วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สวัสดีปีงบประมาณใหม่ 3 ปัญหาใหญ่รอ “รัฐบาล”

สวัสดีปีงบประมาณใหม่ 3 ปัญหาใหญ่รอ “รัฐบาล”

โดย ซูม
1 ต.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

วันนี้ตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2558 เป็นวันขึ้นปีใหม่สำหรับ ปีงบประมาณใหม่ประจำปี 2559 ครับ และจะเป็นวันเริ่มต้นใน การทำงานใหม่สำหรับข้าราชการไทย ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือนที่ได้รับการแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งใหม่ในทุกกระทรวง ทบวง กรม

แน่นอนย่อมจะเป็นวันแรกที่ข้าราชการเกษียณอายุ จะได้อยู่กับบ้าน โดยไม่ต้องออกไปทำงานด้วยเช่นกัน

ผมขอแสดงความยินดีกับทุกๆฝ่ายครับ ทั้งฝ่ายที่ได้รับการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นดีขึ้น และท่านที่พ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุ ที่จะมีโอกาสได้พักผ่อนอย่างสบายๆเสียที หลังจากทำงานหนักมาหลายปี

มาพูดกันถึงยอดวงเงินงบประมาณในปีใหม่ 2559 กันดีกว่า เพราะงบประมาณนี่แหละที่จะเป็นกระสุนดินดำสำคัญที่รัฐบาลจะนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศตามนโยบายที่ได้แถลงไว้

ในส่วนของยอดเงินทั้งหมดที่ตั้งไว้สำหรับปีงบประมาณ 2559 รวมทั้งสิ้น 2.72 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้วประมาณ 140,000 ล้านบาท

แยกออกเป็นงบที่จะใช้เพื่อการลงทุน 5.4 แสนล้านบาท เป็นงบกลาง 3.2 แสนล้านบาท เพื่อเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีได้นำไปใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

ที่เหลือนอกนั้นก็เป็นงบประจำ ซึ่งรวมทั้งเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ค่ารักษาพยาบาลและสวัสดิการข้าราชการทั้งหลาย

สำหรับปัญหาใหญ่ที่คาดว่ารัฐบาลจะต้องเผชิญในปีงบประมาณ 2559 ที่จะถึงนี้ หลักๆแล้วน่าจะมีอยู่ 3 ประการ

ปัญหาแรกและน่าจะเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด หนักที่สุดก็คือปัญหาด้านเศรษฐกิจ หรือปัญหาปากท้องของประชาชนนั่นแหละครับ

เป็นที่คาดกันว่าเศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะยังอ่อนตัว โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นยักษ์เศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก ส่ออาการถดถอยอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้จะดูดีขึ้น แต่ก็จะไม่ดีพอที่จะมาช่วยประคองเศรษฐกิจโลกได้

การส่งออกซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทย จึงน่าจะหดตัว ต่อไปอย่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาพัฒน์เป็นวันสุดท้าย เมื่อ 30 กันยายน แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่าการส่งออกอาจถึงขั้น “วิกฤติ” ได้ในปี 2559

เป็นผลให้หลายๆฝ่ายปรับลดอัตราความเจริญเติบโตของประเทศไทย ปีนี้เป็นแถวๆ ซึ่งจะส่งผลไปถึงการคาดการณ์สำหรับปีหน้าด้วย

แม้รัฐบาลไทยจะมีการอัดฉีดเงินและโครงการลงสู่ฐานรากของประเทศไปแล้ว แต่จากภาวะฝนแล้งในปีนี้และราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ทำให้คาดกันว่าเศรษฐกิจในระดับฐานราก จะยังซบเซาต่อไป

การอัดฉีดของรัฐบาลจะช่วยกระตุ้นพอให้มีกำลังใจฮึดสู้ขึ้นเท่านั้น จะหวังผลชนิดทำให้เศรษฐกิจในประเทศขึ้นมาเป็นขาข้างใหม่แทนที่ขาข้างเก่า ด้านส่งออกที่กลายเป็นโรคเกาต์ชั่วขณะคงไม่ง่ายนัก

อย่าลืมว่าชนบทไทยเองก็เปรียบเสมือนขาที่ไม่สมบูรณ์ เพราะบาดเจ็บเรื้อรังมาหลายทศวรรษ ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

โจทย์ด้านเศรษฐกิจจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดที่รออยู่ข้างหน้า

ปัญหาใหญ่อันดับสองที่รออยู่ก็คือ วิกฤติน้ำในเขื่อนในปีหน้าที่จะกระทบต่อการทำนาทำไร่ในฤดูแล้งของชาวนาชาวไร่อย่างแน่นอน และอาจกระเทือนไปถึงการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคอีกด้วย

หากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงด้วยจะยิ่งหนักมากขึ้น

ส่วนปัญหาที่สามที่น่าห่วง ผมคิดว่าน่าจะเป็นปัญหาด้านสังคม โดยเฉพาะปัญหาด้านอาชญากรรม เพราะคนเมื่อยากจนลงก็ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด

คดีปล้นจี้ตีชิงไปจนถึงวิ่งราวงัดแงะขโมยเล็กขโมยน้อย น่าจะเกิดขึ้นเยอะ ขอให้ระวังไว้ แม้จะอยู่ในภาวะ คสช.มีกำลังทหารมาช่วยดูแลความสงบด้วย ก็อย่าได้ประมาทไป

เรื่องอื่นๆผมไม่ค่อยห่วงโดยเฉพาะเรื่องการเมือง ผมเชื่อมือ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าเอาอยู่ และเชื่อว่าเราจะร่างรัฐธรรมนูญกันได้อย่างราบรื่น ไปสู่การเลือกตั้งในกลางปี 2560 ตามสัญญาที่บอกไว้กับเลขาธิการสหประชาชาติ บัน คีมูน

สรุปว่าผมห่วง 3 เรื่องคือ วิกฤติส่งออก ซึ่งจะนำไปสู่ความยุ่งยากทางเศรษฐกิจ เป็นห่วง วิกฤติน้ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบหลายอย่าง...และวิกฤติอาชญากรรม คดีประทุษร้ายชิงทรัพย์จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ขอเอาใจช่วยรัฐบาล ขอเอาใจช่วยบิ๊กตู่และ ดร.สมคิด จาตุศรี-พิทักษ์ เป็นกรณีพิเศษ...สวัสดีปีงบประมาณใหม่ 2559 นะครับ.

“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้