วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่'จ้อเวทียูเอ็น ขอบคุณนานาชาติ ยันผลักดันการพัฒนาคน

'บิ๊กตู่'จ้อเวทียูเอ็น ขอบคุณนานาชาติ ยันผลักดันการพัฒนาคน

  • Share:

ภารกิจสุดท้ายที่ยูเอ็น “บิ๊กตู่” ขึ้นเวทีขอบคุณนานาชาติให้กำลังใจเหตุบึม ตอกย้ำยึดการพัฒนาที่มีคนเป็นศูนย์กลาง ลดยากจน-เหลื่อมล้ำ คุยฟุ้งยกระดับคนไทยมีรายได้ปานกลางถึงสูง จัดคิวพบกลุ่มนักธุรกิจไทย ก่อนบินกลับถึงไทยกลางดึก 1 ต.ค. อาเซียนหนุนไทยชิงเก้าอี้ยูเอ็นเอสซี อังกฤษพร้อมช่วยเดินหน้าปฏิรูป พท.ดักคอถ้าเลื่อนโรดแม็ปยูเอ็นขยับแน่ องค์กรระหว่างประเทศบุกพบ “พิชัย” จับตาเข้มละเมิดสิทธิพลเมือง “บิ๊กป้อม” แย้มได้ชื่อ สปท.ครบ รอแค่นายกฯกลับมาจิ้มเลือกก็จบ “วิษณุ” ทาบทาม ปธ.กรธ.-กรธ.ไว้เผื่อเลือก ชี้ “ประยุทธ์” มีชื่อในใจครบ ล็อกสเปกสนอง คสช.เต็มสูบ “บิ๊กเยิ้ม-พะจุณณ์” รีเทิร์น สปท. จ่อตั้ง “ธีรชัย” นั่งเลขาฯ คสช.ควบ ผบ.กกล.รส. คุมเกมมั่นคง “วิษณุ” ชี้ฟ้องแพ่งจำนำข้าวใกล้งวด

บทบาทในเวทีผู้นำระดับโลกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยังคงเป็นที่จับตามอง ล่าสุดได้ขึ้นเวทีกล่าวถ้อยแถลงในโอกาสองค์การสหประชาชาติครบรอบ 70 ปี ซึ่งถือเป็นภารกิจสุดท้ายก่อนบินกลับถึงไทยกลางดึกวันที่ 1 ต.ค.

“บิ๊กตู่” จัดคิวพบกลุ่มนักธุรกิจไทย

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิบัติภารกิจร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 70 (UNGA70) เป็นวันสุดท้าย โดยเมื่อวันที่ 29 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง) พล.อ.ประยุทธ์ได้พบปะหารือกับนักธุรกิจและแพทย์ไทย ในนครนิวยอร์ก และรัฐใกล้เคียง อาทิ ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารไทย เครื่องดื่ม กล้วยไม้ ผู้ประกอบธุรกิจอัญมณีเครื่องประดับ ธุรกิจขนส่งสินค้า ธุรกิจน้ำหอมและธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มาทำหน้าที่คนไทย ที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินการแก้ไขทั้งปัญหาประมง การลักลอบค้ามนุษย์ มีการจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่อลดขั้นตอนราชการ รวมทั้งตั้งศูนย์ดำรงธรรมรับคำร้องเรียนจากประชาชน โดยกลุ่มนักธุรกิจไทยเสนอให้รัฐบาลส่งเสริมประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาล หรือ Medical Hub เพื่อดึงดูดคนอเมริกันเดินทางมารักษาตัวที่ไทย

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์หารือทวิภาคีกับ พ.อ.(พิเศษ) เทโอโดโร โอเบียง อึนเกมา อึมบาโซโก (H.E. Brigadier General Teodoro Obiang Nguema Mbasogo) รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี

ขึ้นเวทีขอบคุณกำลังใจเหตุบึม

ต่อมาเวลา 18.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ “The United Nations at 70-the road ahead to peace, security and human rights” ว่า รัฐบาลไทยขอแสดงความยินดีในโอกาสที่สหประชาชาติก่อตั้งมาครบรอบ 70 ปี ขอบคุณมิตรประเทศที่แสดงความเสียใจและส่งกำลังใจให้ประชาชนไทย หลังเหตุการณ์ระเบิดในกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ขอประณามผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตผู้บริสุทธิ์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ คนไทยไม่สามารถยอมรับการก่อเหตุรุนแรงนี้ได้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยหรือที่ใดๆในโลก ไทยจะร่วมมือกับประชาคมโลกอย่างถึงที่สุดเพื่อยุติความรุนแรง ปกป้องผู้บริสุทธิ์มิให้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความสุขของประชาชนโลก และชนรุ่นหลังตามเจตนารมณ์สหประชาชาติ

