วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อิทธิพลหนังมหาศาล วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เร่งปรับกฎหมายให้ทันยุค!

อิทธิพลหนังมหาศาล วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เร่งปรับกฎหมายให้ทันยุค!

  • Share:

หลายสิ่งหลายอย่างในสังคมไทย ต้องอาศัยคนกล้าและเก่ง มีความรู้ความสามารถจริง เพื่อจะมาเปลี่ยนสังคมไทยให้ดีขึ้นกว่าเดิม กฎหมายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด ที่ต้องอาศัยคนที่รู้ลึกรู้แจ้ง เพื่อเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันสร้างใหม่ และแก้กฎหมายเก่าเพื่อให้เข้ากับปัจจุบัน

อีกหนึ่งคนสำคัญที่เข้ามาช่วยแก้กฎหมายเกี่ยวกับหนังไทย ก็คืออาจารย์เอ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ, ประธานคณะกรรมการคัดเลือกหนังไทยคุณภาพเพื่อส่งไปชิงรางวัลออสการ์ และยังมีหลายตำแหน่งมากมายหลายปี ตัวจริงเก่งจริง ก็เลยเป็นที่ต้องการของหลายหน่วยงาน อยากจะให้มาช่วยทำงานด้วย ช่วงนี้อาจารย์เอ วีระศักดิ์ เข้ามามีบทบาทกับหนังไทยมากขึ้นๆ ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการหนังไทย เพราะในอดีตก็เคยทำงานเกี่ยวกับหนังไทยมาแล้วอย่างยาวนาน

ย้อนอดีตแก้กฎหมายหนังล้าหลัง

"ตอนนั้นผมทำงานอยู่ที่กระทรวงพัฒนาสังคม ช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้หญิง ผู้สูงอายุ พอย้ายมาอยู่กระทรวงวัฒนธรรม ทำงานเรื่องของศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย หนังแผ่นกำลังเป็นที่นิยมกำลังบูม หนังแผ่นมีต้นทุนต่ำกว่าหนังโรงเยอะ คนวิจารณ์กันเยอะเรื่องความแรง เซ็กซี่ ไสยศาสตร์ ของหนังแผ่น คนวิจารณ์กันเยอะก็มีคนมาขอความเห็น ผมก็ให้ความเห็นไป ผมเคยไปช่วยกระทรวงวัฒนธรรมคิดแคมเปญ เลยไปทำแคมเปญติดตรงทางไปดอนเมือง ขึ้นป้ายใหญ่ๆ ว่า เขียนเลขไทย ไหว้อย่างไทย ใส่ผ้าไทย ทั้งหมดนี้จะไม่เหลือความหมายอะไรเลย ถ้าหัวใจของคุณไม่เป็นไทย"

จุดเริ่มจากคุณจาฤก มาชวนให้ช่วย

"ตอนนั้นคุณจาฤก กัลย์จาฤก (สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ) ก็เดินมาหา มาเล่าให้ฟังว่า อยากจะทำเรื่องหนังกัน ผมก็หยิบกฎหมายมาดูก่อน ตามเนื้อกฎหมาย กระทรวงวัฒธรรมเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยเหรอ แต่พอมาอ่านกฎหมาย เฮ้ย! เราไม่มีอำนาจอะไรเลย จะช่วยอะไรได้ ช่วงนั้นมีการปรับเปลี่ยน กระทรวง ทบวง กรม อยากจะเอาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แยกออกมาจากกระทรวงมหาดไทย ผมก็ศึกษากฎหมายไปเรื่อย อ้าวในเมื่อกรมตำรวจในเวลานั้น ไม่ได้ถือพระราชบัญญัติภาพยนตร์ 2473 สักหน่อย พอเห็น พ.ร.บ. ภาพยนตร์ 2473 เราก็อึ้ง โอ้โห มันเก่าขนาดนั้นเลยเหรอ คนในวงการหนังก็มาเล่าให้ฟังว่า เราเรียกร้องมานานแล้วครับ เราเจออะไรๆ มาแล้วบ้าง

