วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กระแสโลกที่ยากจะฝืน

กระแสโลกที่ยากจะฝืน

  • Share:

เป็นหลักฐานชัดเจนที่พิสูจน์คำกล่าวที่ว่า “โลกล้อมประเทศไทยอยู่” ในระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมสหประชาชาติ ที่สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องให้คำสัญญาอย่างน้อย 2 ครั้ง ว่าประเทศ ไทยจะคืนสู่ประชาธิปไตย จะมีการเลือกตั้งภายในกลางปี 2560 หลังจากที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ และผ่านความเห็นชอบ

การออกเสียงประชามติครั้งแรก นายกรัฐมนตรีให้สัญญา ต่อที่ประชุมซึ่งจัดโดยสหประชาชาติ ครั้งที่สอง กล่าวต่อนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ เป็นการยืนยันจะให้เลือกตั้งตามกรอบเวลาของโรดแม็ป แสดงว่าผู้นำรัฐบาล

คณะรัฐประหารของไทย คำนึงถึงความรู้สึกของประชาคมโลกในปัจจุบัน สหประชาชาติมีสมาชิกรวม 193 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นประชาธิปไตย

ต่างจากในยุคสงครามเย็นเมื่อหลายทศวรรษก่อน ประเทศส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย แม้แต่ในกลุ่ม “โลกเสรี” ก็มีหลายประเทศเป็นเผด็จการ สหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้นำโลกเสรี ก็ไม่ได้รังเกียจรัฐบาล

เผด็จการ ตรงกันข้ามกลับสนับสนุนรัฐบาลทหารในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยในขณะนั้น เพราะเป็นรัฐบาลที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์

แต่หลังจากสงครามเย็นสิ้นสุดลง ด้วยชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตย และการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ผู้นำโลกคอมมิวนิสต์ โลกตะวันตกเริ่มรังเกียจเผด็จการ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือพม่า ซึ่งปกครองโดยรัฐบาลทหารติดต่อกันหลายทศวรรษ ถูกสหรัฐฯกับสหภาพยุโรปคว่ำบาตร ทั้งทางการทูตและเศรษฐกิจ จนกลายสภาพจากประเทศที่มั่งคั่ง มาเป็นประเทศด้อยพัฒนา

แม้แต่ประเพณีการทำรัฐประหาร ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ก็ต้องเปลี่ยนไป จากคณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจแบบอยู่ยาว โดยไม่มีกำหนด ถูกบีบบังคับไม่ให้สืบทอดอำนาจครั้งแรก ในปี 2535 คือ รสช. คณะรัฐประหารปี 2549 ต้องรีบเขียนรัฐธรรมนูญ และให้มีเลือกตั้งภายในปีเศษ ส่วน คสช. 2557 สัญญาจะอยู่ต่อแค่ปีเศษ

ต้องถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ดี เนื่องจากสถานการณ์ของโลกเปลี่ยนไป ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม มีแรงกดดันให้เป็นประชาธิปไตย ทั้งจากภายในและจากต่างประเทศ ไม่ใช่กดดันแค่เรื่องประชาธิปไตย แต่กดดันในเรื่องสิทธิมนุษยชนและอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศ เช่นประเทศไทยถูกกดดันเรื่องค้ามนุษย์ และประมงผิดกฎหมาย

จึงเป็นไปได้ยากที่จะฝืนกระแสโลกาภิวัตน์ และกระแสการเมืองโลกที่เป็นประชาธิปไตย อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนหนึ่ง เคยพูดว่า “ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ” หลังจากที่ถูกสหประชาชาติวิจารณ์เรื่องสงครามยาเสพติด กว่า 2,500 ศพ แต่ประเทศไทยก็ยังต้องยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนของหประชาชาติ เพราะไม่ใช่ดีต่อโลกเท่านั้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือดีต่อประชาชนชาวไทย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้