ชื่นชมผลสำเร็จสหประชาชาติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สหประชาชาติได้บรรเทาทุกข์ จรรโลงสันติภาพ และความมั่นคงแก่มวลมนุษยชาติ ประสบความสำเร็จช่วยลดความขัดแย้ง ป้องกันมิให้ขยายตัวลุกลามกลายเป็นสงครามขนาดใหญ่ ไทยภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพแห่งมนุษยชาติในปีนี้ไทยยังมีบทบาทนำในฐานะ 1 ใน 30 ประเทศสมาชิก ของคณะทำงานสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผลักดันประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาของโลก อาทิ การพัฒนาที่มีคนเป็นศูนย์กลาง การลดความยากจน และความเหลื่อมล้ำในสังคม หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หลักนิติธรรมและการส่งเสริมธรรมาภิบาล การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การเกษตรที่ยั่งยืน และการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ เป็นต้น

คุยฟุ้งยกระดับรายได้คนไทยสูงขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างก้าวกระโดด ทำให้ไทยสามารถยกระดับตนเองจากประเทศที่มีรายได้ต่ำ ขึ้นมาเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงได้ ภายในระยะเวลาเพียง 3 ทศวรรษ เป็นผลมาจากการได้รับความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ นับตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา ไทยได้เริ่มพัฒนาบทบาทสู่การเป็นประเทศหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาในเวทีโลก รวมทั้งสหประชาชาติ ซึ่งรากฐานสำคัญ คือการที่รัฐบาลและทุกภาคส่วนดำเนินการโดยยึดแนวทางการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์นักพัฒนา ที่ได้ทรงริเริ่มดำเนินการนำร่องไว้มากว่า 40 ปีแล้ว

ปลุกนานาชาติจับมือแก้ปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายที่โยงใยซับซ้อนในหลายมิติ การแก้ปัญหาเพื่อให้ได้มาซึ่งสันติภาพ ความเป็นธรรม คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชากรโลก ไม่สามารถกระทำ ได้โดยเน้นมิติใดมิติหนึ่ง ที่สำคัญไม่สามารถกระทำได้เพียงลำพัง มาตรการทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ต้องดำเนินควบคู่กันไป โดยยึดหลักนิติรัฐ ส่งเสริมธรรมาธิบาลภาครัฐและเอกชน ปรับปรุงคุณภาพการศึกษา ปรับปรุงนโยบายด้านภาษี สร้างงาน เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนาที่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนความมั่นคงของมนุษย์ ที่เคารพต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนสำหรับเยาวชนรุ่นหลัง โดยคำนึงว่าโลกปัจจุบันเป็นโลกไร้พรมแดน ประเทศต่างๆจำเป็นต้องร่วมมือร่วมใจกันมากยิ่งขึ้น

เปรย 3 เสาหลักยูเอ็นถูกท้าทาย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า รอบปีที่ผ่านมาทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายคุกคาม 3 เสาหลักของสหประชาชาติ ทั้งสันติภาพและความมั่นคง สิทธิมนุษยชน และการพัฒนา เห็นได้จากความขัดแย้งอันเกิดจากความแตกต่างทางความคิดที่นำไปสู่สถานการณ์ความรุนแรงในภูมิภาคต่างๆ ความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมกัน การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ปี 2558 นี้กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) แต่ความยั่งยืนไม่ควรถูกกำหนดไว้เพียงในกรอบของการพัฒนาเท่านั้น ไทยร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศต่อเนื่องเพื่อแสดงบทบาทที่สร้างสรรค์ด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาอย่างยั่งยืน สิ่งแวดล้อม การลดความเสี่ยงจากการเกิดภัยพิบัติ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติและความขัดแย้ง และยังมุ่งมั่นที่จะร่วมมือต่อไปในเวทีโลก ยืนยันว่าไทยพร้อมจะเป็นหุ้นส่วนกับเพื่อนประเทศสมาชิก เพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายทั้งเก่าและใหม่ นำมาซึ่งการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติเพื่อประโยชน์สุขร่วมกัน

บินกลับถึงไทยกลางดึก 1 ต.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกล่าวถ้อยแถลงเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางเข้าโรงแรมที่พัก โดย พล.อ. ประยุทธ์ และคณะ จะเดินทางกลับในวันที่ 30 ก.ย. โดยเครื่องบินของสายการบินออล นิปปอน แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ NH 9 ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ จอห์น เอฟ. เคนเนดี ไปยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปลี่ยนมาโดยสารเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ TG 67 ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ กรุงโตเกียว กลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 1 ต.ค.

