วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มาร์ค' ชี้ นายกฯ แจง 'ยูเอ็น' เคลียร์ปมโรดแม็ปเลือกตั้ง

'มาร์ค' ชี้ นายกฯ แจง 'ยูเอ็น' เคลียร์ปมโรดแม็ปเลือกตั้ง

  • Share:

"มาร์ค" ชี้ "บิ๊กตู่" แจงยูเอ็นเคลียร์โรดแม็ปสู่การเลือกตั้ง แนะอย่ากังวลเลือก สปท.-กรธ. จี้ ตร.แจงให้ชัด หากเหตุบึมราชประสงค์โยงการเมือง หวั่นสังคมสับสน

เมื่อวันที่ 1 ต.ค.58 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องบทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บนเวทีที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และนายกฯ ได้ยืนยันความตั้งใจที่จะเดินตามโรดแม็ป และยืนยันที่จะมีส่วนร่วมในการเมือง หรือประเด็นของเวทีของประชาคมโลกของระหว่างประเทศ ส่วนที่มีคนไทยไปให้กำลังใจหรือไปคัดค้านอะไรนั้น เห็นว่าจะผ่านพ้นไปด้วยดีไม่มีปัญหาอะไร ส่วนที่นายกฯ ประกาศโรดแม็ปบนเวทีจะเป็นการผูกมัดหรือไม่นั้น ตนเห็นว่านายกฯ พูดตามเนื้อหาสาระของกติกาที่ได้วางเอาไว้ แต่ต้องบอกว่าไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไร ที่ในต่างประเทศมีการไปเขียน หรือไปพูดกันทำนองว่า ทาง คสช. ไม่มีความชัดเจนหรือไม่มีความตั้งใจในการที่จะคืนกลับสู่สภาวะปกติ โดยยกเอากรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่จริงตนบอกแล้วว่า หลายคนต้องการให้คว่ำร่าง เพราะเห็นว่าเป็นกติกาที่น่าจะมีปัญหา จึงไม่คิดว่า ขณะนี้ไม่มีใครจงใจอยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอีก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายกฯ ประกาศถึงโรดแม็ป 6–4 6–4 นั้น ตนคิดว่าเป็นการเพิ่มชัดเจนระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นการไปประกาศตรงนี้ก็อาจจะช่วยทำความเข้าใจให้ชัดเจนขึ้นว่า เพราะการที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่ามองไม่เห็นว่าประเทศไทยจะกลับเข้าสู่การเลือกตั้งได้อย่างไร ซึ่งไม่ใช่อย่างนั้น และคำประกาศนี้ไม่ใช่ชาวโลกที่รับรู้ แต่ชาวไทยก็รับรู้ จึงต้องถือว่าเป็นความตั้งใจของ คสช. ถ้าไม่มีอุบัติเหตุอะไรจริงๆ ก็ควรจะเดินตามนี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่นายกฯ ต้องตัดสินใจหลังกลับจากยูเอ็น ว่า ทั้งหมดเป็นอำนาจและดุลพินิจของนายกฯ อยู่แล้ว คงต้องรอดูอย่างเดียว ตนเชื่อว่าคงไม่มีปัญหา เพราะมีคนบอก มีคนอยากเป็นเยอะอีกทั้งนายกฯ ก็บอกว่าไม่เอาพวกวิ่งเต้น จึงสะท้อนการมีส่วนร่วมจึงน่าจะเป็นเรื่องที่ดี ในแง่ของสภาขับเคลื่อนฯ เพราะตนคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่นายกฯ ต้องกังวลอะไร เนื่องจากเป็นเวทีการแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่เวทีที่สามารถตัดสินชี้ขาด หรือมีอำนาจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นถ้ากระจายให้มากที่สุดมันก็จะช่วยให้การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการปฏิรูปนั้นกว้างขวางที่สุด ส่วน กรธ.นั้นต้องบอกว่าคนที่จะทำหน้าที่นี้ได้ ต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญทั้งด้านกฎหมาย รัฐศาสตร์ ประสบการณ์การบริหาร ตนเคยย้ำว่า ไม่คิดกรธ.ทั้ง 21 คน หรือแม้แต่ประธาน กรธ.จะมาชี้ขาดทุกอย่างได้ เพราะเรื่องบุคคลนั้นเป็นเรื่องรอง คนเก่งแต่ถ้าหากว่าไม่เข้าใจในที่สุดก็จะทำงานไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นเงื่อนไขของการกำหนดวิธีการทำงานคือการตีโจทย์ให้ถูก

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. แถลงเหตุระเบิดราชประสงค์และท่าเรือสาทร โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน แต่ยังมีผู้หลบหนีอยู่ 15 คน และเชื่อว่ามีประเด็นเรื่องการเมืองเกี่ยวข้อง ภารกิจสำคัญ 2 ด้าน คือ สำหรับกรณีบุคคลที่ขณะนี้มีหลักฐาน หรือมีพยานว่าเข้ามาเกี่ยวข้องกับในกระบวนการทั้งหมด จึงจะต้องมีการปรับปรุง ขยายผล ซึ่งสำคัญที่สุดอยู่แล้ว เพราะว่าถ้าหากว่าไม่สามารถที่จะดำเนินการจับกุมอะไรได้ ก็จะหยุดอยู่แค่นี้ ส่วนภารกิจที่ 2 การแจกแจงให้เกิดความมั่นใจ เนื่องจากที่ผ่านมาจะมีข่าวมาเป็นระยะๆ คนที่เคยฟังข่าวเหล่านั้นบางทีตอนนี้ก็จะเริ่มสับสนว่าตกลงใครเกี่ยวข้อง ใครทำอะไร เกรงว่าจะมีคนไปพูดทำนองว่า จับถูกตัวหรือไม่ เป็นแพะหรือไม่ หรือเบี่ยงเบนประเด็นหรือไม่ ดังนั้นต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า มีผู้เกี่ยวข้องอย่างไร ทำไมถึงมีคนอื่นเกี่ยวข้อง และทำไมถึงบอกว่าเมื่อมีคนไทยแล้ว ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องไหนอย่างไร ต้องเอาข้อเท็จจริงแจกแจงออกมาให้สม่ำเสมอ ชัดเจน เพื่อที่จะได้เป็นที่เข้าใจ และเป็นที่ยอมรับ

"ผมคิดว่าพอมันมีตัวละครเพิ่มเข้ามา ซึ่งมีประวัติการกระทำความผิดที่พัวพันกับเรื่องการเมือง ก็มีเหตุผลที่บอกว่าไม่ตัดประเด็นการเมือง แต่ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าคนๆ นี้เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร และต่อไปคือจะสามารถจับกุม ขยายผลได้หรือไม่ว่าเกี่ยวข้องจริง หากเกี่ยวข้องจะมีมูลเหตุจูงใจอย่างไร ซึ่งดีที่สุดต้องรอดูพยาน หลักฐาน ข้อเท็จจริงของคนทำงานดีกว่า" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้