วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘บิ๊กป้อม’ ยัวะจัด โดนอ้าง ล็อบบี้คว่ำรธน.

‘บิ๊กป้อม’ ยัวะจัด โดนอ้าง ล็อบบี้คว่ำรธน.

  • Share:

ขู่ฟ้องหมิ่นคนเอาชื่อไปเดินเกม กระฉูด150สปช.ไม่รับ-โหวตวันนี้ บิ๊กตู่ใช้ม.44‘ถอดยศ’ทักษิณแล้ว

คว่ำ รธน.แป๊ะ! สปช.ก๊วนต้านเดินเกม ล็อบบี้มาราธอน แซงโค้งสุดท้ายเข้าวิน “วันชัย” โว 150 เสียงจ่อลงมติไม่รับร่าง รธน. เผยแต้มแซงช่วง 3 วันสุดท้าย ปลื้มงานสำเร็จ ยันปล่อยผ่านผลเสียมากกว่าดี ฝ่ายหนุนช็อก รับเสียงสู้ไม่ได้แล้ว หงุดหงิดถูกหยิบชื่อไปอ้างโหวตคว่ำ “สิระ” ปูดขบวนการล็อบบี้ใช้เก้าอี้สภาขับเคลื่อนฯเป็นขนมแลกเปลี่ยนแลกโหวตคว่ำ เหน็บพวกไร้ศักดิ์ศรี “เทียนฉาย” ยอมรับมีเกมปล่อยข่าว-ล็อบบี้ เศร้าใจ สปช.ไร้วุฒิภาวะ คิดไม่เป็นไหลตามน้ำไปเรื่อย “บิ๊กป้อม” ฉุนกึ้กนักข่าวจี้ถามโต้งๆ เป็นพลเอกใน คสช.ที่เดินเกมล็อบบี้ สปช. ยันเป็นเรื่อง สปช.ตัดสินใจล้วนๆ ขู่ฟ้องหมิ่นประมาทดีดปากพวกพูดพล่อยๆ นายกฯใช้อำนาจ ม.44 ถอดยศ “ทักษิณ” วิษณุแนะไปถามเลขาฯครม.กรณีที่ยื่นทูลเกล้าฯไปแล้ว

ชีพจรการเมืองตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาโฟกัสอยู่ที่ร่างรัฐธรรมนูญ กฎหมายสูงสุดของประเทศที่จะเข้าสู่การลงมติของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) วันที่ 6 ก.ย. มีความเคลื่อนไหวล็อบบี้เสียงสมาชิก สปช. 247 คนกันแบบดุเดือดเลือดพล่าน โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้าย 2-3 วัน ก่อนการลงมติ เสียงของฝ่ายที่ไม่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบตีตื้นจากที่ตามหลังสุดกู่กระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ จนล่าสุดแซงนำ ส่อเค้าว่า สปช.เสียงข้างมากจะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญเขียนกันมานานกว่า 9 เดือน

“เทียนฉาย” เเจงโหวต รธน.เปิดเผย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 ก.ย. นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงมติโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.ในวันที่ 6 ก.ย.ว่า จะมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาแน่นอน แต่ทางช่องฟรีทีวีจะขอเกี่ยวสัญญาณหรือไม่ยังไม่ทราบ ขั้นตอนการโหวตจะเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. โดยไม่เปิดให้สมาชิก สปช.อภิปรายใดๆ สำหรับวิธีการลงคะแนนจะเรียกชื่อสมาชิกเรียงลำดับตัวอักษร เมื่อถูกขานชื่อต้องลุกขึ้นยืนแล้วเปล่งเสียงอย่างเปิดเผยว่า เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง หากมติออกมาว่า สปช.โหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็จบกลับบ้านได้ แต่หาก สปช.โหวตผ่าน ขั้นตอนต่อไป ต้องหารือเรื่องที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดว่า สปช.สามารถเสนอคำถามควบคู่ไปกับการทำประชามติได้ 1 คำถาม ว่า สปช.จะมีความเห็นอย่างไร ในส่วนนี้จะเปิดให้อภิปรายได้ ถ้า สปช.ไม่เอาก็จบ แต่หากสปช.จะเสนอ ก็ต้องดูว่า มีใครเสนอคำถามเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่เเล้ว 2 ข้อหรือไม่ ถ้ามีจะนำมารวมกันเเล้วบรรจุเป็นวาระต่อไป ก่อนจะเปิดให้อภิปรายซักถาม แล้วมาลงมติโดยพิจารณารวดเดียวทุกคำถาม โดยใช้เสียงข้างมากของ สปช.ตัดสิน

