วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พ้นพงหนาม

พ้นพงหนาม

โดย ซี.12
2 ต.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

จำได้ว่าผู้ที่นำวลีนี้มาใช้เป็นคนแรกๆคือ นายอำนวย วีรวรรณ โดยเอามาเป็นชื่อหนังสือที่เขียนขึ้นหลังจากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองจนพ้นมลทินจากการที่ถูกรัฐบาลในสมัยนั้นกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางวินัยสมัยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนไว้ในคำนำหนังสือ พ้นพงหนาม ตอนหนึ่งว่า “วิถีชีวิตของข้าราชการประจำในเมืองไทยนั้นเปรียบเสมือนคนที่เดินอยู่ในพงหนามต้องระวังตัวอยู่ตลอดและถึงจะเดินด้วยความเที่ยงตรงอย่างไร หนามไหนที่มีอยู่เต็มพงนั้นก็ยังอาจเกี่ยวให้ล้มลงบาดเจ็บได้ไม่มีอะไรที่จะประกันความปลอดภัยได้เลย”

นั่นเป็นคำกล่าวที่ทันสมัยเสมอแม้กระทั่งทุกวันนี้และมิหนำซ้ำอาจจะหนักข้อยิ่งกว่าเดิม

เมื่อพิจารณาในบรรดาข้าราชการที่อยู่ในพงหนาม คนที่ควรได้รับความเห็นใจมากที่สุดคือผู้ที่เคยอยู่ในตำแหน่งบริหารระดับสูงเป็น หัวหน้าส่วนราชการ ระดับ ปลัดกระทรวง เลขาธิการ แล้วถูกคำสั่งไม่ว่าจะเป็นประเภทใดๆของรัฐบาลไหนให้เข้าไปประจำเช่น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ บ้าง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บ้าง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บ้าง ฯลฯ

มาถึงวันนี้มีอยู่หลายคนที่ถึงวัน พ้นพงหนาม ไปด้วยการเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558

ลองสำรวจตรวจสอบดูดีไหมว่าใครเป็นใครเข้าข่ายที่ว่านี้

ผู้อยู่ในตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ที่เกษียณมีรายเดียวคือ พลโทภราดร พัฒนถาบุตร ที่ถูกย้ายมาจากตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ส่วนตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถึงคราวเกษียณเหมือนกันมีอีก 5 รายคือ นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน นายสุรชัย ศรี-สารคาม อดีตปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ นายอภิชาติ จีระวุฒิ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

อย่างน้อยที่สุดในช่วงที่อยู่ในตำแหน่งหลักท่านเหล่านี้ก็คงได้สร้างสรรค์ประโยชน์ให้เกิดกับหน่วยงานกันมาบ้าง ขอให้ภาคภูมิใจในสิ่งดีๆ ที่ฝากไว้

มีข้าราชการใหญ่อีก 3 คนที่ พ้นพงหนามในราชการประจำ แต่ต้อง ก้าวเดินต่อไป ในป่าทึบทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝ่ายพลเรือน

รายแรก นางอรรชกา สีบุญเรือง ผู้ซึ่งถึงแม้จะเกษียณอายุราชการจากตำแหน่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่แล้วในวันที่ 1 ตุลาคม 2558 แต่เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ตัดสินใจลาออกจากราชการประจำทันทีโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2558

รายต่อมา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ก็ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหลังจากได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

รายสุดท้าย หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ก็ลาออกจากตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีทั้งที่ยังมีอายุราชการเหลืออยู่อีก 1 ปีเพื่อรับหน้าที่ด้านเดียวในตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เป็นการลาจากหน้าที่ที่มีความผูกพันจริงจังไปสู่การทำงานในการวางรากฐานประเทศในช่วงนี้.

“ซี.12”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้