ข่าว
100 year

สร้างจีดีพีใหม่ด้วย New Normal

ไทยรัฐฉบับพิมพ์29 ก.ย. 2558 05:01 น.
SHARE

สัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประกาศทบทวนจีดีพี ปี 2558 โดยปรับลดลงจาก 3% เหลือ 2.7% เนื่องจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวมากกว่าที่คาดเอาไว้ ส่งผลให้การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้ยอดส่งออกไทยในปี 2558 ติดลบเพิ่มขึ้นเป็น 5% เลยต้องปรับจีดีพีลดลง

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจาก ความผันผวนของตลาดเงินโลก ที่วิตกกันว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นดอกเบี้ย ค่อนข้างแน่นอนในปลายปีนี้

ผมไม่รู้สึกแปลกใจที่ แบงก์ชาติ ปรับลดจีดีพีปี 2558 ลงด้วยเหตุผลเดิมๆ การส่งออกติดลบ เศรษฐกิจจีนยังชะลอตัว ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย การปรับลดจีดีพีของแบงก์ชาติครั้งนี้ ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากการปรับลดจีพีดีของสถาบันการเงินและสำนักวิจัยต่างๆที่ใช้เหตุผลเดียวกัน

ทุกสำนักยังคงยึดเอา การส่งออก เป็น ปัจจัยหลัก ในการพิจารณาจีดีพีของประเทศไทย เพราะยอดการส่งออกมีสัดส่วนสูงถึง 70% ของจีดีพีไทย

แต่ใน โลกยุค New Normal ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นโลกยุค มาตรฐานใหม่ ที่ เลิกยึดถือมาตรฐานเดิมๆ ที่เคยยึดถือกันมา ผมคิดว่า กระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ควรเลิกยึดถือ “ปัจจัยเดิมๆ” มาเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจไทยได้แล้ว และควรจะนำ New Normal ที่เกิดขึ้นในโลกยุคนี้ มาเป็น “มาตรฐานใหม่” ในการ ชี้วัดเศรษฐกิจประเทศไทย เพื่อให้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น

เพราะในความเป็นจริง สัดส่วนการส่งออก 70% ของจีดีพี เป็นตัวเลขที่เก่าแล้ว ถ้าหักยอดการส่งออกสินค้าสำเร็จรูปที่ส่งชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในไทย โดยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วน และสินค้าสำเร็จรูปที่ส่งออก สัดส่วนการส่งออกต่อจีดีพีไทยจะน้อยกว่านี้มาก

ใจจริงแล้วผมอยากเสนอให้ กระทรวงการคลัง แบงก์ชาติ สภาพัฒน์ ร่วมกัน “สร้างจีดีพีที่แท้จริงของไทยขึ้นมาใหม่” เพื่อเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจไทย ไม่รวมสินค้าส่งออกของต่างชาติ ที่ส่งชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในไทย แล้วส่งออกเป็นสินค้าสำเร็จรูปอีกทอด เพื่อใช้ประโยชน์ภาษีจากเขตการค้าเสรีของไทยควบคู่กับจีดีพีเดิม

เราจะได้รู้ความจริงเสียทีว่า จีดีพีส่งออกของไทยที่แท้จริงเป็นเท่าไหร่ จีดีพีที่เป็นกำลังซื้อในประเทศของคนไทยเป็นเท่าไหร่ จะได้รู้ฐานะที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทยเสียที โดยไม่ต้องไปอาศัย “จีดีพีหลอกๆ” ที่รวมยอดส่งออกและกำไรของบริษัทต่างชาติที่ไม่ใช่ของประเทศไทยและคนไทยเข้าไปด้วยอย่างทุกวันนี้

ผมเชื่อว่าเมื่อลดสัดส่วนจีดีพีส่งออกต่างชาติออกไปแล้ว สัดส่วนจีดีพีในประเทศของไทยจะเพิ่มขึ้น เหมือนสภาพเศรษฐกิจไทยที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งสวนทางกับความเป็นจริง เศรษฐกิจติดลบ แต่กำไรของบริษัทจดทะเบียนกลับเพิ่มขึ้น เป็นตัวเลขที่ขัดแย้งกันเอง

เมื่อหักสัดส่วนจีดีพีส่งออกที่ไม่ใช่ของไทยออกไปแล้ว สัดส่วนจีดีพีในประเทศของไทยจากน่าจะอยู่ประมาณ 50% หรือครึ่งหนึ่งของจีดีพีประเทศไทยในวันนี้เลยทีเดียว ตัวเลขนี้ผมคาดเอาเองจากการประมาณการ อยากให้ผู้เชี่ยวชาญไปลองถอดสมการออกมาดู จีดีพีที่แท้จริงในประเทศไทยเป็นเท่าไหร่

ทั้งหมดที่ผมเขียนวันนี้ เพราะไม่อยากให้รัฐบาลและคนไทย วิตกจริตกับตัวเลขจีดีพี มากเกินไป เพราะตัวเลขจีดีพีปัจจุบันไม่สะท้อนความจริงที่แท้จริงในเศรษฐกิจไทย แต่อยากให้เร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ตรงจุด โดยเฉพาะ เศรษฐกิจฐานราก เพื่อฟื้นกำลังซื้อในประเทศด้วยการ “ระเบิดจากภายใน” ตามพระราชดำรัส เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยทั้งฐานรากและฐานบน จูงมือเติบโตไปด้วยกัน ไม่ทอดทิ้งกัน

แล้ว “ประเทศไทยจะมั่นคง ประชาชนจะมั่งคั่ง ประชาคมจะยั่งยืน” ดังวิสัยทัศน์ 2020 ของรัฐบาล ไม่ใช่โตแบบไม่สมประกอบ ขาโตข้างเล็กข้าง อย่างที่ผ่านมา.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศจีดีพี ปี 2558ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดจีดีพีส่งออกติดลบส่งออก

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้