วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ชมพู่กะหลาป๋า” กับที่มาพันธุ์หวานกรอบ

“ชมพู่กะหลาป๋า” กับที่มาพันธุ์หวานกรอบ

โดย นายเกษตร
2 ต.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

ชมพู่ชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิด จากประเทศชวา มีลักษณะประจำพันธุ์คือ ผลสุกสีสันน่าชมยิ่งนัก เนื้อผลรสชาติหวานกรอบอร่อยมาก ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่าหรือตั้งแต่โบราณแล้ว จนทำให้ใครๆพากันคิดว่าเป็นชมพู่พันธุ์ไทยแท้ๆไปโดยปริยายและนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายในยุคสมัยก่อน ปัจจุบันเหลือน้อยมาก

ชมพู่กะหลาป๋า หรือ EUGENIA JAVA NICA LAMK. อยู่ในวงศ์ MYRTACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มกลม ใบมีขนาดใหญ่เป็นรูปรีกว้าง ปลายแหลม โคนมน เนื้อใบหนา ใบอ่อนเป็นสีชมพู ใบแก่สีเขียวเข้ม ใบดกให้ร่มเงาดีมาก

ดอก ออกเป็นช่อกระจุกตามกิ่งก้าน แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ไม่มีกลีบดอก มีกลีบเลี้ยงเป็นรูปกรวย สีเขียวอ่อน ปลายแยกเป็น 5 แฉก มีเกสรตัวผู้จำนวนมากยื่นยาวเป็นฝอยๆคล้ายพู่สีแดงอมชมพูสวยงามมาก แต่เกสรดังกล่าวจะร่วงง่าย ซึ่งเกสรที่ว่านี้จะมีรสฝาดนิดๆ คนใต้นิยมเอาไปใช้เป็นผักรวมกับผักชนิดอื่นปรุงใน “ข้าวยำปักษ์ใต้” เพิ่มสีสันและรสชาติให้รับประทานอร่อยและได้คุณค่าทางโภชนาการยิ่งขึ้น “ผล” รูปกลมแป้น ผลดิบสีเขียวอ่อน สุกเป็นสีชมพูอ่อนปนขาวนวล มักมีแต้มสีน้ำตาลตามยาวเล็กน้อย เนื้อผลหนาฉ่ำน้ำ รสชาติหวานกรอบ ภายในมีเมล็ด 2 เมล็ด ดอกออกช่วงระหว่างเดือนตุลาคม และติดผลเดือนพฤศจิกายนทุกปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอด

ส่วนชื่อกะหลาป๋าเป็นชื่อที่นิยมเรียกเกาะชวามาแต่โบราณ จึงเรียกชื่อชมพู่ที่นำมาจากประเทศชวาว่า “ชมพู่กะหลาป๋า” ดังกล่าว ซึ่งต่อมาชื่อกะหลาป๋าที่เรียกเกาะชวาได้เปลี่ยนไปเรียกกันว่า ปัตตาเวีย แต่ปัจจุบันเรียก จาการ์ตา ไปตรงกับชื่อของ หมวกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้สานด้วยไม้ไผ่อย่างละเอียดรูปทรงสูง ผู้หญิงชาวชวานิยมใช้ในเวลาแข่งเรือติดดอกไม้จีนเสียบ เรียกกันว่า “หมวกกะหลาป๋า” ครับ.

“นายเกษตร”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้