วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ซึ้งใจคนไทย! ผ่านไปเกือบปี 2 พี่น้องยากจน พ่อป่วยมะเร็ง เหมือนได้ชีวิตใหม่

ซึ้งใจคนไทย! ผ่านไปเกือบปี 2 พี่น้องยากจน พ่อป่วยมะเร็ง เหมือนได้ชีวิตใหม่

  • Share:

2 พี่น้องชาวนครพนมฐานะยากจน ต้องทำงานหาเงิน ดูแลพ่อป่วยมะเร็ง ซึ้งน้ำใจคนไทย บริจาคเงินช่วยเหลือ หลังผ่านไปเกือบปี ตอนนี้ได้บ้านหลังใหม่ แทนหลังเก่าที่ทรุดโทรม และมีเงินพาพ่อไปรักษาจนอาการดีขึ้น ส่วนแม่ก็มีรายได้เสริม จนครอบครัวเริ่มตั้งหลักได้อีกครั้ง ...

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2558 นายสง่า แสงแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปลาปาก จ.นครพนม พร้อมคณะผู้บริหาร และสื่อมวลชน เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ครอบครัว ด.ญ.อรทัย วงลาพรม อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนปลาปากวิทยา อ.ปลาปาก จ.นครพนม พร้อมด้วยน้องชาย คือ ด.ช.ธนธรณ์ วงลาพรม อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนปลาปากวิทยา ที่ประสบปัญหาทางสังคม ครอบครัวยากจน อาศัยอยู่ในบ้านสภาพเก่าทรุดโทรม พอได้หลบแดดหลบฝนหลับนอน ส่วนพ่อคือ นายพิสมัย วงลาพรม อายุ 45 ปี เสาหลักครอบครัว ป่วยเป็นโรคมะเร็งโพรงจมูก ไม่มีเงินรักษา อีกทั้งแม่ คือ นางแลด วงลาพรม อายุ 41 ปี ไม่มีอาชีพหลัก ไม่มีรายได้ ทำให้ทั้ง 2 พี่น้อง ต้องดิ้นรน รับจ้างทำนา เกี่ยวข้าว ประทังชีวิต เลี้ยงครอบครัว

กระทั่งช่วงเดือน พฤศจิกายน 2558 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปลาปาก พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือ ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปดูแล เพราะห่วงอนาคตเด็กทั้ง 2 คน ที่กำลังเรียนหนังสือ พร้อมตั้งกองทุนรับบริจาคดูแลช่วยเหลือ เนื่องจากงบประมาณภาครัฐไม่เพียงพอ ผ่านโครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ มีผู้บริจาคช่วยเหลือต่อเนื่อง จึงได้นำเงินทั้งหมดมาซื้อที่ดิน พร้อมสร้างบ้านปูนชั้นเดียว มูลค่ากว่า 5 แสนบาท ในชื่อบ้านธารน้ำใจ รวมถึงเครื่องใช้ในครัวเรือน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามวัตถุประสงค์ผู้บริจาค ทำให้ครอบครัวนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เด็กทั้งสองคนมีเงินใช้จ่ายไปเรียนหนังสือ รวมถึงพ่อมีเงินค่ารักษาจนอาการดีขึ้น ส่วนแม่ได้หันมาทำอาชีพเสริม นอกเหนือจากการทำงานรับจ้างทั่วไป ด้วยการสานชะลอม สินค้าโอทอปส่งขาย สร้างรายได้อีกทาง

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปลาปาก กล่าวว่า ต้องขอบคุณผู้ใจบุญทุกท่านที่เคยดูแลช่วยเหลือครอบครัว นี้ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ปัจจุบันยอมรับว่า คนยากจนในสังคมบางส่วนขาดการดูแลเอาใจใส่ที่ดี เพราะส่วนหนึ่งมาจากงบประมาณจำกัด ภาครัฐไม่มีงบประมาณเพียงพอ ส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือได้ จะต้องพึ่งพาน้ำใจจากสังคม เข้ามาสมทบดูแลช่วยเหลือ ตามกำลังศรัทธา เพื่อลดภาระของสังคม ที่ผ่านมาตนได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้านหลายครอบครัว ได้เข้าไปประเมินหาทางช่วยเหลือตามสภาพ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางสังคม เพราะหากครอบครัวเหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือ หรือแนะนำแนวทางแก้ไขความเป็นอยู่ อาจมีปัญหาตามมาอีกมากมาย ทั้งอนาคตลูกหลานเยาวชน ที่กำลังเติบโต รวมไปถึงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือการก่อปัญหาอาชญากรรม ลักเล็กขโมยน้อย ซึ่งตนในฐานะผู้บริหารท้องถิ่น จะเข้าไปตรวจสอบดูแลช่วยเหลือ ตามกำลังความสามารถ ส่วนหนึ่งต้องสร้างความร่วมมือจากสังคม เข้ามาช่วยเหลืออีกทาง ที่จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม

สำหรับครอบครัว ด.ญ.อรทัย ปัจจุบันยอมรับว่ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากน้ำใจผู้ใจบุญที่บริจาคช่วยเหลือ ในการสร้างบ้าน และเหลือเป็นเงินไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะได้เข้าไปตรวจเยี่ยมดูแลต่อเนื่อง ให้มีอาชีพ มีรายได้ยั่งยืน ไม่ต้องเป็นภาระทางสังคม และสามารถช่วยเหลือดูแลตัวเองได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้