจากพรีเมียร์ลีกทำผลงานกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยจากนัดแรกที่แพ้ไป 3 ทีม มีเพียงเชลซีที่เก็บ 3 แต้ม

โปรแกรมล่าสุดทีมจากลอนดอนนัดกันแพ้ทั้งเชลซีและอาร์เซนอล ส่วนทีมจากแมนเชสเตอร์คว้าชัยได้ทั้งผีแดงและเรือใบ

สถานการณ์ตอนนี้ปืนใหญ่ลำบากแล้ว เล่นไป 2 นัดแพ้รวด อาร์แซน เวงเกอร์ กลับมาสู่วงจรเดิมถูกกองเชียร์รุมตำหนิอีกครั้ง หลังจากผลงานขึ้นๆลงๆมาตลอด ส่วนเชลซีแพ้เป็นนัดที่ 5 จากทุกรายการที่เล่นไป 11 นัด

แมนฯยูและแมนฯซิตี้แม้จะชนะ แต่ฟอร์มการเล่นก็ยังไม่เข้าตา ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่า พรีเมียร์ลีกจะเป็นลีกที่ดีที่สุดอย่างที่กล่าวอ้างกันได้อย่างไร ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป คะแนนสะสมในแรงกิ้งยูฟ่าอาจถูกอิตาลีแซงคว้าโควตาทีมอันดับ 4 ไปเล่นแชมเปียนส์ลีกก็เป็นได้

ต้องยอมรับความจริงว่า ทีมจากพรีเมียร์ลีกยังห่างชั้นจากยอดทีมลีกอื่น แต่ในความหมายของลีกดีที่สุดในโลก น่าจะเป็นเรื่องความเข้มข้นของลีกที่สูสีมากกว่าการผูกขาดของทีมยักษ์ใหญ่ในลีกอื่น ทีมเล็กๆพลิกชนะยักษ์ใหญ่ให้เห็นอยู่เนืองๆ รวมทั้งบรรยากาศในสนาม จำนวนคนดู และความสนใจของแฟนบอลทั่วโลก

โมเมนตัมของพรีเมียร์ลีกเริ่มเปลี่ยนหลังจากแมนฯซิตี้ออกสตาร์ตสุดเฉียบชนะ 5 นัดรวด แต่มาแพ้ 2 นัดหลังสุด ส่งผลให้แมนฯยูแซงขึ้นจ่าฝูงได้สำเร็จ

เริ่มเดือนใหม่ตุลาคม มีคิวแข่งที่น่าสนใจหลายคู่ ทีมใหญ่ปะทะกันตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือน เริ่มจากดาร์บี้แมตช์เมอร์ซีย์ไซด์ ระหว่างเอฟเวอร์ตันกับลิเวอร์พูล และอาร์เซนอลดวลกับแมนฯยู ในวันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค.

สัปดาห์ถัดไปวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. หลังผ่านเกมคัดยูโร 2016 ทอตแนม ฮอตสเปอร์ เปิดรังไวท์ฮาร์ทเลนพบกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และแมนฯยูไปเยือนเอฟเวอร์ตัน ที่ฤดูกาลนี้แข็งแกร่งขึ้นมาก

เสาร์ที่ 24 ต.ค. เป็นคิวของอาร์เซนอลที่เจอกับเอฟเวอร์ตันบ้าง ดูคิวแข่งของทอฟฟี่แล้วเจองานโหด 3 นัดติดต่อกันตั้งแต่ลิเวอร์พูล, แมนฯยูและอาร์เซนอล

อาทิตย์ที่ 25 ต.ค. ไฮไลต์อยู่ที่ดาร์บี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์ ระหว่างแมนฯยูกับแมนฯซิตี้ที่โอลด์แทรฟเฟิร์ด

และส่งท้ายเดือนนี้ วันเสาร์ที่ 31 ต.ค. เชลซีเฝ้ารังสแตมฟอร์ด บริดจ์ พบกับ ลิเวอร์พูล

ในบรรดากุนซือ 5 ทีมขาใหญ่ที่มีความคาดหวังสูง (แมนฯยู, แมนฯซิตี้, อาร์เซนอล, เชลซี, ลิเวอร์พูล) หลุยส์ ฟาน กัล ค่อนข้างสบายใจกว่าใคร เพราะทีมกำลังดีขึ้น ถึงฟอร์มการเล่นยังมีติดขัดอยู่บ้าง นักเตะความหวังอย่างเมมฟิส เดอปาย

และเวย์น รูนีย์ ฟอร์มไม่เข้าตา แต่ก็ได้ฮวน มาตา, อ็องโตนี มาร์กเซียล, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, คริส สมอลลิง ที่โชว์ฟอร์มดีอย่างเห็นได้ชัดมาช่วยไว้ได้

ส่วนเรือใบสีฟ้าต้องภาวนาให้ตัวหลัก เช่น แวงซองต์ กอมปานี และดาวิด ซิลบา อย่าบาดเจ็บบ่อยนัก ขาด 2 คนนี้ทีไร ฟอร์มแกว่งทันที

ถ้าทั้งคู่ยังยืนอันดับ 1–2 ได้ต่อไปจนถึงเกมดาร์บี้แมตช์ คงหวดกันไฟแลบแน่นอน.

โต้ บ้านแหลม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้