"พอผมได้จังหวะก็เลยไปหารัฐมนตรีมหาดไทย แค่เกริ่นกับท่านว่า พ.ร.บ. ภาพยนตร์ กระทรวงมหาดไทยไม่เคยปฏิรูปปฏิบัติกฎหมาย ผมมาจากพรรคร่วมรัฐบาล มหาดไทยก็ฟังๆ แล้วก็ไม่ได้อะไร เขาคงให้ลูกน้องไปค้นๆ ดูกฎหมายแล้วก็ เออจริง คือกระทรวงมหาดไทยไม่เคยปฏิบัติ พ.ร.บ. นี้ กฎกระทรวงก็แทบจะไม่เคยออก ถามว่าเพราะอะไร เพราะสมัยก่อน รัฐมนตรีมหาดไทย ก็มอบให้อธิบดีกรมตำรวจไปดำเนินการแทน ดังนั้นอธิบดีกรมตำรวจก็เลยเป็นคนใช้อำนาจตาม พ.ร.บ. ภาพยนตร์นี้ มาเป็นเวลานาน พอตำรวจส่งออกจากกระทรวงมหาดไทย ไปอยู่กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งจริงๆ จะเรียกกันว่าไปอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรี จริงๆ ก็ไปอยู่กับนายกฯ นั่นแหละ"

อำนาจล้นเกิน

"พอไปอยู่ปั๊บ พ.ร.บ. นี้ไปอยู่กับคนที่ไม่ได้ทำงานด้านฟิล์มมาก่อน เราก็ขออนุญาตไปเสนอกฎหมายนี้ ก็ไม่ได้ขัดอะไร คุยกับตำรวจในตอนนั้น ถ้าท่านสนใจจะทำเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ขอย้ายมาตามกรมนี้สิ ตำรวจก็ทำท่าสนใจอยู่พักหนึ่ง ก็เริ่มทำกับกองนิติการของกระทรวงวัฒนธรรม ก็เริ่มร่างกันมาว่าควรจะแก้อะไรกันบ้าง โอ้โห ตายแล้ว กฎหมาย 2473 ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดินนะ ประชาธิปไตย ณ เวลานั้นยังไม่มีด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นกฎหมายที่สร้างมา ณ เวลานั้นบอกว่า รัฐสามารถที่จะเซ็นเซอร์หนังเมื่อไหร่ ตอนไหนของหนังก็ได้ ไม่ต้องอธิบายความกับใครก็ได้ ต่อให้ฉายไปแล้ว 3 วัน แล้วไม่อนุญาตให้ฉายต่อ ให้หยุดฉาย หรือให้ฉายได้แต่ก็ต้องตัดฉากนี้ฉากนั้นออก ก็ทำได้"

ซ้ำซาก! กฎหมายล้าหลัง

"ถามว่ากฎหมายเคยปรับปรุงมั้ย เคยปรับปรุงเมื่อปี 2535 จริงๆ ไม่ได้ปรับปรุงหรอก แต่กลายเป็นว่าออกกฎหมายใหม่ออกมาอีกฉบับหนึ่ง ทับเข้าไปด้วยหลักการเดียวกัน พ.ร.บ. เดิมบอกว่าเป็นฟิล์มเนกาทีฟ 2535 เรื่องมีอุตสาหกรรมด้านวิดีโอเทป กระทรวงมหาดไทยนั่นแหละเป็นคนออกกฎหมาย ก็คิดว่า เออควรจะปกครองอย่างเดิมนั่นแหละ เพียงแต่กฎหมายเดิมมันไปไม่ถึงม้วนวิดีโอเทป เข้ามาอีก หลักการเดียวกันเลย ใครจะเปิดร้านขายเช่าวิดีโอหนังต้องขออนุญาต ใครจะฉายจะสร้างหนังก็ต้องขออนุญาต ทำเสร็จแล้วจะตัดฉากหนังก็เป็นเรื่องของรัฐ คนหนังก็บอกว่า ผู้กำกับก็มาบอกผมว่า แล้วผมจะทำให้ถูกฎหมายได้อย่างไร เพราะกฎหมายหนังแผ่นไม่ได้ระบุว่า อย่างไหนทำได้หรืออย่างไหนไม่ให้ทำ"

