วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เบื้องหลังความสำเร็จ “บิ๊กตู่” ไปประชุมยูเอ็น

เบื้องหลังความสำเร็จ “บิ๊กตู่” ไปประชุมยูเอ็น

โดย ซูม
2 ต.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

โล่งอกโล่งใจไปตามๆกันครับสำหรับพวกเราชาวไทยที่ติดตามข่าวคราวการเดินทางไปร่วมประชุมสหประชาชาติของท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ที่ผมใช้คำว่าโล่งอกโล่งใจก็เพราะก่อนเดินทาง เราวิตกกันมากว่าจะมีการต่อต้านสูง จะมีการกระแหนะกระแหนอยู่ตลอดเวลาจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และอาจได้รับความหมางเมินหรือเย็นชาจากผู้นำของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยทั้งหลาย

เหตุเพราะท่านเป็นผู้นำของประเทศที่มิใช่ประชาธิปไตยเนื่องจากรัฐบาลของท่านมาจากการยึดอำนาจ ซึ่งขัดกับหลักการและความเชื่อของประเทศที่เจริญแล้วในตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา

ปรากฏว่าพอบิ๊กตู่ไปถึงมหานครนิวยอร์กเข้าจริงๆสิ่งที่เราวิตกกันไว้กลับไม่เกิดขึ้นหรือเกิดบ้างก็ไม่มากอย่างที่คิด

การตั้งแถวต่อต้านจากคนไทยด้วยกันเองก็มีเพียงหยิบมือเดียว ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนกลับมีมากเสียกว่าอีก มากทั้งจำนวนคนและจำนวนป้าย

มากเสียจนกระทั่งสื่อฝรั่งก็รู้สึกงงๆว่าทำไมผู้นำที่เขาคิดว่าไม่ใช่ประชาธิปไตยถึงได้รับความชื่นชมจากคนไทย ซึ่งก็น่าจะมีการศึกษาดีมีอาชีพที่ดีที่มาอยู่ในบ้านเขา ซึ่งเป็นประเทศประชาธิปไตยถึงขนาดนั้น

เสียงวิจารณ์กระแหนะกระแหนจากสื่อต่างๆก็ดูจะเบาบางลงไปทันที

พอผ่านยกแรกไปได้สวย บิ๊กตู่ก็ทำคะแนนต่อด้วยการเข้าพบผู้นำ

ชาติต่างๆและก็พูดถึงอนาคตประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านประชาธิปไตยว่าเรากำลังเดินหน้าไปถึงจุดนั้นอยู่ เรากำลังปฏิรูปประเทศ กำลังร่างรัฐธรรมนูญกันอยู่ ฉบับที่แล้วไม่เหมาะจึงร่างใหม่ ถ้าเสร็จและประชาชนยอมรับ ประเทศไทยจะมีเลือกตั้งแน่นอนกลางปี พ.ศ.2560 หรือ ค.ศ.2017

คนหนึ่งที่ท่านพูดเรื่องนี้ด้วยก็คือท่านเลขาธิการสหประชาชาติ บัน คีมูน ถือเป็นการให้สัญญาไว้กับคนสำคัญที่สุดขององค์กรสำคัญที่สุดที่ทำหน้าที่ดูแลสันติภาพและการพัฒนาของโลก


ผู้สื่อข่าวต่างประเทศก็คงได้ฟังด้วย และเมื่อฟังแล้วเขาก็คงเบาใจลงไปเยอะ แม้ไม่ถูกใจนัก แต่ก็เป็นคำตอบที่อยู่ในทิศทาง ในร่องในรอยแสดงว่าประเทศไทยยังอยู่ในเส้นทางประชาธิปไตยเหมือนเขา

อีกไม่เกิน 2 ปี ถือว่าเป็นเวลาที่พอจะรอได้

จากนั้น บิ๊กตู่ก็เก็บคะแนนไปเรื่อยๆในการพูดจาปราศรัยในเวทีประชุมข้างเคียงต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาความยากจนเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ประเทศไทยเรามีประสบการณ์มานานนักหนา อย่างที่ผมเคยกราบเรียนท่านผู้อ่านไว้แล้ว

หลายๆประเทศก็เลยมาขอเรียนรู้ มาขอทราบประสบการณ์ ทำให้บิ๊กตู่ได้คะแนนเพิ่มอีกเยอะ

รวมทั้งได้คะแนนไปอีกเต็มๆ จากการที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เดินมาจับมือหลังประชุมสุดยอด เรื่องการรักษาสันติภาพจบลง

สำหรับผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบิ๊กตู่ในครั้งนี้ ผมขอยกให้กระทรวงการต่างประเทศของเราครับ ที่ทำหน้าที่ปูพื้นกรุยทางได้อย่างยอดเยี่ยม

โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ ดอน ปรมัตถ์วินัย นั้นคือสุดยอดนักการทูตท่านหนึ่งของประเทศไทยยุคนี้ เพราะผ่านการเป็นทูตประเทศใหญ่มาหลายประเทศ มีเพื่อนมีฝูง มีเครือข่ายโยงใยมากมาย

ต้องชมบิ๊กตู่ที่เลื่อนท่านจากรัฐมนตรีช่วยว่าการ มาเป็นรัฐมนตรีตัวจริง ทำให้การเตรียมงานครั้งนี้ราบรื่นอย่างที่เห็น

คงจะมีอีกหลายๆท่านจากกระทรวงต่างประเทศที่มาร่วมกันหาประเด็น หา “ธีม” หรือแนวคิดให้แก่นายกรัฐมนตรีในการไปประชุมสหประชาชาติครั้งนี้

ผมขอเอ่ยอีกท่านเดียวเท่านั้น ได้แก่ ท่านเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ วีรชัย พลาศรัย ที่เคยฝากฝีมือไว้เมื่อตอนเป็นทูตกรุงเฮก และทำหน้าที่ทนายไทยในคดีเขาพระวิหารไงล่ะครับ

สรุปว่าผมขอแสดงความยินดีด้วยอีกแรงหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีประสบความสำเร็จ และก็น่าจะเป็นผลให้สายตาของประเทศใหญ่ๆ ที่เคยมองไทยอย่างไม่เข้าใจ หันมาเข้าใจมากขึ้น

สำหรับคนไทยเราก็ได้ประโยชน์เยอะครับจากการไปประชุมสหประชาชาติของท่านคราวนี้ เพราะนอกจากจะพลอยได้หน้าได้ตา ที่คนอื่นเขามองประเทศไทยในแง่ดีขึ้นมากอย่างที่ว่านั้นแล้ว

เราก็ยังได้คำมั่นสัญญาที่ชัดเจน เพราะท่านประกาศระดับโลกเลยว่า กลางปี 2560 จะมีเลือกตั้ง...โดยมีท่านเลขาธิการสหประชาชาติ บัน คีมูน เป็นพยานปากสำคัญ!

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้