วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘ตุ๊ก’ เห็นใจ ‘บ๊วย’ เจอกระแสดราม่าหลังขอเวลาเจอลูกเพิ่ม

‘ตุ๊ก’ เห็นใจ ‘บ๊วย’ เจอกระแสดราม่าหลังขอเวลาเจอลูกเพิ่ม

  • Share:

ตุ๊ก ชนกวนันท์ เห็นใจบ๊วย เชษฐวุฒิ หลังอีกฝ่ายให้สัมภาษณ์อยากขอเวลาเจอลูกเพิ่มเติมจากตน รับบ๊วยพูดขอให้ลูกไปค้างคืนเพิ่มแต่ก็ต้องดูความสะดวกของตนด้วย ยืนยันฝ่ายชายสามารถเจอลูกได้ทุกวันถ้าว่าง ไม่หวันคนมองกีดกันให้เจอลูกน้อยไป

กลายเป็นประเด็นดราม่าไปแล้วหลังพิธีกรหนุ่มอารมณ์ดี บ๊วย เชษฐวุฒิ วัชรคุณ ให้สัมภาษณ์ว่าอยากขอเวลาเจอลูกๆ เพิ่มจากนักแสดง-นางแบบสาว ตุ๊ก ชนกวนันท์ รักชีพ จากเดิมที่เจอกันเดือนละ 2 วัน เลยทำให้ชาวเน็ตวิจารณ์โจมตีบ๊วยว่าทำไมแต่ก่อนถึงทิ้งไปแล้วตอนนี้จะกลับมาเรียกร้องทำไม ได้เจอตุ๊กมาร่วมงานเปิดตัวแอพพลิเคชั่นบริการ Personal Shopper “HappyFresh” ที่ร้านอาหาร jones the grocer (โจนส์ เดอะ โกรเซอร์) ชั้น G ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ เลยให้เจ้าตัวเปิดใจตอบถึงเรื่องนี้ว่าได้คุยกับบ๊วยบ้างรึเปล่า

ซึ่ง ตุ๊ก เผยว่า “ถ้าติดต่อพูดคุยในเรื่องของข่าวไม่ได้คุยเรื่องนี้ค่ะ ถามว่าตกใจไหมไม่ตกใจหรอกค่ะ แต่รับรู้ว่ามีเรื่องราวเกิดขึ้นค่ะ จริงๆ ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับศาลทั้งนั้นค่ะ ทุกอย่างเป็นการตกลงของคนสองคนค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ทุกอย่างในข้อตกลงการหย่าเป็นข้อตกลงร่วมกัน เห็นชอบ และรู้กันทั้งสองคนค่ะ” แต่ชาวเน็ตก็วิจารณ์บ๊วยว่าทำไมแต่ก่อนถึงทิ้งไป? “นั่นก็เป็นเรื่องการแสดงความคิดเห็นเนอะ” เห็นใจบ๊วยไหมที่เขาถูกโจมตีค่อนข้างเยอะ? “เห็นใจอยู่แล้วค่ะ การที่เราเห็นคนที่เรารักถูกพูดถึงแบบนั้นมันไม่สบายใจอยู่แล้วค่ะ” บ๊วยได้เจอลูกๆ น้อยมากจนต้องขอเวลาเจอลูกเพิ่มรึเปล่า? “พี่บ๊วยสามารถเจอลูกได้ทุกวันเมื่อพี่บ๊วยว่าง ถ้าตุ๊กไม่ได้อยู่ที่ที่พี่บ๊วยมาไม่ถึงหรือตุ๊กไม่สะดวกก็มาพบได้ตลอดเวลานะคะ เรื่องวันคือตุ๊กเข้าใจว่าน่าจะหมายถึงการไปค้างคืนค่ะ ซึ่งที่ผ่านมากำหนดไว้ว่าอย่างน้อยเดือนละ 2 คืนค่ะ ซึ่งมากกว่านั้นได้ แล้วที่ผ่านมาก็อย่างน้อย 2 คืนขึ้นไปนะคะ เป็นแบบนั้นมาตลอด 3 ปีที่หย่ามาค่ะ”