รับมีขบวนการปล่อยข่าวล็อบบี้

นายเทียนฉายกล่าวถึงกรณี สปช.วิพากษ์วิจารณ์การโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในไลน์กลุ่มของ สปช.อย่างหนักว่า เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมานานเเล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ในฐานะประธานคงพูดลำบาก สถานการณ์คล้ายก่อนวันที่ 22 พ.ค.57 ที่มีข่าวลือถูกปล่อยมาตะลุมบอนกัน ส่วนตัวไม่ใส่ใจ และไม่รู้สึกตื่นเต้น เพราะถ้าไปใส่ใจคงแย่ เพราะลือกันเละเทะ อย่างไรก็ตาม ในไลน์กลุ่ม สปช.ไม่มีการพูดถึงเสียงคว่ำหรือผ่านรัฐธรรมนูญ เห็นปรากฏแต่ในสื่อ ซึ่งสื่อก็ต้องอย่าเร็วตามกระแสข่าวลือที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทั้งสิ้น หากประชาชนหลงเชื่อจะแย่ ตนรู้มาว่าไม่ใช่แค่ สปช.ที่ปล่อยข่าว แต่มีคนนอกเข้ามาป่วนด้วย ไม่รู้เขาหวังผลอะไร มาปล่อยข่าวสองทางทั้งอยากให้คว่ำและผ่าน มีการอ้างชื่อทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม แล้วเอาตำแหน่งในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภามาล่อใจ เรื่องนี้ คสช.ต้องออกมาพูดให้ชัดเพราะท่านถูกอ้างชื่อ ทั้งที่นายกฯก็พูดทุกวัน ย้ำชัดในจุดยืนว่า สปช.ทุกคนมีอิสระในการโหวต ได้ผลออกมาอย่างไรก็จะเดินตามโรดเเม็ปมันก็ชัดเเล้ว

เศร้าใจ สปช.เล่นเกม-ไร้วุฒิภาวะ

“จะไม่เตือน สปช.เรื่องแสดงความเห็นต่างๆนานาแล้ว ไร้ประโยชน์ เพราะทุกคนเป็นผู้ใหญ่ บรรยากาศเหมือนกำลังเล่นอะไรกันสักอย่าง ไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องการล็อบบี้ออกมา แม้จะเป็นแค่ข่าวก็ตามแค่ข่าวก็ไม่ควรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ ถ้าเป็นถึง สปช. เป็นถึงผู้ใหญ่บ้านเมือง ถูกเลือกมาเพื่อทำหน้าที่กำหนดอนาคตประเทศ แล้วยังคิดเองไม่เป็น ยอมถูกล็อบบี้ได้ งานนี้ประเทศคงพัง ตายกันหมดแน่ แต่ยังเชื่อว่าทุกคนไม่ได้เป็นตามข่าวลือ วันนี้ยังไม่มีใครทาบทามผมให้เป็นสภาขับเคลื่อนฯ เรารู้อนาคตของตัวเองดีว่าจะทำอะไรต่อ จะให้มานั่งรับผิดชอบในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ มันยาก เหนื่อย” นายเทียนฉายกล่าว