"ผมบอกว่าต้องใช้ระบบสากล รัฐอย่าทำเป็นคุณครูในเรื่องหนังเลย เพราะรัฐก็ไม่ได้ทำหนังอยู่แล้วเพราะรัฐก็ไม่รู้หรอกว่าศิลปะหน้าตามันเป็นยังไง ด้วยระบบของมัน เพราะมันเป็นอำนาจสั่งการ จริงๆ แล้วศิลปะมันคือแขนงหนึ่ง ของการล้อเลียนอำนาจด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นไม่มีทางรัฐจะทำได้ ผมก็เลยเสนอว่านอกจากจะแก้กฎหมาย ให้ย้ายมาอยู่ที่กระทรวงวัฒธรรม แล้วเราอาจจะใส่บทบัญญัติใหม่ๆ เข้าไปอีกว่า รัฐจะเที่ยวตัดฉับๆๆ หนังเองอีกไม่ได้"

"ต้องเป็นข้อเสนอกำหนดของคณะกรรมการพิจารณา เราก็บอกว่าให้มีคนสามฝ่ายในคณะกรรมการเพื่อจะได้ค้านกัน ฝ่ายที่หนึ่งคือ รัฐคือเจ้าของอำนาจให้นั่งต่อไปไม่ว่ากัน กลุ่มที่สองคนในอุตสาหกรรมทำหนังเอง กลุ่มที่สามเราก็อยากได้คนดูแหละ แต่จะไปสร้างลูกขุนคนดูได้อย่างไรในเวลานั้น เพราะฉะนั้นเลยเอานักวิชาการแล้วกัน ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือนักวิชาการนิเทศศาสตร์ที่เกี่ยวข้องอุตสาหกรรมภาพยนตร์อยู่แล้ว หนังที่คณะกรรมการเซ็นเซอร์กันอยู่เป็นร้อยๆ เรื่อง จะเอาคณะเดียวก็ไม่ไหวนะ ก็เลยต้องสร้างขึ้นมาให้มีหลายคณะ ในพระราชบัญญัติบอกว่าให้มีกี่คณะก็ได้เท่าที่จำเป็น"

ย้ายเรื่องหนังมาไว้ที่กระทรวงวัฒนธรรม

"คนในกระทรวงท่องเที่ยวก็มาต่อรองว่า งานในกระทรวงท่องเที่ยวผมยังไม่ได้พูดถึง ขอให้อยู่ต่อไปเพราะเป็นงานเก่าที่ย้ายมาจากสำนักนายกฯ ผมก็เพิ่งรู้ว่า มันมีคณะกรรมการกิจการภาพยนตร์อยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งนั่งอยู่บ้านมนังคศิลานานมากแล้ว เอาไว้ทำส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกรมประชาสัมพันธ์ เกี่ยวข้องกับการอนุมัติอนุญาตให้กองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศมาถ่ายทำในประเทศไทย เขาเลยบอกว่าขอกองนี้ ไม่ต้องมาอยู่กระทรวงวัฒนธรรมได้มั้ย เราก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ติดใจอะไร เพราะเวลาคนไปหาโลเกชั่นก็จะไปหาตามแหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้ว จะเอามาอยู่กระทรวงวัฒนธรรมเราก็จะแค่จำกัดแค่ชุมชนเก่าแก่ โบราณสถาน ก็เลยเขียนเกี่ยวกับกฎหมายภาพยนตร์เอาไว้สองขา ขาหนึ่งเอาไว้พิจารณาภาพยนตร์เอาไว้ใส่เรตติ้ง อีกขาหนึ่งเป็นเรื่องส่งเสริมสนับสนุนกองถ่ายต่างประเทศเพื่อให้มาถ่ายทำใน ประเทศไทย เลยทำให้เป็นที่มาว่าร่าง พ.ร.บ. นี้มีรัฐมนตรีผู้ว่าการอยู่สองคน คนหนึ่งคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และอีกคนคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยว

"แต่พอมีสองรัฐมนตรีว่าการมานั่งในที่ประชุมแล้ว ใครจะเป็นประธานก็เลยไปถามคนในอุตสาหกรรมว่าอยากได้ใคร เรื่องอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เป็นอุตสาหกรรมใหญ่และซับซ้อน ไปเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ผมเลยลองไล่นับนิ้ว โอ้โหเกี่ยวกับกับกรมไปกว่า 20 กรม ตามพระราชบัญญัตินายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนนายกฯ จะมอบหมายรองนายกฯ มาก็ไม่ได้ว่ากระไร แต่ให้อำนาจมาจากนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเลขาฯ มาจากปลัดกระทรวงวัฒนธรรมหรือปลัดกระทรวงท่องเที่ยว