ก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่องวันจนทำให้เข้าใจผิดกันไหม? “ตุ๊กว่าน่าจะเป็นเรื่องวิธีการสื่อสารมากกว่า ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีอะไรเข้าใจผิดนะคะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งวันที่พี่บ๊วยขอมาอาจจะไม่ได้พอดีหรือเหมาะกับวันที่ตุ๊กสะดวก เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ถามมาก็อาจจะไม่ได้เซย์เยสทุกครั้ง แต่เรื่องจำนวนวันก็ตั้งแต่ 2 คืนขึ้นไปทุกเดือน ปิดเทอมก็อาจจะเยอะค่ะ ตุ๊กก็ไม่ได้เห็นว่ามันจะมีปัญหาอะไรตามมาค่ะ”

ตุ๊ก ชนกวนันท์

พอเขาได้เจอลูกน้อย กลัวคนเข้าใจผิดว่าเรากีดกันไหม? “ที่ผ่านมาไม่เห็นมีใครมองนะคะ ทุกคนเข้าใจ ถึงจะมองบ้างก็ตาม ก็พูดตอนนี้เลยค่ะว่าอย่างน้อยเดือนละ 2 คืนขึ้นไปทุกเดือนตั้งแต่หย่ามา 3 ปีค่ะ” มีคนเข้ามาต่อว่าเราไหม? “ไม่มีค่ะ เพราะทุกคนรู้ว่าความจริงคืออะไรค่ะ ทุกคนรู้ว่าจริงๆ เราใช้ชีวิตยังไงค่ะ ตุ๊กว่ามันเป็นรูปแบบชีวิตที่ลงตัวที่สุดที่ตุ๊กจะทำได้ในตอนนี้สำหรับครอบครัวตุ๊กที่ถูกทำให้เปลี่ยนแปลงค่ะ ตุ๊กทำในแบบที่ตุ๊กทำได้มากที่สุด พยายามมอบความสุขให้ลูกได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะเป็นการแยกแล้วค่ะ"

นอกจากเรื่องนี้แล้ว เขาได้เข้ามาช่วยเหลือเราหรือให้ค่าเลี้ยงดูลูกเพิ่มเติมไหม? “ก็อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วก็เป็นไปตามเดิมค่ะ อย่างที่บอกว่าบ้านจะต้องขายแล้วตุ๊กไม่ยอมขายเอง เพราะฉะนั้นค่าส่วนแบ่งในการขายบ้านพี่บ๊วยก็เลยไม่ได้รับเพราะมันไม่ได้ขาย เพราะฉะนั้นเขาเลยขออนุญาตให้ตรงนั้นเป็นค่าเลี้ยงดูล่วงหน้า นั่นคือเหตุผลที่งดจ่ายค่าเลี้ยงดูไป ซึ่งเป็นเหตุผลที่พี่บ๊วยให้ไว้แล้วค่ะ” เรียกว่าตกลงกันด้วยดี? “ก็ในเมื่อเรารับรู้และยอมรับแล้ว ตุ๊กก็ต้องดำเนินไปตามนั้น ก็ดำเนินไปให้มันดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ ถามว่าได้มันก็ดีกว่าอยู่แล้ว แต่เราตกลงไปและเห็นชอบแล้วมันก็คือตามนั้น” พอเป็นข่าวบ๊วยได้เข้ามาขอเคลียร์กับเราไหม? “ไม่มีค่ะ ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ ส่วนใหญ่พี่บ๊วยจะโทรมาเจอลูกหรือวันนี้จะไปรับลูก จะไปที่บ้านกี่โมง รับลูกกลับไปนอนแล้วพรุ่งนี้มาส่งค่ะ”



เซ็งไหมที่ข่าวออกมาเรื่อยๆ ไม่จบสักที? “คิดว่ามันน่าจะเกิดจากความไม่เคลียร์เนอะ มันก็เลยกลายเป็นข่าวเพื่อให้มีการพูดคุยถกเถียงกัน มันก็เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ เราก็ไปเรื่อยๆ ของเราค่ะ”