กมธ.ยกร่างฯยันทำดีที่สุดแล้ว

พล.อ.นคร สุขประเสริฐ กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญและ สปช. กล่าวถึงการโหวตร่างรัฐธรรมนูญว่า ในส่วนของ กมธ.ยกร่างฯซึ่งมาจาก สปช.ทั้ง 21 คน เรายังยืนยันว่าจะใช้สิทธิ เพื่อความเป็นเอกภาพไม่มีเสียงแตกเพราะเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่เราทุ่มเทและทำดีที่สุดแล้วท่ามกลางสภาวะและสถานการณ์ในขณะนี้และที่คาดไว้ในอนาคต ส่วนสมาชิก สปช.จะตัดสินใจโหวตรับหรือไม่รับถือเป็นสิทธิ แต่ขอฝากให้พิจารณาถ้วนถี่รอบคอบ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

โหวตแน่ไม่หวั่นกระแสคว่ำร่าง

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯและ สปช.เปิดเผยว่า สำหรับการลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ยืนยันว่าจะเดินทางไปทำหน้าที่และใช้เอกสิทธิ์ในฐานะ สปช.โหวตร่างรัฐธรรมนูญแน่นอน ขณะนี้ตนมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯและ สปช. กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯที่เป็น สปช.ต้องลง มติอยู่แล้วตามเอกสิทธิ์ ส่วนกระแสคว่ำร่างฯที่มาแรงขณะนี้ กมธ.ยกร่างฯไม่ได้วิตกกังวลใดๆเพราะถือว่าเราทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว เราพร้อมรับทุกคำตัดสินและมั่นใจในวิจารญาณของ สปช.ทุกคน

ก๊วนคว่ำร่าง รธน.ทะลุ 130 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ถึงความเคลื่อนไหวในการลงมติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ก.ย. ว่า หลังจากที่ สปช.กลุ่มไม่รับร่างรัฐธรรมนูญได้เดินเกมกดดันล็อบบี้สมาชิก สปช.อย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้คะแนนเสียงของ สปช.กลุ่มที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่เคยเป็นรองได้แซงหน้ากลุ่มที่จะสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงคืนวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้เสียง สปช.กลุ่มที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอยู่ที่ประมาณ 130-140 คน เกินกึ่งหนึ่งคือ 124 คน จากเสียง สปช.ทั้งหมด 247 คน ภายหลังผู้ใหญ่ใน คสช.ที่ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ สามารถตกลงกันได้ว่าจะไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองยังมีความแตกแยกกันอยู่ ฝ่ายนักการเมืองยังมีการเคลื่อนไหวกันอยู่ตลอด หาก สปช.ผ่านร่างรัฐธรรมนูญนำไปสู่ขั้นตอนการทำประชามติ เกรงว่าจะกลายเป็นการบ่มเพาะสถานการณ์ความขัดแย้งให้กลับมาอีกครั้ง ขณะเดียวกัน มีความเสี่ยงสูงที่ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านการทำประชามติ เพราะพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีฐานเสียงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ อาจทำให้ต้องสูญเสียงบประมาณทำประชามติ 3-4 พันล้านบาทไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้น จึงควรกลับไปแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายก่อน แล้วค่อยเข้าสู่กระบวนการประชามติ

สายจังหวัดเทคะแนนล้นหลาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเสียง สปช.ที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเป็นในส่วนของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช.สายนักวิชาการ สายกฎหมาย สายทหาร ตลอดจน สปช.สายจังหวัด ที่ล่าสุดได้ผนึกกำลังกันอย่างแน่นหนาจะไม่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยผูกโยงทางการเมืองกับสองพรรคการเมืองใหญ่ ทำให้มี สปช.สายจังหวัด จำนวน 55-60 คน ที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะ สปช.สายภาคเหนือ ภาคอีสานเกือบทั้งภาคที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่ สปช.สายภาคกลาง ภาคใต้ ยังเสียงแตกมีความเห็นทั้งรับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

อีสานจุดยืนแจ่มชัดไม่รับ รธน.