อาเซียนหนุนไทยชิงเก้าอี้ยูเอ็นเอสซี

อีกด้านที่นครนิวยอร์ก นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ได้เข้าร่วมประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งจัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 โดยหลังการหารือที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์ร่วมเนื่องในโอกาสครบ 70 ปีของการก่อตั้งยูเอ็น โดยอาเซียนแสดงความสนับสนุนวาระ 2030 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (เอสดีจีส์) ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์อาเซียนหลังปี 2558 และยังเห็นชอบร่วมกันถึงความสำคัญของการทำงานอย่างใกล้ชิดในกรอบของยูเอ็น พร้อมประกาศให้การสนับสนุนไทยที่ลงชิงตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็น (ยูเอ็นเอสซี) วาระปี 2560-2561 และขอให้มีการประสานกับผู้แทนถาวรของชาติสมาชิกอาเซียนอื่นๆในนครนิวยอร์กต่อไป

อังกฤษพร้อมช่วยเดินหน้าปฏิรูป

นอกจากนี้ นายดอนยังได้หารือทวิภาคีกับนายฮิวโก ชไวร์ รมช.ต่างประเทศอังกฤษ โดย นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า อังกฤษได้แสดงความพร้อมที่จะเข้ามาช่วยเดินหน้าประเทศไทยและมีส่วนสนับสนุนการปฏิรูปของไทย เพราะมีหลายด้านที่อังกฤษมีความเชี่ยวชาญ อาทิ การปราบปรามและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และการเปิดประมูลที่มีความโปร่งใส นอกจากนี้ยังสนใจเสนอโครงการส่งครูสอนภาษาอังกฤษมายังไทย เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ และยังแสดงความเสียใจกับไทยกรณีเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ โดยแสดงความพร้อมเข้ามาให้ความช่วยเหลือหากไทยต้องการ

พท.ดักคอพูดอะไรไว้ต้องทำให้ได้

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากเห็น พล.อ.ประยุทธ์ รีบเดินหน้าประเทศไทยตามโรดแม็ปที่ไปพูดไว้หลายเวทีในการประชุมยูเอ็น ว่าจะมีการเลือกตั้งไม่เกินกลางปี 2560 รวมถึงรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วม รู้สึกดีใจที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดถึงการใช้นโยบายสาธารณสุขที่ประชาชนคนไทยได้รับบริการแบบถ้วนหน้า ซึ่งมาจากรากฐานนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค อย่างน้อยต่างชาติก็ให้การยอมรับไทยในเรื่องนี้ ส่วนที่พูดถึงการทำงานว่าจะยึดหลักธรรมาภิบาล จะปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันนั้น เบื้องต้นอยากเห็นท่านสำรวจรัฐบาลของตัวเองก่อนเลยว่าทำได้ไหม มีทุจริตหรือไม่

ถ้าเลื่อนโรดแม็ปยูเอ็นมีขยับแน่

นายสุรพงษ์กล่าวว่า การไปยูเอ็นครั้งนี้ เชื่อว่านายกฯได้รู้ได้เห็นอะไรเยอะแยะ ว่าการเป็นประเทศในซีกประชาธิปไตย มีความแตกต่างจากอีกฟากฝั่งอย่างไร ประเทศไทยควรจะก้าวหน้าไปทิศทางใด มิตรประเทศเขาคิดกับเราอย่างไร ขอพบใครเขาอยากให้เราพบบ้าง เขาจับมือกับเรามีความจริงใจกี่มากน้อย ที่สำคัญที่สุดคือ กรณีที่นายบัน คี มูน เลขาฯยูเอ็น พูดกับนายกฯว่าไม่อยากให้พื้นที่ประชาธิปไตยในไทยแคบลง จึงขอให้ท่านอย่าเลื่อนโรดแม็ป เพราะจะเสียคำพูดที่บอกกับโลกไว้เป็นทหารต้องหนักแน่น ถ้าเลื่อนออกไปจะหมดความน่าเชื่อถือทันที การค้าการลงทุนกระทบหมด และยูเอ็นอาจมีปฏิกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งเหมือนที่เขาเคยทำกับประเทศอื่นๆได้

องค์กรระหว่างประเทศบุกพบ “พิชัย”

ช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขององค์การสหประชาชาติ เดินทางเข้าพบนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน โดยได้แสดงความห่วงใย และติดตามประเมินสถานการณ์การควบคุมพลเมือง โดยเฉพาะการควบคุมตัวนายพิชัย ที่ คสช.เรียกปรับทัศนคติเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นเวลา 7 วัน ทั้งนี้ประเทศไทยมีการลงนามในอนุสัญญา 7 ฉบับ ในด้านสิทธิพลเมือง สิทธิทางสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งทางสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯได้มีการติดตามในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว

“บิ๊กป้อม” แย้มได้ชื่อ สปท.ครบแล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในส่วนรายชื่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ขณะนี้มีรายชื่อหมดแล้ว รอแค่นายกฯกลับมาดูเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ที่สุด ทั้งเรื่องสัดส่วนที่ต้องดูว่ามาจากสาขาไหนบ้าง หากได้ สปท.แล้วเชื่อว่าทุกอย่างจะเดินหน้าไปได้เยอะ ความจริงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี น่าจะชี้แจงไปหมดแล้ว ตนก็ไม่กล้าฟันธงเหมือนกัน

ให้ลุ้น “มีชัย” รับ-ไม่รับนั่ง ปธ.กรธ.

