วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฟันช้าเสียว 'เข้าเนื้อ'

ฟันช้าเสียว 'เข้าเนื้อ'

  • Share:

“ผมจะรอทำร่างสุดท้ายเลย”

แปรรหัสกันให้ดีๆ กับมุกตลกลึกของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา ในฐานะกรรมการ คสช. ที่พูดกับคนวงในใกล้ชิด ในระหว่างที่หลายฝ่ายกำลังลุ้น

คำตอบสุดท้าย เจ้าตัวจะตกปากรับเก้าอี้ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

ยอมนั่งประมุข “21 อรหันต์ทองคำ” หรือไม่

เรื่องของเรื่อง ด้วยโปรไฟล์เซียนกฎหมายเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ประกอบกับวัยวุฒิของยี่ห้อ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ต้องมั่นใจระดับพันเปอร์เซ็นต์ว่า จะไม่เสียฟอร์ม ไม่เสียเครดิต

เพราะไม่มีเวลาให้เสียคนตอนแก่ ไม่มีโอกาสแก้ตัวถ้าพลาด

และถ้านายมีชัยบอกปัด ไม่เสี่ยงเสียรังวัดเหมือนศิษย์เอกอย่างนายบวรศักดิ์

อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

แนวโน้มเผือกร้อนก็คงตกอยู่ที่ “เนติบริกร” นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ที่ออกตัวไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ถ้านายมีชัยไม่รับภาระหนักก็ต้องตกอยู่ที่ตนเอง

หมดสิทธิ์ ไม่เหลือตัวช่วยแล้ว

“วิษณุ” เจอทางสองแพร่งต้องคิดหนัก แต่ที่เจอโจทย์ยากกว่าก็คือรัฐบาลทหาร คสช. ถ้าขาดมือกฎหมายอย่างนายวิษณุคอยถือหางเสือคัดท้าย
เรือแป๊ะจะเป๋ออกทะเลหรือไม่

ต้องเลือกใช้งาน “เนติบริกร” ทางใดทางหนึ่ง อย่างไหนจะคุ้มกว่ากัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เดิมพันสำคัญตามเหตุในการยึดอำนาจรอบนี้ คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวกำลังเข้าสู่จุดไคลแม็กซ์ ตามภารกิจที่นายวิษณุคือคนที่ได้รับมอบหมายให้คุมคิวในการฟ้องแพ่ง

ทวงค่าเสียหายจากอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ตามจังหวะที่เพิ่งพ้นกำหนดเดดไลน์วันที่ 30 กันยายน ที่นายวิษณุต้องนำผลสรุปคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯชงให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.พิจารณา

ก่อนส่งไม้ต่อให้กระทรวงการคลังฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย

และโดยรูปการณ์อย่างที่จับอาการได้ ขนาดมือระดับ “วิษณุ” ยังออกลูกยึกๆยักๆ

กั๊กเหมือนไม่ชัวร์ ไม่มั่นใจในกระบวนการกฎหมาย

แบบที่ได้แต่ขู่ฟันแน่ไม่มีมวยล้ม ประกาศเดินหน้า ไม่เกินสิ้นปีจะต้องมีการใช้หนี้จำนำข้าว แต่อุบไต๋รายละเอียด ไม่พูดถึงใครจะโดนเคลียร์บิลบ้าง

โดยเฉพาะตัวเลขค่าเสียหายที่ไม่ชัวร์ 6 แสนล้าน 5 แสนล้าน หรือ 3 แสนล้านกันแน่

ซึ่งจุดสำคัญเลย ตามเงื่อนไขที่นายวิษณุระบุชัด เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องโครงการรับจำนำข้าวและส่งเรื่องมายังรัฐบาลเพื่อให้ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการ รัฐก็จะถูกพ่วงไปเป็นจำเลย

โจทย์ยากไม่ใช่อยู่ที่ความชัดเจนในการเคลียร์คดี จะฟ้องมั่วไม่ได้แค่นั้น

แต่มันยังมีปมเสี่ยงตรงตัวเลขความเสียหายที่เพิ่มขึ้นเป็นรายวัน

เพราะนับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำการยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจากอดีตรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์”

ถือเป็นจุดสิ้นสุดความรับผิดชอบในการบริหารของรัฐบาลเก่า

ในสถานการณ์ที่ข้าวในโครงการรับจำนำก็ยังไม่มีการระบาย ขณะที่ปริมาณข้าวฤดูกาลใหม่ก็เข้ามาสมทบเพิ่มในโกดังรัฐเข้าไปอีก

มาถึงตรงนี้ผ่านไปปีกว่า ว่ากันตามเงื่อนไขทางกฎหมาย มันก็ก้ำกึ่ง รัฐบาลใหม่ต้องมีส่วนรับผิดชอบค่าข้าวเน่าด้วยหรือไม่

รัฐบาลทหาร คสช.ก็กลัว “เข้าเนื้อ” เหมือนกัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยไฟต์บังคับในการเดินหน้าคดีจำนำข้าว เมื่อมีการทุจริตสร้างความเสียหายให้กับงบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาล และสั่นสะเทือนวงการข้าวไทย

จะเสี่ยงเข้าเนื้อยังไง ก็ต้องเข้าใจว่ามันละเว้นกันไม่ได้.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้