นายทิวา การกระสัง สปช.บุรีรัมย์ กล่าวถึงการนัดเลี้ยงสังสรรค์ สปช.ภาคอีสานที่โรงแรมพูลแมน เมื่อค่ำวันที่ 4 ก.ย.ว่า เป็นการรับประทานอาหารเลี้ยงสังสรรค์ขอบคุณที่ร่วมทำงานกันมา มี สปช.ไปร่วมประมาณ 20 คน มีตัวแทน สปช.จากทุกภาคมาร่วมงาน ไม่ใช่แค่ สปช.อีสานอย่างเดียว โดยมีการแสดงจุดยืนกันว่า สปช.จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการลงคะแนนร่างรัฐธรรมนูญ เพราะหากให้ความเห็นชอบไปจะกลายเป็นการจุดชนวนความขัดแย้งของคนในประเทศช่วงการทำประชามติ และมีโอกาสสูงที่จะเสียเงิน 3 พันล้านบาทฟรีๆ เพราะพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค ซึ่งเป็นฐานเสียงใหญ่ของประชาชน ไม่เอาด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โอกาสผ่านถือว่าริบหรี่

แฉกลุ่มหนุนพล่านเร่งดึงแต้มกลับ

นายทิวากล่าวว่า ขณะนี้ สปช.ที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มีเสียงที่แน่นอนอยู่ที่ 140 เสียงแล้ว คงมีเพียงไม่กี่คนที่อาจจะสวิงไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม ดังนั้น มั่นใจว่าฝ่ายไม่รับร่างน่าจะชนะได้ แต่คงชนะแบบเฉียดฉิว เว้นแต่จะมีการส่งสัญญาณพิเศษออกมา ทั้งนี้หลังจากเสียงของฝ่ายไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแซงขึ้นมา สปช.ฝ่ายสนับสนุนได้พยายามดึงคะแนนเสียงกลับคืน ด้วยการนำคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อคืนวันที่ 4 ก.ย.ที่ระบุว่า อยากให้มีทุกอย่างเดินหน้าตามโรดแม็ปเพื่อนำไปสู่การทำประชามติ มาใส่ในไลน์กลุ่ม สปช. เพื่อชี้นำว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ

ห่วงเนื้อหาร่าง รธน.จนต้องคิดใหม่

นายมนูญ ศิริวรรณ สปช.สายพลังงาน กล่าวว่า ตอนแรกที่เห็นเนื้อหาในรัฐธรรมนูญคิดว่า น่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่วันนี้ยอมรับว่ามีเรื่องที่น่าวิตกในร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น จึงต้องกลับมาทบทวนตัดสินใจใหม่อีกครั้ง ขณะนี้กำลังใจชั่งอยู่ 50-50 ว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ กรณีมีชื่อตนไปอยู่ในรายชื่อ 147 คนที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ยังงงๆอยู่ เพราะยังไม่ได้ตัดสินใจ อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้เคยมีคนโทรศัพท์มาชี้แจงให้เห็นถึงข้อเสียในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก็ตอบกลับไปว่ายังไม่ได้ตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เสียงของทั้งสองฝ่ายสูสีกันมาก เพราะระยะหลัง สปช.กลุ่มที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญรณรงค์ค่อนข้างหนักและเป็นระบบ ทำให้มีเสียงตอบรับค่อนข้างดี มีแนวโน้มไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น

“วันชัย” โว 150 เสียงโหวตคว่ำ

นายวันชัย สอนศิริ สปช.และ กมธ.ปฏิรูปการเมือง กล่าวถึง 147 รายชื่อ สปช.ที่ถูกระบุว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า เห็นรายชื่อคร่าวๆแล้วมีทั้งที่อยู่ในกลุ่มที่จะคว่ำที่พวกตนทาบทามไว้ และมีบางส่วนที่ไม่ใช่ แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นคนปล่อยผ่านสื่อ เพราะตัวเลขของกลุ่มตนที่รณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญมีมากกว่านั้น คือราว 150 เสียง ยอมรับว่าการที่มีรายชื่อนี้หลุดออกปรากฏในสื่อถือเป็นผลบวกกับกลุ่มของตนมากกว่าลบ แต่ตนไม่ใช้วิธีการเช่นนี้เพราะประกาศมาแต่ต้นแล้วว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนี้ยืนยันว่าไม่ใช่โผที่ออกมาไม่ใช่ในรายชื่อของผู้ที่รับปากว่าจะโหวตคว่ำเพราะมีรายชื่อที่ไม่ตรงกันอยู่มาก