เมื่อถามว่าตกลง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิกคสช. ตอบรับมาเป็นประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แล้วหรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบว่า เดี๋ยวรอฟังแล้วกัน ดูแล้วกันว่าเป็นใคร ไม่รู้อยากรู้ก่อนกันทำไม เดี๋ยวนายกฯเซ็นทุกอย่างก็จบ เมื่อถามว่ารายชื่อประธาน สปท.มีตัวเลือกอยู่เยอะไหม พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ มีตั้ง 200 ชื่อ ให้เขาเลือกกันเอง เมื่อถามว่าเห็นมีคนเข้ามาสมัครเยอะมาก พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็คนเขาอยากเข้ามาทำเพื่อบ้านเมือง นอกจากกรธ.ที่บางคนเขาไม่อยากมาเป็น เพราะต้องการเล่นการเมือง เขาก็มาไม่ได้

รอแค่นายกฯกลับมาจิ้มเลือกก็จบ

พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกรอบภายหลังประชุม ครม. ว่า เรื่องรายชื่อ กรธ. ยังไม่มีการประสานอะไร เดี๋ยว พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเลือกเอง เมื่อถามว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์กลับมาจะเรียกประชุม คสช.เพื่อพิจารณาเรื่อง กรธ.และ สปท.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คุยกันหมดแล้ว ใจเย็นๆ เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าลงตัวหมดแล้ว พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่รู้ เมื่อถามว่าประธาน กรธ.จะเป็นคนเลือก กรธ.ด้วยตัวเองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่เห็นน่ารู้จะรู้ไปทำไม และไม่เห็นต้องคุยอะไรกับนายมีชัย ขณะนี้ทุกอย่างคลี่คลายไปหมดแล้ว

“ประยุทธ์” จ่อถกบิ๊กรัฐบาล-คสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้าการคัดเลือกรายชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จำนวน 21 คน และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จำนวน 200 คน หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เดินทางกลับถึงประเทศไทย แล้วจะเรียกประชุมเพื่อหารือทันที ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ รวมถึงสมาชิกคสช.บางส่วน

ล็อกสเปกคุณภาพ-สนอง คสช.เต็มสูบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์มีรายชื่อบุคคลที่อยู่ในใจทั้งหมดแล้ว แต่จะส่งรายชื่อให้ พล.อ.ประวิตรเป็นผู้รวบรวมรายชื่อทั้งหมด โดยจะคัดเลือก กรธ.ก่อน สปท. ซึ่งขั้นตอนของการคัดเลือกนั้นหากที่ประชุมคนหนึ่งคนใดคัดค้านชื่อใดจะตัดชื่อนั้นทิ้งทันที เพราะที่ผ่านมาได้บทเรียนจากการเสนอชื่ออดีต สปช.ที่มาในสัดส่วนของจังหวัดและกลุ่มการเมืองซึ่งบางรายทำงานไม่ได้และมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน ทำให้ สปช.ทำงานล้มเหลว โดยเฉพาะเมื่อไปทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการ ก็พร้อมหักหลังคสช. ดังนั้น การเลือก กรธ. และ สปท.ครั้งนี้ต้องมีคุณภาพจริงๆสามารถทำงานสนองความต้องการคสช.และรัฐบาลได้ เนื่องจากเหลือเวลาอีกไม่นานตามโรดแม็ปที่ระบุไว้

คาด “บิ๊กเยิ้ม-พะจุณณ์” รีเทิร์น สปท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของสัดส่วนทหารที่ถูกทาบทามเข้ามาเป็น สปท.คาดว่ามีนายทหารที่ยังอยู่ในราชการหลายนายที่ได้มีการขยับตำแหน่งในช่วง ต.ค.นี้ รวมถึงนายทหารที่เกษียณอายุราชการ อาทิ พล.อ.นพดล ฟักอังกูร เจ้ากรมเสมียนตรา พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.ท.ปรีชาญ จามเจริญ หัวหน้าสำนักตุลาการทหารและตุลาการพระธรรมนูญ และหัวหน้าศาลทหารสูงสุด พล.ร.อ.ประสาน สุขเกษตร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ พล.อ.ประสูตร รัศมีแพทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก พล.ท.ธวัช สุกปลั่ง แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ สำหรับอดีต สปช.ที่คาดว่าจะได้รับการคัดเลือกเป็น สปท. อาทิ พล.อ.พลพล มณีรินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก พล.ท.ฐิติวัจน์ กำลังเอก ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.นคร สุขประเสริฐ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ และนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีต รมว.กลาโหม

เข็นบิ๊กทหารอดีต สปช.นั่ง กรธ.

