วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พ่อค้าแกลบ

พ่อค้าแกลบ

  • Share:

“ดรุณศึกษา” แบบเรียน ชั้น ป.3 โรงเรียนอัสสัมชัญ บทที่ 42 สอนให้ใช้ตัว ภ.(สำเภา) ขึ้นบทที่ 43 ภราดา ฟ.ฮีแลร์ เล่านิทานเรื่อง “พ่อค้าแกลบ”

ยังมีพ่อค้าคนหนึ่ง แต่เดิมก็ทำการค้าขายแต่เล็กน้อย คือบรรทุกสินค้าลงเรือเล็กๆ อุตส่าห์พายเร่ร่อนขายไป จนมีกำไรมากขึ้นทุกที มิช้ามินานก็ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี

อยู่มาวันหนึ่งท่านมหาเศรษฐี ปรารภกับภรรยา เป็นห่วงบุตรชาย “ถ้าสิ้นบุญพ่อแม่ ที่ไหนจะครอบครองสมบัติไว้ได้” บุตรชายได้ยิน บอกบิดา “จะค้าขาย ร่ำรวยได้ในไม่ถึงปี”

บิดาดีใจให้ทุนรอน บุตรเศรษฐีซื้อเสื้อผ้าและภาชนะ เครื่องใช้สอยต่างๆ บรรทุกลงเรือสำเภา ออกไปค้าขายยังต่างประเทศ เริ่มค้าขาย “ไม่เหมือนใคร” ในเมืองหนึ่ง

ให้คนขึ้นไปป่าวร้องว่า “ผู้ใดต้องการเสื้อผ้า...สินค้าในเรือทั้งปวง ขอให้เอาดินเหนียวมาแลก”

ชาวเมืองไม่เคยเจอพ่อค้า “เซ่อซ่า” อย่างนี้มาก่อน ต่างก็ดีใจพากันไปขุดดินเหนียวมาให้ คนละกระบุงสองกระบุง

ไม่ทันถึงวัน สินค้าในเรือก็หมด บุตรเศรษฐีออกสำเภาใช้ใบกลับมายังบ้าน ให้คนขนดินเหนียวขึ้นกองไว้ที่หน้าบ้าน เป็นกองใหญ่ดังภูเขา บิดามีความเสียใจ “มีอย่างหรือ เอาสินค้าไปแลกกับดิน เอาเงินไปล้างผลาญ” แล้วก็ด่าว่าต่างๆนานาบุตรชายก็มิได้โต้ตอบแต่ประการใด

อยู่มาอีกสองสามวัน บุตรเศรษฐีซื้อข้าวเปลือกลงบรรทุกสำเภา ไปยังเมืองนั้นอีก...ใช้คนไปป่าวร้องว่า “ผู้ใดต้องการข้าวเปลือก ก็จงเอาแกลบมาแลก เอาหนักต่อหนัก” ชาวเมืองดีใจ รีบไปหาแกลบเบียดเสียดแย่งแลกข้าว

ไม่ทันถึงวัน ข้าวเปลือกก็หมด

แต่แกลบที่ได้ตามข้อแลกเปลี่ยน “หนักต่อหนัก” บุตรเศรษฐีต้องหาสำเภาหลายลำ บรรทุกกลับบ้านคราวนี้บิดาโกรธบุตรชายมาก ตัดพ่อตัดลูก ไม่ขอดูดีดูไข้กันต่อไป

บุตรชายมิได้ว่าประการใด สั่งให้ขนแกลบขึ้นมากองหน้าบ้าน ให้คนประสมแกลบกับดินเหนียว ทำเป็นแผ่นๆเล็กบ้าง โตบ้าง แล้วให้เผาเป็นอิฐ เสร็จแล้วก็ให้ลงรักปิดทอง

เรียบร้อยดีหมดทุกแผ่น ก็ขนลงสำเภา บรรทุกไป ค้าขายยังเมืองเดิม...เป็นครั้งที่สาม

ทันทีที่เห็นเรือสำเภาเจ้าเก่า ชาวเมืองต่างคนต่างบอกกันว่า “หมูมาอีกแล้วโว้ย” ฝ่ายบุตรเศรษฐีก็ป่าวร้องว่า “ใครอยากได้ทองคำ ก็ให้เอาเงินมาแลก เอาไปหนักต่อหนัก”

ชาวเมืองดีใจ รีบแย่งกันเอาเงินไปแลกทอง เพราะเคยได้มาสองคราวแล้ว จึงไม่มีความสงสัย ไม่ทันถึงวันการเอาเงินแลกทอง ก็หมด บุตรเศรษฐีใช้สำเภาหลายลำเรือ...บรรทุกเงินกลับบ้าน...

บิดาก็มีความยินดี นึกสรรเสริญว่าบุตรมีปัญญาดี ให้มีงานสมโภชทำขวัญ ในการค้าจนทำให้บุตรชายเป็นมหาเศรษฐี...ในเวลาไม่ถึงปี

แต่อนิจจา เศรษฐีสองพ่อลูกร่ำรวยอยู่ได้ไม่ช้านาน ความทุจริตที่กระทำไว้นั้น ก็อำนวยผลให้เกิดความวิบัติต่างๆ บรรดาลูกค้าพากันระแวง เกรงว่าจะถูกลวง เช่นคราวที่ซื้ออิฐทองปลอม ไม่มีใครกล้าสมาคมต่อไป

วันหนึ่ง...มีโจรผู้ร้ายพวกหนึ่ง...ก็พากันโห่ร้องเข้ามาปล้น เงินที่ได้จากการค้าขายโกง...ไปหมดเกลี้ยง

เศรษฐีสองคนพ่อลูก หนีเอาตัวรอดแทบไม่ทัน

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า “พระเจ้าไม่เข้าข้างคนผิด คนหากินไม่สุจริต เจริญได้ไม่นาน”

อาจารย์ ฟ.ฮีแลร์ เขียนเรื่องนี้ ตั้งแต่ปี 2453 ถึงวันนี้ ก็ 100 กว่าปีแล้ว...

นึกถึงนิทานไทย...เรื่อง(แม่) สอนลูกให้เป็นโจร ลูกถูกจับรับโทษประหาร แม่ร้องไห้ฟูมฟาย ลูกชายก็บอก “แม่นั่นแหล่ะ ตัวการ แต่อ้อนแต่ออก สอนแต่วิชาโจร”

เรื่องจริงในบางบ้านเมือง พ่อคนหนึ่งสอนวิชาโจรให้ลูกชาย...ตอนนี้พ่อกลายเป็นคนพเนจร ลูกชายกำลังเจอข้อหา...ยักยอกเงินจากคลังหลวง หากมั่นใจ กฎหมายบ้านเมืองนั้นศักดิ์สิทธิ์ มีสิทธิ์ติดคุกทั้งพ่อทั้งลูก

เรื่องจริงเรื่องนี้ เกิดในบ้านเมืองพุทธศาสนา ไม่ได้สอนว่า “พระเจ้าไม่เข้าข้างคนผิด” แต่สอนให้เชื่อว่าเวรกรรมมีจริง หนีได้ในชาตินี้ ก็ต้องใช้หนี้ชาติหน้า.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้