แต้มแซงช่วง 3 วันสุดท้าย

นายวันชัยกล่าวต่อว่า วิธีการทำงานของเราเริ่มจาก กมธ.ปฏิรูปการเมืองและ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ไม่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เริ่มต้นที่ 5 คน จากนั้นได้ชี้แจงแสดงเหตุผลต่อเพื่อนสมาชิก สปช.ถึงความไม่ถูกต้องไม่เป็นสากล ได้เพิ่มมาเป็น 18 เสียง 36 เสียง โดยประสานงานผ่าน สปช.กลุ่มต่างๆ อาทิ กลุ่มอดีตข้าราชการสายปกครอง อดีตผู้ว่าฯ และสายองค์กรปกครองท้องถิ่น สายหมอ สายอาจารย์มหาวิทยาลัย สายนักกฎหมาย สายตำรวจและสายทหาร สายจังหวัด แบ่งกลุ่มกันพูดคุยแจงข้อดี ข้อเสียจนมีรายชื่อปัจจุบันที่ 133 เสียง และยังมีอีก 15 เสียงที่รับปากว่าจะโหวตสนับสนุนคว่ำและยังมีการโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาอีกมาก โดยได้เสียงเพิ่มมากขึ้นในช่วง 3-4 วันสุดท้ายก่อนการโหวต ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะหากร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านออกไปจะมีผลเสียมากกว่าผลดีตามที่เคยชี้แจงไว้แล้ว ยืนยันว่าเป็นการทำหน้าที่ที่ตระหนักถึงประโยชน์ของส่วนรวม

ฝ่ายหนุนโวยถูกหยิบชื่อไปอ้างคว่ำ

ด้านนายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช.ฝ่ายสนับสนุนให้โหวตผ่านร่างรัฐธรรมนูญกล่าวว่า เท่าที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามี สปช.จำนวนมากที่ถูกนำรายชื่อไปแอบอ้าง ตนเห็นว่าอาจมีมากถึง 1 ใน 3 ของรายชื่อที่มีการเปิดเผยออกมา ทั้งที่เจ้าตัวยังไม่ตัดสินใจ จึงขอให้รอดูผลโหวตที่จะออกมาดีที่สุด ในส่วนของฝ่ายสนับสนุนไม่มีการทำบัญชีใดๆ ปล่อยตามธรรมชาติ ตนยังเชื่อในวิจารญาณของ สปช.ที่เป็นอิสระและจะตัดสินใจบนพื้นฐานของการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก มิได้ผูกพันกับผลประโยชน์ใด ตามคำปฏิญาณตนที่ให้ไว้ต่อที่ประชุม สปช.และต่อพระบรมฉายาลักษณ์

“สังศิต”งงชื่อโผล่ได้ไง–ยันให้ผ่านแน่

นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สปช. กล่าวว่า กรณีมีรายชื่อใน 147 สปช.ที่ถูกระบุว่าคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่มีทางที่ตนจะทำเช่นนั้น ไม่ทราบว่าใครเอาชื่อไปรวมไว้ด้วย เพราะขัดกับที่ได้ประกาศจุดยืนไว้ก่อนหน้านี้ ถือเป็นพันธสัญญาที่ให้ไว้ต่อสังคมและประชาชน ยังยืนยันที่จะโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญนี้ ยอมรับว่ามีกระบวนการล็อบบี้ขอเสียง แต่ไม่มีใครมาล็อบบี้ขอเสียงตนเลย