ส่วนรายชื่อ กรธ. เป็นที่แน่นอนแล้วว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. จะมาเป็นประธาน กรธ. ส่วนรายชื่อ กรธ.คาดว่ามีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ กรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ พล.ร.อ.ชุมนุม อาจวงษ์ และ พล.ท.นิวัติ ศรีเพ็ญ อดีต สปช. พล.ร.ท.กฤษฎา เจริญพานิช สนช.

กกต.ฝันยกระดับทีมสอบสวนโกง

ที่โรงแรมคลาสสิค คามิโอ อยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมเชิงวิชาการเรื่อง “การดำเนินคดีเลือกตั้งระดับภูมิภาค” โดยเป็นการหารือร่วมกันระหว่าง กกต. และแผนกคดีเลือกตั้งในศาลอุทธรณ์ภาค โดยนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน กล่าวสรุปผลการประชุมว่า ขณะนี้คู่มือการสอบสวนคดีเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีฐานความผิด 8 ฐานด้วยกัน อาทิ กลุ่มซื้อสิทธิขายเสียง กลุ่มจัดเลี้ยง กลุ่มหาเสียงโดยการหลอกลวงใส่ร้าย เป็นต้น นอกจากนั้นจะมีการอบรมพนักงานสอบสวน เพื่อให้พนักงานสอบสวนของ กกต. มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

“มาร์ค” อยากได้ กรธ.ที่เข้าใจปัญหา

ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากได้ กรธ.ที่เข้าใจปัญหา สามารถดึงการมีส่วนร่วมทุกฝ่าย เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับ อยากให้ผ่าน เราคงไม่สามารถปล่อยให้มีปัญหาแล้วร่างไปเรื่อยๆ มีคนมีความสามารถเยอะ แต่คิดว่าตัวบุคคลไม่สำคัญเท่าวิธีการทำงานที่เปิดกว้าง และให้มีส่วนร่วมน่าจะเป็นหลักประกันที่ดีที่สุด

“วิษณุ” ทาบ ปธ.–กรธ.ไว้เผื่อเลือก

ต่อมาเวลา 17.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การสรรหากรธ. 20 คน มีการทาบทามมากกว่าจำนวนจริงมีประมาณ 30-40 คน ส่วนตำแหน่งประธาน กรธ. ทาบทาม 3-4 คน สุดท้ายแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นผู้พิจารณา เชื่อว่านายกฯเดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกา คงมีชื่อมาเหมือนกันเพราะสุดท้ายต้องใช้อำนาจหัวหน้า คสช. หารือกับ คสช. ในการแต่งตั้ง

“บิ๊กโด่ง” ส่งมอบเก้าอี้ ผบ.ทบ.

วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชา การทหารบก ระหว่างพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. กับ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วย ผบ.ทบ. โดย พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า มีความภาคภูมิใจในหน้าที่และความรับผิดชอบที่พึงมีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และประชาชน การสร้างความเข้มแข็งของชาติ ปกป้องพิทักษ์เอกราชตามอธิปไตยและความสงบสุขของประชาชนในเวลาที่มีความหมาย โดยเฉพาะการร่วมปฏิบัติภารกิจกับรัฐบาลขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทุกด้าน ด้าน พล.อ.ธีรชัยกล่าวว่า ให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความรับผิดชอบสูงสุดที่มีต่อชาติ ราชบัลลังก์และประชาชน พร้อมสนับสนุนรัฐบาล เสริมสร้างประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

“บิ๊กหมู” ลั่นหนุนหลังรัฐบาลเต็มที่

พล.อ.ธีรชัยให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า จะสนองต่อนโยบายรัฐบาลและ คสช. เพื่อขับเคลื่อนการบริหารประเทศ สถานการณ์ประเทศยังอยู่ในภาวะไม่ปกติ ดังนั้นกองทัพบกจะมีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ต่อจากนี้ไปกองทัพและ กกล.รส. จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้สถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะปกติ พร้อมสร้างสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล ซึ่งเป็นหน้าที่ของ คสช. กกล.รส. และกองทัพบก เมื่อถามว่าจะทำให้ทหารเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งหรือไม่ พล.อ.ธีรชัยตอบว่า ไม่มีความขัดแย้ง เราอยู่ตรงกลาง อยู่ข้างประชาชน ไม่มีศัตรู เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจหรือไม่ ว่าจะสนับสนับสนุนรัฐบาลอย่างไม่เสื่อมคลาย พล.อ.ธีรชัยตอบว่า เราเป็นกองทัพของประชาชนที่ปฏิบัติงานร่วมกับรัฐบาล ตามนโยบาย รมว.กลาโหม