ตามติดต่อตลอด

"ตอนนั้นมีการยุบสภา ผ่านระดับกระทรวงขั้นกฤษฎีกาแล้ว ผมเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน ยังไม่เข้าสภาเพราะมีการยึดอำนาจ ปี 49 ผมก็ได้เสนอไปว่า กฎหมายภาพยนตร์จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่ ทาง สนช.(สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ก็ให้ผ่าน เป็นกฎหมายปี 51 ผมเป็นฝ่ายค้าน ก็เข้าไปเอาร่างของเราติดมาด้วย เพื่อให้มีสิทธิ์ในการรักษาหลักการบางอย่าง เราก็ได้แต่เชียร์อยู่ภายนอก เพราะตอนนี้มีการยึดอำนาจ

"คนในอุตสาหกรรมก็ดีใจว่า ไม่ต้องอยู่กับมหาดไทย ไม่ต้องอยู่กับตำรวจอย่างเดียว เพราะตอนนั้นคนในฝ่ายปกครองจะกลัวว่าหนัง จะสร้างขึ้นมาจะมาเสียดสีล้ออำนาจหรือเปล่า พอมาอยู่กระทรวงวัฒนธรรม ก็ดีขึ้นมาหน่อย ถามว่าถูกใจหรือยัง ก็ยัง เริ่ม 47 มาเสร็จปี 51 พ.ร.บ ผ่านกฎหมายโอนกิจการที่ตำรวจเคยดูมาไว้ที่กระทรวงวัฒนธรรม กว่าจะไปโอนทุกอย่างหมดไปปีๆ กฎหมายกว่าจะออกฤทธิ์ได้ก็ถึง ปี 53 โน่น ก็เลยสร้างศูนย์ดูหนังเล็กๆ ที่ศูนย์วัฒนธรรม พอเป็นอย่างนี้ น่าตกใจ 800 - 1,000 เรื่องต่อปี ใหม่ๆ เรตติ้ง พ.ร.บ. ปี 51 ยังมีเซ็นเซอร์อยู่ อาจารย์ๆ ช่วยมาทำเรื่องเรตติ้งต่อไป"

ไม่ได้เกิดสภาการภาพยนตร์

"ผมเป็นคนเสนอเองเรื่องสภาการภาพยนตร์ เห็นพูดกันมานานแล้ว สภาการภาพยนตร์ไม่ได้ขัดข้องอะไรเลย ปกติสภาแบบนี้จะเป็นสภาวิชาชีพ คำถามคือแล้วคนหัดทำหนังอยากจะทำหนัง เขาจะเข้ามาเป็นสมาชิกได้อย่างไร หนังเป็นเหมือนหนังสื่อสารมวลชน นิวส์ (News) กับวิว (View) ได้รับการคุ้มครองไม่เหมือนกัน ก็ไปศึกษาว่าจะได้รับความคุ้มครองมากน้อยแค่ไหน จึงเป็นที่มาว่า ถ้าท่านอ้างรัฐธรรมนูญปี 40 หนังเราต้องการอุดหนุนจากรัฐนะ ถ้าเราจะบอกว่าหนังเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แตะต้องไม่ได้ ถ้าเราอยากจะได้โมเดลจากเกาหลี ญี่ปุ่น เราอย่าทำตัวศักดิ์สิทธิ์มาก รัฐจะมาแตะต้องเราไม่ได้นะ สภาการภาพยนตร์จึงไม่ได้เกิดขึ้น เรามีสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ (The National Federation of Motion Pictures and Contents Associations) ถูกแล้วแหละ ไม่ได้ทำตัวให้ศักดิ์สิทธิ์ เอาไว้สื่อสารกับรัฐ"

รัฐทุ่มงบเพื่อหนังไทย เพียงพอแล้ว?