เช่นเดียวกับ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ระบุว่า เป็นข่าวมั่วที่มีรายชื่อของตนเองเป็น 1 ใน 147 สปช.ที่จะลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

สปช.ฝ่ายหนุนรับเสียงสู้ไม่ได้

นายชูชาติ อินสว่าง สปช.สุพรรณบุรี กล่าวว่า แม้การเสนอคำขอแก้ไขรัฐธรรมนูญของ สปช.ต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะไม่ได้ตามที่ต้องการทั้งหมด แต่ตนรับได้ พร้อมจะโหวตเห็นชอบให้ แม้จะประเมินแล้วเชื่อว่าผลการโหวตของ สปช.จะออกมาไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม เพราะยึดมั่นในเหตุผลของตัวเอง ไม่ใช่นักการเมืองน้ำเน่าที่ต้องเลือกข้างผู้ชนะเท่านั้น หากคะแนนไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญออกมาสูงถึง 147 เสียงตามที่เป็นข่าว ก็คิดว่าดี เพราะผลแพ้ชนะกันควรทิ้งกันให้ขาด เพื่อความชัดเจน ไม่ต้องมากล่าวโทษกันภายหลังว่า ทำไมไม่ลงคะแนนแบบนี้

ใช้เก้าอี้สภาขับเคลื่อนฯแลกโหวตคว่ำ

นายสิระ เจนจาคะ สปช.กล่าวว่า ขณะนี้มีการล็อบบี้ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญอย่างที่เป็นข่าวจริง โดยมีเก้าอี้สภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศเป็นขนมแลกเปลี่ยน เชื่อว่าเสียงของฝั่งที่จะคว่ำร่างในขณะนี้มีจำนวนมากขึ้น โดยผู้ที่ออกมาล็อบบี้ก็คือ สปช.2 คน ซึ่งอ้างว่าเป็นคำสั่งจากผู้ใหญ่ แต่ทางผู้ใหญ่ก็ปฏิเสธไปแล้ว ตนจึงไม่เข้าใจว่าทำไม สปช.ที่เหลืออีก 245 คนถึงไปหลงเชื่อคนเพียงแค่ 2 คน รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายที่สำคัญที่สุดของประเทศ สปช.ที่เข้ามาถือว่าได้รับเกียรติที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ แต่เรากลับไม่เห็นถึงศักดิ์ศรีของตัวเองที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ กลับไปเห็นแต่ประโยชน์ว่าตัวเองจะได้รับอะไรตอบแทน กลัวจะตกงาน ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีหัวโขน ถ้าคนทั้งประเทศคิดแบบนี้หมดประเทศ ไทยคงไม่ต้องก้าวไปไหนกันแล้ว อยากฝากไปถึง เพื่อนๆ สปช.เป็นครั้งสุดท้ายว่า ขอให้การตัดสินใจคำนึงถึงประเทศชาติเป็นหลักสำคัญ

“ประวิตร” ของขึ้นถามจี้ล็อบบี้ สปช.

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ว่า ตนบอกหลายครั้งแล้วว่าเป็นหน้าที่ของ สปช.ที่จะต้องไปดำเนินการ เพราะเป็นอำนาจของ สปช. ทั้งนี้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนไว้แล้วว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่านจะมีขั้นตอนอย่างไร ไม่ว่าผลการลงมติจะเป็นอย่างไร สปช.ก็จะหมดวาระไป และตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศขึ้นมาทำหน้าที่แทน เมื่อถามถึงกระแสข่าวการล็อบบี้ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ โดยอ้างนายทหารยศพลเอกในคสช. พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตนไม่อยู่ เลยไม่รู้ว่ามีการล็อบบี้กันอย่างไร ซึ่งใน คสช.ก็มีนายทหารยศพลเอกมาก เมื่อถามว่า มีการตีความว่านายทหารยศพลเอกคนดังกล่าวเป็นตัวท่านใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบอย่างมีอารมณ์ทันทีว่า “พูดส่งเดช มันหมิ่นประมาท ผมจะฟ้อง มาพูดแบบนี้ได้อย่างไร ใครที่กล่าวอ้างชื่อผมให้ไปเอาชื่อมา อย่ามาพูดอย่างนี้ มันทำให้เกิดความเสียหาย ผมจะเข้าไปยุ่งได้อย่างไร เพราะผมเป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เป็นฝ่ายบริหาร เรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ เขาก็ว่าของเขาไป”

