วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สายด่วน 1300

สายด่วน 1300

  • Share:

เห็นข่าวแนวคิดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พัฒนาโครงข่ายสายด่วน 1300 เพื่อให้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือ

ผู้เดือดร้อนแบบครบวงจร

พบเห็นปัญหาการก่อเหตุรุนแรง การล่วงละเมิดทางเพศ เป็นเรื่องใหญ่ที่เป็นปัญหาสังคมมานาน

มีการแจ้งเบาะแสเหตุเร่งด่วนเกี่ยวกับความรุนแรง หรือการละเมิดทางเพศ

รวมทั้งเบาะแสต่างๆ ผ่านศูนย์ฯ เฉลี่ยวันละ 150–200 เรื่อง

ตัวเลขผู้ร้องทุกข์ผ่านศูนย์ฯ ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้น 182 เท่า

พื้นที่ร้องทุกข์เข้ามามากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 60.14 เปอร์เซ็นต์ ภาคกลาง คิดเป็นร้อยละ 22.33 เปอร์เซ็นต์ ภาคอีสาน คิดเป็นร้อยละ 6.99 เปอร์เซ็นต์ ภาคเหนือ คิดเป็นร้อยละ 6.29 เปอร์เซ็นต์ ภาคใต้ คิดเป็นร้อยละ 4.25 เปอร์เซ็นต์

แต่ยังไม่ได้แก้ไข

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. ให้ความสำคัญการพัฒนาระบบแจ้งเหตุ เป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเท่าเทียมจัดระบบแจ้งเหตุ

ได้มีการพัฒนาโครงข่ายสายด่วน 1300 รองรับปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน

คาดหวังว่าตั้งแต่ปี 2559 ปรับเข้าถึงปัญหาด้านสังคมผ่านสายด่วน 1300

ช่วยเหลือตรงจุด

ตอบสนองความหวังของประชาชน เจ้าหน้าที่ทำงานเชิงรุกอย่างเข้มข้นมีเป้าหมาย

พล.ต.อ.อดุลย์ได้เริ่มคิดบูรณาการช่วยเหลือในภาวะวิกฤติ และการดูแลหลังภาวะวิกฤติ การคุ้มครองพิทักษ์สิทธิและการดำเนินการตามกฎหมาย ฟื้นฟูเยียวยา ด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม

พล.ต.อ.อดุลย์ คิดพัฒนาระบบเทคโนโลยีเครื่องมือที่ทันสมัยมาใช้ในการประมวลผลข้อมูล รับแจ้ง และการทำงานของเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง


ปรับเพิ่มคู่สาย 1300 จาก 15 สาย เป็น 30 สาย

จัดชุดเคลื่อนที่เร็ววันละ 3 ผลัด ผลัดละ 3 ชุด มีนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และนักพัฒนาสังคม

ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนใน 1 ชั่วโมง

หากเหตุฉุกเฉินต่อชีวิต ต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุภายใน 5-10 นาที

การรับแจ้งเหตุค้าประเวณีหรือค้ามนุษย์เมื่อรับแจ้งเหตุค้าประเวณีหรือค้ามนุษย์เมื่อรับแจ้งต้องตรวจสอบทราบข้อเท็จจริง 3-5 วัน มีการพัฒนาให้เป็นมืออาชีพในด้านคำปรึกษาแนะนำอย่างมีประสิทธิภาพ

เป็นทางออกของปัญหาใหญ่ของสังคม.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้