"เกือบทุกรัฐบาลนะ ปีหนึ่งนะมีเงินให้ไม่เกิน 42 ล้านบาท ปีนี้ได้มา 38 ล้าน สำหรับทุกงานทั้งหมด รวมค่าเบี้ยประชุม เจ้าหน้าที่จะไปร่วมเทศกาลหนังทั้งในและต่างประเทศรวมหมดแล้ว คานส์ ผมไปที่อังกฤษ เขาบังคับเอาไว้เลยว่า เงินส่วนหนึ่งของลอตเตอรี่ต้องส่งมาที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์"

นางนากจุดกระแสหนังไทยบูม!

"ผมคิดว่าหนังไทยเรื่องแรกๆ ในยุคเรา เออ หนังไทยสวย คือเรื่องนางนาก ออกมาหนังเนี้ยบ หนังดีๆ ออกมาเยอะ นับแต่นั้นผมเข้าใจว่า ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์จากสายโฆษณาเข้ามามากขึ้นๆ ณ เวลาที่ผมอยู่กระทรวงวัฒธรรม หนังดีมีคุณภาพที่เป็นตัวอย่างคือเรื่องโหมโรง ฉายไปได้สักพักแล้ว คนไทยไม่ไปดู มีคนโทรมาบอกผมว่า อาจารย์ๆ หนังดีมากเลยนะ ผมก็ลองไปดู ปรากฏว่าหนังดีจริงๆ จัดรอบพิเศษเพื่อให้มาดูหนังเรื่องนี้ฟรี" 

หนังมีอิทธิพลอย่างสูง

"หนังเป็นเรื่องมือสะกดจิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา ฮิตเลอร์กล่อมคนเยอรมัน พาคนไปทางที่ผิด เขาใช้หนังสารพัดเรื่อง เพื่อให้เชื่อผู้นำ ให้ฝั่งตรงข้ามเป็นคนไม่ดี ให้เป็นคนเลวร้าย หรือการปฏิวัติในรัสเซียก็ใช้หนัง หนังเป็นวัฒนธรรมผลิตซ้ำ ข้ามยุคข้ามสมัยได้ มันไปจากเมืองหลวงไปยังหัวเมืองเล็กๆ ได้ เอาไปฉายที่ไหนก็ได้ มันมีอิทธิพล มันกล่อมคุณได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว อิทธิพลของหนังฮอลลีวูดจึงมีมาก ฮอลลีวูดมีมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯ เข้าสู่สงครามแล้วสามารถทำให้พ่อบ้านแม่บ้านเข้าสู่สงครามได้ด้วยหนังสารพัดเรื่อง เราต้องเข้าไปร่วมสงคราม เพราะอีกฝ่ายเป็นคนไม่ดี คนจึงพร้อมจะทุ่มเททำสงครามได้ ส่วนหนึ่งเพราะได้อิทธิพลจากหนัง"

องค์บากแรงเว่อร์มาก เกินคาด!

"พอปรัชญา ปิ่นแก้ว ทำองค์บาก ดังมากๆ เฉพาะที่รัสเซียนะ หลังจากหนังฉายแล้วมีค่ายมวยมากกว่า 100 แห่ง อย่างมาริโอ้ก็ดังมากที่จีน มีแฟนคลับมาตั้งแคมป์รอ วิ่งตามรถบัสอีก ถ้าเราจะทำการตลาดให้ดีต้องสร้างฐานแฟนคลับ หรือการไปออกบูธตามงานฟิล์มมาร์ทที่ต่างประเทศก็ต้องทำตลอดไปต่อเนื่อง สมัยก่อนคนเวียดนามไม่ดูหนังเกาหลีเลย ไม่รู้จัก เกาหลีอยากให้เวียดนามดูหนัง ลดครึ่งราคา ไม่สนหรอก ฉายไปก็ไม่มีคนดู ฉายฟรีก็ไม่เอา แต่เกาหลีก็พยายามมากๆ ทำทุกวิถีทาง จนวันนี้หนังเกาหลีดังมากๆ ในเวียดนาม

"ผมก็มีความใฝ่ฝันนะครับ ถ้าส่งเสริมหนังไทย เช่น ในหนังถ้ามีฉากทำก๋วยเตี๋ยว ถ้าหนังดังก๋วยเตี๋ยวไทยก็จะดังไปด้วย คิดดูสิเราส่งออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับไทยได้มากแค่ไหน หนังเป็นเรื่องรสนิยมแตกต่างกันไป หนังดีของเรา อาจจะไม่ใช่หนังดีของคนอื่นก็ได้ หนังที่ลงทุนมากไม่ได้หมายความว่าจะเป็นหนังดีเสมอไป หนังที่ลงทุนต่ำก็เป็นหนังดีได้ ขอให้มีวิธีการเล่าเรื่องที่มันบังเอิญตรงกับรสนิยม"

