วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พตอ.โร่แจ้งป. น้องไชยาหมิ่น

พตอ.โร่แจ้งป. น้องไชยาหมิ่น

  • Share:

ยันนัดเคลียร์รับหนี้35ล้านต่อหน้าพยาน

“พ.ต.อ.” ควงเมียโร่แจ้งความกองปราบฯกลับ “มิตร มิตรชัย” น้องชายลิเกชื่อดังหมิ่นประมาท กล่าวหาข่มขู่เซ็นรับหนี้ 35 ล้านหลังนัดเคลียร์ หนี้สินของแฟนมิตร มิตรชัย และเพื่อน ที่ระดมทุนตั้งวงแชร์ช่วยงานโปรเจกต์ลิเกออนแอร์ “มิตรชัยโชว์” ต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ผู้จัดการศิลปิน รวมทั้งผู้ เชี่ยวชาญข้อกฎหมาย เจ้าตัวยอมรับว่าได้ยืมเงินไปจริงพร้อมเซ็นรับสภาพหนี้จ่ายเป็นงวดไม่มีการข่มขู่

จากกรณีที่นายคีรีรัก สมณะบารมี อายุ 21 ปี หรือ “มิตร มิตรชัย” พระเอกลิเก น้องชายคนเล็กของนายเสมา สมบูรณ์ หรือไชยา มิตรชัย และ น.ส.ปรียา สมณะบารมี หรือแอน มิตรชัย ดารานักร้องชื่อดัง เข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อขอคำปรึกษาข้อกฎหมายกรณีถูกนายตำรวจนายหนึ่ง ข่มขู่และบังคับให้เซ็นยอมรับสภาพหนี้ 35 ล้านบาท ความคืบหน้า ที่ บก.ป.เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 ก.ย. พ.ต.อ.ปจภณ รอดโพธิ์ทอง ผกก.ฝ่ายสวัสดิการบ้านพักตำรวจ สำนักงานกำลังพล และนางจิดาภา รอดโพธิ์ทอง ภรรยา เข้าพบ พ.ต.ท.วรพงษ์ ภวเวส พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดี นายคีรีรัก สมณะบารมี หรือ “มิตร มิตรชัย” ข้อหาหมิ่นประมาท

พ.ต.อ.ปจภณกล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเข้าแจ้งความเอาผิดกับนายคีรีรัก เนื่องจากนายคีรีรักได้มาขอลงบันทึกประจำวัน ว่าถูกตนข่มขืนใจให้เซ็นชื่อในสัญญาเงินกู้ โดยขู่ว่าถ้าไม่เซ็นจะให้นักข่าวมาทำข่าวและจะไม่รับรองความปลอดภัยของครอบครัว ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง ก่อนหน้านี้ แฟนของนายคีรีรักแจ้งว่านายคีรีรักมีโปรเจกต์การแสดงลิเก 3 โปรเจกต์ โดยเฉพาะลิเกออนแอร์ทีวีรายการ “มิตรชัยโชว์” ต้องใช้งบประมาณ 25 ล้านบาท ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ขอให้ช่วยระดมทุน โดยมีกำหนดใช้เงินคืนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ปจภณกล่าวอีกว่า นายคีรีรักอ้างว่าจะได้รับเงินจากสปอนเซอร์ต่างๆ มีการนำเอกสารมาให้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมระบุว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนภายหลังจบโปรเจกต์ นอกจากนี้ภรรยาตนยังเคยทำธุรกิจกับแฟนของนายคีรีรัก มานานกว่า 10 ปี แต่ไม่เคยมีปัญหา จึงเชื่อใจตั้งวงแชร์กับเพื่อน นำเงินไปลงทุนทำรายการดังกล่าว แต่กลับไม่ได้รับค่าตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง

“จากนั้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนได้รับการประสานจากคนกลางที่เป็นผู้ใหญ่ของนายคีรีรัก ขอให้มาเจรจากับนายคีรีรัก ที่ร้านอาหารชลบุรีซีฟู้ด ถนนวิภาวดีรังสิต ซอย 62 จึงไปพร้อมภรรยา ส่วนแฟนสาวของนายคีรีรักมาพร้อมผู้ใหญ่ โดยการเจรจากัน ตนได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆมายืนยัน นายคีรีรักก็ยอมรับผิดต่อหน้าทุกคน และบอกว่ายินยอมจะชดใช้เงินคืน โดยฝ่ายผู้ใหญ่ที่ร่วมเจรจาขอให้มีการทำหนังสือสัญญากู้ มีผู้จัดการศิลปินลงชื่อเป็นพยาน แต่เนื่องจากเงินมีจำนวนมาก และมีผู้ได้รับเงินไปหลายคน จึงต้องการให้คนเหล่านั้นร่วมลงชื่อด้วย อีกทั้งสัญญาไม่ได้ระบุรายละเอียดการชำระเงินคืน ก็อยากขอร้องผู้ใหญ่ที่เป็นกลางให้นัดหมายอีกครั้ง” พ.ต.อ.ปจภณกล่าว

ผกก. ฝ่ายสวัสดิการบ้านพักตำรวจ กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม มีการเจรจากันอีกครั้งที่ร้านอาหารที่เดิม โดยฝ่ายนายคีรีรัก ให้ข้าราชการผู้ใหญ่และผู้จัดการศิลปิน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญข้อกฎหมาย มาให้คำแนะนำ ส่วนตนกับภรรยา มาพร้อมทนาย และเจ้าหนี้ที่ร่วมนำเงินมาร่วมลงทุน ซึ่งนายคีรีรัก ยอมรับผิดเช่นเดิมและยินยอมจะชดใช้หนี้ 35.5 ล้านบาทคืนให้ จึงลงนามในสัญญายอมรับสภาพหนี้ กำหนดชำระคืนเป็นงวดๆ ดังนั้น การเซ็นยอมรับสภาพหนี้ดังกล่าวไม่ได้มีการข่มขู่ นายคีรีรักทำด้วยความเต็มใจ และมีพยานที่ลงนามไว้รับทราบโดยเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า ได้รับแจ้งความและสอบปากคำผู้ร้องไว้พร้อมกับตรวจสอบเอกสารต่างๆ เพื่อประมวลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้