ขู่ฟ่อพวกเคลื่อนไหวต้านร่าง รธน.

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีมีการเคลื่อนไหวค้านร่างรัฐธรรมนูญว่า การเคลื่อนไหวมีมาก่อนหน้านี้แล้ว และร่างรัฐธรรมนูญก็มีกว่า 200 มาตรา ผิดพลาดตรงไหนก็อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน ซึ่งต้องดูในภาพรวมว่าจะดีหรือไม่ดีก็ว่าไป ทางฝ่ายความมั่นคงก็ดูอยู่ อะไรที่เป็นการแสดงความคิดเห็นแล้วไม่เสียหายก็ทำได้ แต่อะไรที่ทำให้เกิดความขัดแย้งมันไม่ได้ เรารับไม่ได้ เพราะเห็นตัวอย่างมาแล้วในอดีตที่ผ่านมาที่ความขัดแย้งจนทำให้มีผู้เสียชีวิต

“บิ๊กกี่” ยันไม่เกี่ยวเกมล็อบบี้ สปช.

ด้าน พล.อ.นพดล อินทปัญญา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกระแสข่าวการ ล็อบบี้เสียง สปช.ในการโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเพราะเป็น สนช. และมี สปช.ที่รู้จักแค่ไม่กี่คน ส่วนที่เขาจะโหวตร่างรัฐธรรมนูญกันนั้นเสียงมันก้ำกึ่งกัน ถ้ามองแบบว่าต้องการคว่ำก็ได้เพราะขนาด สปช.ยังทะเลาะกันเอง มีทั้งกลุ่มเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แล้วหากโหวตผ่านออกไปยิ่งไม่ทะเลาะกันตายหรือ ทำไมไม่ทำให้ทุกอย่างเห็นพ้องต้องกันหมดเสียก่อน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้แล้วแต่ สปช. เพราะตนไม่ได้สนใจ แต่ไหนๆจะทำให้ดีแล้วก็ทำให้ดีไปเลย สปช.ต้องคุยกันต้องปรึกษากัน ต้องยกข้อดีข้อเสียมาคุยกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างใหญ่หรือพวกมากลากไปคงไม่ใช่

พท.วอน สปช.กล้าหาญคว่ำร่าง รธน.

ด้านความเคลื่อนไหวพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ก.ย. ว่า ขอวอนให้สมาชิก สปช.ทุกท่านได้ใช้ ดุลพินิจตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพื่อฝากผลงานที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งจะเป็นคุณูปการให้กับประเทศเป็นครั้งสุดท้าย ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาจนมีคนเห็นต่างมากที่สุด มีข้อตำหนิติติงมากที่สุด ทั้งจากฝ่าย วิชาการทุกมหาวิทยาลัย นักการเมืองทุกพรรค ประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ เมื่อรัฐธรรมนูญที่จะประกาศใช้เป็นกฎหมายสูงสุดนำมาบังคับใช้ปกครองคนทั้งประเทศ แต่ปรากฏคนจำนวนมากมายไม่เห็นด้วย หากปล่อยผ่านความเห็นชอบออกไปจาก สปช. แน่นอนว่าต้องกลายเป็นประเด็นที่จะสร้างความขัดแย้ง และความแตกแยกขั้นรุนแรงในสังคมไทยขึ้นอีกครั้ง