เอื้อให้กองหนังต่างประเทศ

"คืนภาษีให้กับกองหนังต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในเมืองไทย ตอนนี้เราให้เริ่มต้นที่ 15% ในหลายๆ ประเทศเขาให้มากกว่าเราอีก เพราะเขาเห็นไงหนังเรื่องหนึ่งพอฉายไปแล้ว เขาจะได้อะไรกลับมาอีกมากมาย เราหลายคนไม่เคยไปนิวยอร์กหรอก แต่เราหลับตานึกภาพนิวยอร์กได้เลย เพราะเราเคยดูหนัง หรือเรานึกถึงซามูไรได้ดีเลย เพราะเราเคยดูหนังที่เกี่ยวกับซามูไรมาตั้งแต่เด็กเลย หนังมันมีคุณค่าและความหมาย เพราะได้ทิ้งความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ให้กับเรา"

ร่วมกู้วิกฤติหนังไทย

"อย่าสิ้นหวังและดูแคลน ด้วยการส่งเสริมมันไปเรื่อยๆ คนเกาหลีดูหนังเกาหลีเป็นประจำเป็นวัฒนธรรมของเกาหลี กิจกรรมยามว่างคือดูหนังเกาหลี ดูแล้ววิจารณ์ ด่าก็มี อย่างพ่อครัว เชฟทำอาหารให้เรากิน บางครั้งก็อาจจะอ่อนไปเข้มหนักไป เราก็ต้องบอกพ่อครัวนะว่าหวานเค็มเปรี้ยวไปนะ เหมือนกันถ้าคุณไม่ชอบให้หนังไทยพูดจาหยาบๆ คายๆ คุณไม่ชอบ คุณต้องบ่นมาดังๆ นะ แล้วเขาจะเปลี่ยนให้ มาบอกหน่อยว่าชอบแบบไหน ไม่ชอบแบบไหน แต่หนังเป็นเรื่องรสนิยม

"ช่วง 3-4 ปีนี้ หนังไทยมีไม่พอส่งในตลาดหนังต่างจังหวัด เพราะคนชั้นกลางกำลังเติบโตในตลาดหนังต่างจังหวัด เราต้องการหนังดีๆ เพื่อให้คนไทยได้ดูหนังดี เพื่อตอบสนองตลาดในประเทศเราก่อนอุตสาหกรรมหนังไม่ใช่อุตสาหกรรมปลากระป๋อง มันต้องเพิ่มจากอุตสาหกรรมภายในเราก่อน"

ต้องใส่ใจและอดทนรอ

"ประเทศไทยเวลาพูดถึงอุตสาหกรรมใหม่ทีไร เราไม่พูดถึงการปลูกต้นไม้ แล้วอยากจะได้ผลไม้แล้ว อยากกินมะขาม แต่ไม่ปลูกมะขาม อยากกินต้องปลูกสิ รอจนออกผลแล้ว มันเปรี้ยว เราก็โค่นทิ้ง ก็ต้องใส่ปุ๋ยใส่น้ำบำรุงกันต่อไปสิ ต้องรอเวลาต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ อย่างฮอลลีวูดสร้างมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ก็ยังต้องส่งเสริมไปเรื่อยๆ

"โปรดักชั่น (Production) ก็ต้องดี โปรโมชั่น (Promotion) ต้องทำเพื่อสนับสนุนหนังไทย โปรเทค (Protection) ถามหน่อยรัฐเอาจริงจังกับพวกละเมิดสิทธิ์ เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาของหนังไทยเราที่โดนละเมิดหรือยัง อย่างหนังหลายเรื่องถูกละเมิด เรามีการจับมีปรับกัน เคยทำหรือยัง" 

