ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เหตุระเบิดใครทำลายชาติ?

    สายล่อฟ้า2 ต.ค. 2558 05:01 น.
    SHARE

    ส่งท้ายก่อนเกษียณอายุราชการจากตำแหน่ง ผบ.ตร. ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ด้วยการแถลงปิดคดีระเบิดศาลพระพรหม ราชประสงค์ ที่สะเทือนประเทศไประยะหนึ่ง แต่ที่สุดก็ทำให้ความจริงได้ปรากฏขึ้นมาว่าอะไรเป็นอะไร

    จากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.คนใหม่ ที่จะเข้ามารับผิดชอบงานของตำรวจอย่างเต็มตัว

    ดีที่รับผิดชอบคดีระเบิดมาโดยตลอด ดังนั้น การสานต่องานด้วยอำนาจเต็มๆ จึงไม่ใช่เรื่องยาก อยู่ที่ว่าจะคลี่คลายจนนำไปสู่ปลายทางได้มากน้อยแค่ไหน

    อนาคตบนเก้าอี้ ผบ.ตร. จึงมีความหมายเป็นอย่างยิ่ง

    หลังจากได้มีการแถลงปิดคดีไปแล้ว ปรากฏว่ามีข้อสงสัยในลักษณะที่ว่าการจับกุมคนร้ายได้นั้นเป็น “แพะ” หรือเปล่า ตำรวจสร้างเรื่องขึ้นมาหรือเปล่า

    ที่สำคัญก็คือประเด็นที่ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเมือง

    เลยเกิดอาการ “กินปูนร้อนท้อง” กล่าวหาว่าตำรวจสร้างเรื่องขึ้นมาเอง พยายามจะเกี่ยวโยงให้เป็นการเมืองจนได้

    แต่ทว่าความจริงย่อมเป็นความจริงวันยังค่ำ โดยเฉพาะการตั้งคำถามว่าทำไมผู้ต้องหาที่ถูกจับได้จึงไม่ให้การสารภาพตั้งแต่แรกแล้วทำไมไม่สารภาพตั้งแต่ต้น ทั้งๆที่ตำรวจยืนยันเป็นเพราะเขาจำนนต่อหลักฐานจึงต้องยอมรับว่าทำจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    “ชูชาติ กันภัย” ทนายความของผู้ต้องหา ที่ตอนแรกพยายามที่จะบิดประเด็น แต่สุดท้ายเช่นกันก็ต้องผิดหวังไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ล่วงหน้าเอาไว้เพราะอะไร...

    เมื่อได้เข้าไปเยี่ยมผู้ต้องหาเพื่อสอบถามความเป็นจริงว่าได้ให้การรับสารภาพจริงหรือเปล่า คำตอบจาก “อาเดม” ชายเสื้อเหลืองก็คือยอมรับว่าเป็นคนวางระเบิดจริง เขาเป็นอุยกูร์ไม่ใช่ชาวตุรกี

    ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะต้องการได้เงินและตอบแทนบุญคุณแก่บุคคลที่ช่วยเขาให้ผ่านเข้ามาประเทศไทยเพื่อจะเดินทางไปยังประเทศที่ 3

    และยอมรับด้วยว่างานนี้มีการจ้างวานให้ก่อเหตุเพียงแต่ไม่ได้บอกไปถึงตัวการสำคัญนอกจากทำตามคำสั่งของนายอับดุลเลาะห์ อับดุลเลาะห์มาน หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับและได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว

    นี่คือคำตอบที่เป็นจิ๊กซอว์อีกตัวหนึ่ง

    เป็นคำตอบที่ทำให้สะท้านไปเหมือนกัน

    แต่จุดเชื่อมโยงที่สำคัญก็คือ “อ๊อด พยุงวงษ์” คนไทยที่ถูกออกหมายจับอีกคนหนึ่งที่ผลการสอบสวนของตำรวจพบว่ามีความเกี่ยวพันกับคดีนี้ด้วยการทำหน้าที่จัดหาอุปกรณ์ทำระเบิดและมีภาพได้พบปะกับผู้ต้องหาอีก 2 คน

    ประวัตินายอ๊อดนั้นตามแฟ้มประวัติแม้จะไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีหลักฐานระบุตัวตนชัดเจน แต่เคยมีส่วนร่วมกับเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่นและระเบิดที่มีนบุรี เคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว 9 ครั้ง เมื่อปี 2553

    ซึ่งตำรวจกำลังล่าตัวเพื่อจะได้ความกระจ่าง นำไปสู่ผู้บงการ ผู้จ้างวานรวมไปถึงจะได้คลี่คลายเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง

    ทำไมเขาจึงไปร่วมขบวนการทำลายประเทศเพราะเหตุใด?

    ที่แน่นอนก็คือนอกจากถูกดำเนินคดีมาแล้ว ยังมีหลักฐานปรากฏว่าเขาคือหนึ่งใน “การ์ดแดง” ระดับนี้ อย่างตัวเขาจะไม่มีใครรู้จักในพวกเดียวกันในขบวนการนี้หรือ?

    อะไรต่อมิอะไรดูเหมือนจะงวดเข้าไปทุกที จึงอยากให้ ผบ.ตร.คนใหม่เดินหน้าสะสางเพื่อจะได้ความจริงที่กระจ่างชัดว่ามันเกี่ยวข้องกับการเมืองจริงหรือไม่

    คนไทยบางกลุ่มบางพวกจะได้หูตาสว่างกันเสียที.

    “สายล่อฟ้า”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าระเบิดศาลพระพรหมราชประสงค์บดุลเลาะห์ อับดุลเลาะห์มานออกหมายจับอ๊อด พยุงวงษ์สมานเมตตาแมนชั่นระเบิดมีนบุรีไม่มีบัตรประชาชนผู้จ้างวานผู้บงการคอลัมน์การเมืองคอลัมน์ฉบับพิมพ์

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 24 กันยายน 2563 เวลา 02:12 น.