ผบ.ทร.ใหม่ขอยึดแบบอย่างที่ดี

ที่พระราชวังเดิม กองบัญชาการกองทัพเรือ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร. ทำพิธีรับ-ส่งหน้าที่ให้พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร.คนใหม่ โดย พล.ร.อ.ณะกล่าวว่า กำลังพลทุกคนที่เคยได้ร่วมปฏิบัติงานกับ พล.ร.อ.ไกรสร ต่างยอมรับในความรู้ สติปัญญา ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และขยันหมั่นเพียร และความเป็นผู้นำในการบังคับบัญชา ทุ่มเทการทำงานจนทำให้กองทัพเรือมีความก้าวหน้า มั่นคง เป็นที่ยอมรับของประชาชน และองค์กรต่างๆ ตนและข้าราชการทุกนายจะขอยึดถือคุณงามความดีเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติราชการสืบต่อไป

“บิ๊กติ๊ก” ยึดเมตตา–คุณธรรม–จริยธรรม

ที่กระทรวงกลาโหม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงานและปลัดกระทรวงกลาโหม ทำพิธีรับ-ส่งหน้าที่ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ โดย พล.อ.ปรีชากล่าวว่า จะสานต่อแนวทางการทำงานตามแนวทางของ พล.อ.ศิริชัย โดยยึดหลักเมตตาธรรม คุณธรรม และจริยธรรมและที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.ทหารสูงสุด ทำพิธีส่งมอบหน้าที่ให้พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุดคนใหม่ ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการกองทัพไทย

“บิ๊กตู่” ตั้ง “ธีรชัย” นั่งเลขาฯ คสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เตรียมลงนามในคำสั่ง คสช. ปรับเปลี่ยนผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. และแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใหม่เพิ่มเติม หลังจากที่มีการรับมอบตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทร. และ ผบ.ทบ.คนใหม่ ไปเมื่อวันที่ 30 ก.ย. โดยจะมีการเปลี่ยนให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เป็นสมาชิก คสช. พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.สส. และ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. เป็นสมาชิก คสช. นอกจากนั้น ยังแต่งตั้งให้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคสช. แทน พล.อ.อุดมเดชด้วย

ควบ ผบ.กกล.รส.คุมเกมมั่นคง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พร้อมกันนี้จะแต่งตั้ง พล.อ.ธีรชัย ดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส) อีกหนึ่งตำแหน่ง จากเดิมมอบหมายให้แม่ทัพภาคที่ 1 ดูแล เนื่องจาก คสช.เห็นว่าหลังจากที่ คสช.เข้ามา จนกระทั่งมีรัฐบาลบริหารประเทศ ส่วนงานต่างๆได้ขึ้นการบริหารราชการกับรัฐบาลแล้ว ซึ่ง คสช.มีภาระหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในภาพรวม จึงต้องดึงงานหลักของ กกล.รส.มาขึ้นตรงกับ คสช. เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ในขณะที่กองทัพภาคที่ 1 ในฐานะกกล.รส.ภาค 1 ซึ่งในวันที่ 1 ต.ค.จะมีการส่งมอบหน้าที่ให้ พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่นั้น จะมีคำสั่งกำหนดอำนาจหน้าที่ของ กกล.รส.ภาค 1 ให้ดูแลงานด้านการปรับทัศนคติ และประสานกับแกนนำกลุ่มการเมืองเหมือนเดิม

“ปนัดดา” ย้ำ ขรก.ต้องไร้ขั้วการเมือง

ที่สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายก รัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษหลักสูตรผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 65 ว่า หากข้าราชการไม่ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล มีระบบการเมืองการปกครองที่ปราศจากทัศนคติการเสริมสร้างความรู้รักสามัคคี ยังผลให้เสถียรภาพประเทศเกิดความสั่นคลอน และแนวคิดทางการเมืองที่ก่อให้เกิดความแบ่งแยกของคนในชาติ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้น หากผู้มีอำนาจทางการเมืองที่ผ่านมามีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง แต่ไม่ว่าการเมืองจะขึ้นหรือลงอย่างใด สถาบันตุลาการถือเป็นที่พึ่งอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ ชาติในทุกยุค ที่คนไทยมีความเชื่อมั่นศรัทธา

ต่อมาที่ห้องประชุมอรรถไกวัลวที สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ม.ล.ปนัดดา ได้กล่าวอำลาข้าราชการ สปน.ว่า ขอให้ข้าราชการเป็นแบบอย่างรักษาระบบธรรมาภิบาล ยึดมั่นซื่อตรงเหนือสิ่งอื่นใด มีระเบียบวินัย ข้าราชการทุกคนทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อย่าแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ไม่มีสี ไม่มีขั้ว