หนังเกย์เกลื่อน แย่หรือดี

ปีนี้มีหนังเกย์เข้าฉายเยอะมากๆ น่าเป็นห่วงหรือไม่ "เราห้ามฉายไม่ได้หรอก อย่างในเน็ตคุณจะไปห้ามได้เหรอ แต่เราต้องสร้างความเข้าใจ จะมัวไปเสียเวลาปิดฟ้าด้วยฝ่ามือทำไม ผมไม่ได้บอกว่าสนับสนุน มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเล่าเรื่องอะไร พ่อแม่เรียนรู้ที่จะรับสภาพอย่างที่เป็น หนังเกย์หรือไม่เกย์ หนังเลสเบี้ยน ถ้าหนังออกมาช่วนสอนให้รู้ว่า เขาก็คน ความดีไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นว่าเขาเป็นหรือไม่เป็น ชายแท้ทำชั่วก็มาก หญิงแท้ทำเลวก็เยอะ ในทุกอาชีพในทุกเพศมีทั้งคนดี และคนไม่ดี"

พ.ร.บ. หนังไทยเพื่อหนังไทย

"กำลังเขียน พ.ร.บ. ใหม่ มีอาจารย์ มีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธานการประชุมให้ เพื่อจะศึกษาว่าปี 51 เราจะมีกฎหมายอะไร ซ่อมปี 51 หรือต้องตัดออกเพื่อให้ลดภารกิจของเราไป เช่น เรื่องใบอนุญาตขายภาพยนตร์เลิกได้แล้ว หรือคุณมีดีวีดีเก่าอยู่ที่บ้าน วันหนึ่งอยากจะไปขายเปิดท้าย ผิดกฎหมายเลยนะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เข้าท่าเลย หรือใบอนุญาตโรงภาพยนตร์ หมายถึงสถานที่มีการฉายภาพยนตร์ ต้องขออนุญาต มันจะมากไปหรือเปล่า"

โหมโรงยังเป็นที่ 1 ในใจ

หนังที่อาจารย์เอ วีระศักดิ์ ชอบมากๆ อยากจะแนะนำให้แฟนหนังได้ดูกันอีกรอบ "โอววว ผมยังชอบโหมโรงอยู่ (ผู้กำกับ อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ ผู้กำกับ, พระเอก โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์) เพราะวิธีหยิบเรื่องมาเล่น และวิธีเล่าเรื่องของเขาในตอนนั้น มันเป็นของใหม่ในวันนั้นอย่างมาก เป็นรสชาติแรกที่ได้ชิม แล้วรู้สึกว่า โอ ใช่!!!" งานสุพรรณหงส์ทองคำปีหน้า 2559 ที่กำลังจะมาถึงนี้ กะจะทุ่มงบทำให้ยิ่งใหญ่อลังการมากกว่าทุกๆ ปี "งบขึ้นอยู่กับสปอนเซอร์ (หัวเราะ)"

อาจารย์เอ คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ

หนังไทยในเวทีระดับโลกที่ออสการ์

"ตอนนี้ผมยังไม่รู้เลย ว่าใครเป็นกรรมการออสการ์ ในสาขาหนังต่างประเทศยอดเยี่ยมนี้ ผมก็ได้แนะนำ ช่วยติดต่อสนับสนุนในหลายๆ หน่วยงานของรัฐ เพื่อโปรโมตหนังเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว หรือการไปให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ซึ่งสื่อหลายประเทศหลายแห่งก็ลงข่าวเกี่ยวกับ หนังพี่ชาย My Hero (How to Win at Checkers - Every Time) ไปกันเยอะมากๆ ก็น่าดีใจด้วยครับ ที่หนังไทยเรื่องนี้มีสื่อต่างชาติให้ความสนใจเยอะเกินคาด ผมว่าที่ฮอลลีวูดให้รางวัลสาขานี้ (หนังต่างประเทศยอดเยี่ยม Best Foreign Language Film) เพราะฮอลลีวูดต้องการรู้ว่า หนังดีนอกอเมริกาเป็นยังไง"

ดีจริง? หนังทรงคุณค่าจริงเหรอ? ทำไมต้องเชียร์เยอะ

บางคนตั้งข้อสังเกตว่า หนังเรื่อง พี่ชาย My Hero (How to Win at Checkers - Every Time) เราไปสนับสนุนมากเกินไปหรือเปล่า "วิธีที่เราจะรู้ว่าหนังเรื่องไหนเป็นชาติอะไร หนึ่งคือเขาประกาศตัวว่าเป็นหนังชาติอะไร ถ้าเขาประกาศตัวว่าเป็นหนังเกาหลีตั้งแต่แรก หรือประกาศว่าเป็นหนังประเทศนั้น ประเทศนี้ที่ไม่ใช่ประเทศไทย เราก็ไม่รับมาพิจารณาอยู่แล้ว คัดออกไปนานแล้วครับ แต่หนัง พี่ชาย My Hero (How to Win at Checkers - Every Time) เขาประกาศตลอดมาว่าเป็นหนังไทย ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร"