สู้เพื่อลูกค่ะ

ลูกๆ เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ เขารับรู้ข่าวไหม? “จริงๆ แล้วด้วยวิถีชีวิตเรา ขนาดตัวตุ๊กเองยังไม่รู้ข่าวเลย น้องเองก็ไม่ได้บริโภคสื่ออยู่แล้ว คนที่จะพูดถึงข่าวได้ก็มีคุณพ่อคุณแม่ มันเป็นหน้าที่ของเราสองคนที่ให้ข่าว แล้วคงไม่มีวันไหนที่น้องมาดูแล้วรู้สึกว่าเราทำในสิ่งที่ไม่สมควรไปค่ะ ตุ๊กก็พยายามระวังเรื่องนี้ให้มากที่สุด เราก็ต้องเสนอความจริงกับแฟนๆ กับสื่อด้วย ในขณะเดียวกันคนที่เราแคร์ที่สุดก็คือลูก”

คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาดเองของบ๊วยรึเปล่า? “ก็ไม่มีอะไรผิดเพราะว่าอย่างที่บอกว่าในข้อตกลงคืออย่างน้อยเดือนละ 2 คืน ก็ไม่มีอะไรผิดค่ะ ถามว่ามีเดือนไหนที่เกินไหมก็มี แต่ตุ๊กรู้สึกว่าตุ๊กไม่ได้อธิบายดีเทลอะไรมากเพราะตุ๊กรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาลงดีเทลอะไรขนาดนั้นนะคะ แต่ถ้าจะเอารายละเอียดก็เป็นไปตามนี้ค่ะ ถามว่าพี่เขามาขอเพิ่มจริงไหมก็มีมาขอค่ะ แต่บางครั้งมันอยู่ที่ความประจวบเหมาะ ครอบครัวเรา ลักษณะที่ถูกเปลี่ยนแปลงมาแล้ว เราก็ดำเนินชีวิตไปตามแบบของเรา บางครั้งรูปแบบชีวิตที่เราดำเนินมันไม่ได้พอเหมาะพอดีกับวันที่พี่บ๊วยต้องการ ตุ๊กก็ทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ และตุ๊กคิดว่าทุกวันนี้ตุ๊กทำให้มันดีที่สุดในแบบที่ตุ๊กเองก็ยังดำเนินชีวิตที่เหลือของตุ๊กต่อไปได้ ความสุขของลูกมาเป็นข้อที่หนึ่งค่ะ เราเองก็ต้องใช้ชีวิตน่ะ ถ้าพี่บ๊วยมาขอทุกครั้งแล้วสะดวกทุกครั้ง ตุ๊กก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วตุ๊กจัดการชีวิตยังไงถึงบังเอิญสะดวกได้ทุกครั้ง แต่มันก็ไม่ได้สะดวกตรงกันเพราะเป็นคนละครอบครัวไปแล้วค่ะ บางครั้งมันก็ได้ บางครั้งมันก็ไม่พอดีกันค่ะ ขนาดเรานัดเพื่อนรวมตัวกันเลี้ยงรุ่นยังยาก เพราะเรามีวิถีชีวิตแยกกันไปแล้วค่ะ”

เลิฟๆ ทุกคนนะค้า!!

แล้วธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นยังไงบ้าง? “ดีค่ะ แต่ว่าอันนี้ก็เป็นของครอบครัวดูแลเต็มๆ ตุ๊กก็ไม่ได้ต้องเหนื่อยอะไรมากค่ะ” มีแพลนจะขยายสาขาไหม? “จริงๆ มันเป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้านอยู่แล้วว่าอยากขยาย แต่เราก็ต้องดูแลตรงนี้ให้ลงตัวให้ดี เพราะมันจะมีเรื่องคุณภาพด้วย บุคลากรในร้านที่จะช่วยกันทำงาน ก็ต้องให้มันเสถียรก่อนค่ะ ต้องทำให้มันสำเร็จและเป็นไปตามขั้นตอนค่ะ” ตอนนี้ติดปัญหาอะไรอยู่ไหม? “ไม่ติดหรอกค่ะ แต่มันก็เหนื่อย เราก็ต้องรู้ว่าเราพร้อมที่จะเหนื่อยมากกว่านี้ไหม แล้วเรื่องผู้ช่วยด้วยค่ะว่าพร้อมไหมพอไหม ที่สำคัญคือเรื่องสตางค์เพราะต้องมีการลงทุนค่ะ”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้