“ประยุทธ์” ฝากขอบคุณ ขรก.เกษียณ

ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ฝาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม ที่เป็นประธานการประชุม ครม. ขอบคุณข้าราชการที่จะเกษียณอายุราชการ ถือว่าเป็นผู้เสียสละอดทน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ คสช.และรัฐบาลชุดนี้เข้ามา มีภารกิจ มีปัญหาของประเทศหลายเรื่องที่สะสมมาเป็นเวลานาน ต้องเร่งรัดการดำเนินการ คสช.กับรัฐบาลคงไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง กลไกข้าราชการถือเป็นกำลังสำคัญ ฝากขอบพระคุณทุกคนที่ได้ร่วมกันทำงานและเสียสละ ตลอดอายุขัยของการทำงานข้าราชการ และท่านอวยพรให้ทุกคนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง

ครม.ไฟเขียวเพิ่มอัตราข้าราชการ

พล.ต.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม. มีมติตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและกำลังพลภาครัฐ (คปร.) เสนอเรื่องเพิ่มอัตราข้าราชการที่ตั้งใหม่ให้กับส่วนราชการปีงบประมาณ 2558 ทั้งหมด 13,280 อัตรา มีหน่วยงานที่ต้องการเพิ่มอัตราข้าราชการทั้งหมด 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย อนุมัติไป 1,137 อัตรา กระทรวงยุติธรรม อนุมัติ 1,794 อัตรา และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) 343 อัตรา กระทรวงการต่างประเทศ 7 อัตรา สำนักข่าวกรองแห่งชาติ 143 อัตรา ซึ่งหน่วยงานที่ขอเพิ่มอัตรามากที่สุด คือ กระทรวงสาธารณสุข อนุมัติไป 9,863 อัตรา ซึ่งการเพิ่มอัตราข้าราชการ 1 คน รัฐบาลต้องเสียงบประมาณ 25 ล้านบาท ตั้งแต่รับเข้ามาบรรจุเป็นข้าราชการ จนกระทั่งเสียชีวิตหรือเกษียณ

“วิษณุ” ชี้ฟ้องแพ่งจำนำข้าวใกล้งวด

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะกรรมการสอบ ข้อเท็จจริงและกำหนดค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ของกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ ได้สรุปมูลค่าความเสียหายเรียบร้อยแล้ว จะส่งผลสรุปให้รัฐมนตรีต้นสังกัด เพื่อส่งให้นายกฯพิจารณาก่อนประชุมร่วมกัน ระหว่าง รมว.คลังและกระทรวงพาณิชย์ ทั้งนี้หากที่ประชุมมีมติให้สอบเพิ่มเติมก็จะส่งกลับมาที่คณะกรรมการสอบเท็จจริงของ 2 กระทรวงอีกครั้ง แต่หากเห็นว่าข้อมูลเพียงพอแล้ว จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการรับผิดทางแพ่งพิจารณาโดยไม่มีกรอบระยะเวลา หากคณะกรรมการชุดดังกล่าวเห็นด้วยกับคณะกรรมการของ 2 กระทรวง ก็จะส่งกลับมาให้นายกฯลงนามออกคำสั่งทางปกครองเรียกให้รับผิดทางแพ่ง ซึ่งการดำเนินการทางแพ่งจะเสร็จสิ้นในปีนี้แน่

“ปึ้ง” เบรกขบวนการพวกชี้นำคดี

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯฟ้องอัยการสูงสุด ฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในโครงการรับจำนำข้าวว่า ถึงเวลาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องออกมาต่อสู้บ้าง หลังตกเป็นฝ่ายถูกกระทำมาโดยตลอดถ้าไม่ออกมาต่อสู้หาความเป็นธรรม จะตกเป็นจำเลยสังคมไปชั่วชีวิต โดยเฉพาะมีขบวนการชี้นำให้เห็นว่าท่านถูกพิพากษาให้มีความผิดไปแล้ว ทั้งที่คดียังอยู่ในชั้นศาล แต่กลับถูกฝ่ายตรงข้ามหยิบยกให้มีการฟ้องร้องแพ่ง ทั้งที่คดีอาญายังไม่สิ้นสุด แบบนี้หรือที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ที่ไปพูดบนเวทียูเอ็นว่าจะยึดหลักธรรมาภิบาล ถ้ารัฐบาล โดยเฉพาะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯยังดำเนินการในลักษณะนี้ จะยิ่งไปกันใหญ่ ยังดีที่นายวิษณุระบุว่าไม่ได้เร่งรัดฟ้องแพ่ง แต่ขอฝากให้ยึดหลักนิติธรรมและนิติรัฐให้เดินไปคู่กับธรรมาภิบาล เหมือนโครงการทุจริตอื่นๆ เช่น เรือเหาะ ก่อสร้างสถานีตำรวจ ประกันราคาข้าว อย่าเลือกปฏิบัติ