"หนังที่ส่งไปประกวดเพราะเราเห็นว่า มันมีคุณค่าทางศิลปะอย่างหนึ่ง ผมเชื่อว่าถ้ามีคนเอาภาพวาดบางภาพมาให้ผมดู ผมก็คงเบือนหน้าหนี เพราะผมไม่เห็นจะชอบเลย แต่พอมีคนเฉลยว่า คุณรู้หรือเปล่า ว่าภาพนี้มีชื่อเสียงระดับโลก ผมก็จะบอกว่า อ๋อครับ บางคนก็อาจจะดูอีกรอบว่าแพงจริงดังจริงเหรอ หรืออย่างบางภาพมีแค่สีเดียวขีดๆ ไปมาไม่เห็นจะมีอะไรเลย แต่จริงๆ มันเป็นภาพวาดที่แพงและมีค่าระดับโลกก็ได้ คือถ้าคุณเปิดใจกว้างมากพอ มันก็จะเป็นศิลปะ"

"อย่างหนัง Les Misérables (เล มิเซราบล์) หนังอเมริกันนะครับ แต่เล่าเรื่องการปฏิวัติฝรั่งเศส เสียดสีฝรั่งเศสโดยทุนอเมริกัน ซึ่งคนดูอเมริกันก็ไม่สน เขาสนแค่ว่าเป็นหนังดี มีคุณค่าในการชมมั้ย หรือหนัง The Da Vinci Code (เดอะดาวินชี่โค้ด) โจมตีวาติกันเละเลย หนังก็คือหนัง คือการสมมติขึ้น อย่างเราสร้างหนังขึ้นมาแล้วบอกว่า ข้าราชการรับสินบน หนังประธาธิบดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ประธานาธิบดีไปข่มขืนฆ่าก็มีในหนังมาแล้ว มีใครไปว่า บารัค โอบามา มั้ยครับ ไม่เห็นมีใครว่าอะไร

"แยกให้ออกครับระหว่างสิ่งที่ชอบ กับสิ่งที่เป็นจริง ไม่ได้เป็นเรื่องเดียวกัน สิ่งที่คุณชอบอาจจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย และสิ่งที่เป็นจริง มันอาจจะเป็นสิ่งที่คุณไม่ชอบ วันนี้เรามองออกไป เห็นเด็กขายพวงมาลัยบนถนน เราชอบมั้ย ไม่มีใครชอบหรอกครับ แต่มันเป็นความจริงที่เห็นตำตาทุกวันหรือไม่ ก็ยังเป็น คุณเห็นมันแล้วอาจจะเบือนหน้าหนี แล้วมันจะหายไปหรือเปล่า ก็เปล่า เขาก็ยังต้องขายพวงมาลัยยังต้องเสี่ยงกับรถชนต่อไปอยู่ เขาขายหมดก็ยังไม่ได้กลับบ้าน เพราะจะมีใครคนหนึ่งมาหยิบพวงมาลัยอีก 30 พวงไปให้เขาขายต่อ ปัญหาอยู่ในสังคมเราใช่มั้ยครับ ใช่ครับ มีคนกล้าตีแผ่มันออกมาดีมั้ย! ดีครับ! (อาจารย์เอ วีระศักดิ์ กำลังเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เพราะหนังพี่ชาย My Hero (How to Win at Checkers - Every Time) สะท้อนปัญหาหลายเรื่องของสังคมไทยได้อย่างปวดแสบรวดร้าว) ".

พี่ชาย My Hero (How to Win at Checkers - Every Time) หนังที่เป็นตัวแทนหนังไทย เพื่อไปชิงชัยต่อในสาขาหนังต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best Foreign Language Film) ที่เวทีออสการ์ (The Academy Awards Oscar)
ภาพ FB : พี่ชาย My Hero

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้