ไล่บี้ อสส.ฟ้องคดี “เทพเทือก”

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน (กนส.) ผู้กล่าวหา กปปส.ชุมนุมโดยผิดกฎหมายปิดสถานที่ราชการ ขัดขวางการเลือกตั้ง เข้ายื่นหนังสือถึงนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เพื่อเร่งรัดการสั่งคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และแกนนำ กปปส. ที่เหลือ หลังพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปสำนวนส่งให้อัยการสั่งคดีกับ กปปส. 58 ราย รวม 9 ข้อหา ฐานร่วมกับกบฏ และกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง

นายวิญญัติกล่าวว่า มีการฟ้องคดีแกนนำ กปปส.เพียง 4 รายเท่านั้น อีก 31 รายยังไม่มีการดำเนินการฟ้อง ซึ่งแม้จะปรากฏว่าผู้ต้องหายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อดีเอสไอและอัยการ แต่ข้อเท็จจริงที่เป็นพฤติการณ์ของผู้ต้องหา กระทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน โดยอัยการก็มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาและยื่นฟ้องแกนนำ กปปส. ต่อศาลอาญา 4 รายแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่ทำให้การส่งตัวผู้ต้องหาที่เหลือ ฟ้องต่อศาลต้องยืดเยื้อ

“ตระกูล” เปิดหมวกลาส่งไม้ต่อ

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนรับหนังสือ กล่าวว่าจะนำหนังสือดังกล่าวเสนอให้นายตระกูล อัยการสูงสุด รับทราบและพิจารณาต่อไป ซึ่งแม้ว่านายตระกูลจะเกษียณอายุราชการ วันที่ 30 ก.ย.นี้ แต่ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุดที่จะเข้ารับตำแหน่งต่อ จะได้พิจารณาต่อไป

คดี “ปู” ฟ้องให้ไปตามกระบวนการ

นายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นฟ้องนายตระกูล และคณะทำงานอัยการฟ้องคดีโครงการรับจำนำข้าวอีก 3 คน ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบต่อศาลอาญานั้น แจ้งเรื่องให้นายตระกูลรับทราบแล้ว ซึ่งอัยการสูงสุด ก็ให้ขั้นตอนทางคดีเป็นไปตามกระบวนการของศาลเสียก่อน โดยศาลยังไม่ได้มีคำสั่งว่าจะรับฟ้องหรือไม่ และยังไม่ได้มีการส่งสำเนาฟ้องให้จำเลยแต่อย่างใด

สอนเชิง “สมคิด” กระตุ้นเศรษฐกิจ

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ขณะนี้น้ำมันในตลาดโลกลดลงมาก แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ รวมถึงค่าขนส่ง ค่าบริการในประเทศกลับไม่ลดราคา ขอให้รัฐบาลโดย เฉพาะกระทรวงพาณิชย์ต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่า สมควรหรือไม่ที่ปล่อยให้เกิดการเอาเปรียบแบบนี้ ปล่อยให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนสูงเกินความเป็นจริง ทำไมไม่จัดการเอาจริงเอาจังพวกที่ขายของแพงเกินความเป็นจริง พวกที่เย้ยกฎหมายทำลายเศรษฐกิจของบ้านเมือง หากแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้อย่าไปคิดว่านโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่นำโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯจะได้ผล วิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจในวันนี้รัฐบาลจะต้องทำเป็นตัวอย่าง โดยต้องออมทรัพย์ ประหยัดลดรายจ่าย ย่อขนาดรัฐให้เล็กลง อย่าให้มีขนาดใหญ่จนตกท้องช้างเหมือนปัจจุบัน ที่เป็นบ่อเกิดการคอร์รัปชัน ทั้งหมดนี้หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำไม่ได้ ขอให้บอกมาจะช่วยชี้แนะให้

รัฐยันจ่ายเงินเยียวยาเสร็จสิ้นปี

ช่วงเย็นที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการจ่ายเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองปี 56-57 ว่า ขณะนี้ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อรับคำร้อง ตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน และอนุมัติจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายได้เลย โดยจะเริ่มดำเนินการรับคำร้องตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. และจะดำเนินการจ่ายเงินให้แล้วเสร็จในสิ้นปีนี้ ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้ดำเนินการ โดยยึดหลักเกณฑ์ว่ามีกฎหมายรองรับ ไม่เลือกปฏิบัติ วงเงินเยียวยาชัดเจนว่าเป็นรายการอะไร อย่างการเสียหายทางจิตใจจะไม่สามารถวัดได้ ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในช่วงเวลาอื่นยังไม่มีการพิจารณา ต้องรอความชัดเจน เพราะมีเรื่องที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบอยู่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้