เสียเวลาอีก 6–8 เดือนดีกว่าดันทุรัง

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังจะต้องไปเสียเงินงบประมาณสูงถึง 3 พันล้านบาท ไป จัดทำประชามติ เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหาของประเทศ ดังนั้น สมาชิก สปช.จึงเป็นความหวัง เดียวของประชาชนที่จะเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาปลดล็อก ไม่ให้ประเทศไทยต้องเดินกลับไปสู่วังวนของความขัดแย้งวุ่นวายไม่รู้จบเหมือนห้วงหลายปีที่ผ่านมา ใช้ความกล้าหาญและความเสียสละของท่าน ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับเจ้าปัญหานี้ไปเสีย ซึ่ง จะส่งผลให้รัฐบาลและประเทศชาติโดยรวมได้รับประโยชน์ แล้วผู้รับผิดชอบก็ไปดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ จะใช้เวลาอีก 6-8 เดือนก็คงไม่มีใครว่าอะไร ดีกว่าที่จะดันทุรังปล่อยผ่านออกไปจาก สปช. เพื่อไปสร้างความแตกแยกให้คนในชาติอีกครั้ง หากความขัดแย้งแตกแยกหวนกลับคืนมาอีกครั้งแล้ว สปช.จะรับผิดชอบอย่างไร งบประมาณที่ต้องสูญเสียไปอีก 3 พันล้านบาท จะมีประชาชนบางส่วนลุกขึ้นมาทวงถามแน่นอน

“อ๋อย” ฟันธงไม่คว่ำร่างเกิดวิกฤติแน่

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผู้ที่เสียประโยชน์มากสุดคือประชาชน แม้จะมีสิทธิ์เลือก ส.ว.ก็เป็น ส.ว.ส่วนน้อย เลือก ส.ส.เข้าไปก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องไปคอยออกกฎหมายปฏิรูปตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์และการ ปรองดองแห่งชาติ (คปป.) มอบหมาย เลือกรัฐบาลก็อาจได้คนนอกเป็นนายกฯ ได้รัฐบาลที่บริหารประเทศไม่ได้ และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะมีอายุเพียงสั้นๆ เพราะมีกงจักรสังหารเต็มไปหมด ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ คสช.และผู้ใกล้ชิด เพราะเมื่อสปช.ผ่านร่างนี้แล้ว คสช.จะตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศขึ้นเพื่อทำการปฏิรูป ส่วน คสช.จะคง อยู่และมีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนืออำนาจอธิปไตยทุกฝ่ายต่อไปจนกว่าจะมี ครม. หลังการเลือกตั้งตามบท เฉพาะกาลของร่างนี้ สนช.จะเป็นผู้ตั้งผู้ทรงคุณวุฒิใน คปป.ซึ่งเมื่อรวมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพแล้วก็จะมีเสียงเกินสองในสาม และมีความเป็นไปได้สูงที่อดีตนายกฯจะเป็นผู้ที่มาจาก คสช.หรือผู้ที่ใกล้ชิด กับ คสช.เท่ากับ คปป.เป็นการสืบทอดอำนาจของคสช.โดยตรง การตัดสินใจของ สปช.ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ จึงมีความสำคัญต่อประเทศอย่างมาก หากยังดื้อดึงกันต่อไปทุกฝ่ายคงต้องเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดตามมา ทางที่จะป้องกันไม่ให้สังคมไทยก้าวสู่วิกฤติคือ สปช.ต้องคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่คว่ำก็ให้การลงประชามติเป็นไปโดยเสรีและยุติธรรม

ผ่านร่าง รธน.ไม่เป็น ปชต.ดูถูก ปชช.

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานคณะ ทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯทราบดีว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาไม่เป็นประชาธิปไตย แม้แต่รองนายกฯก็ยังออกมายอมรับเอง ตอนนี้ สปช.ก็ยังทะเลาะกันไม่จบว่าจะรับหรือไม่รับดี ด้วยเหตุผลความไม่เป็นประชาธิปไตย หากถ้าสปช.ยังยอมโหวตผ่านแล้วปรากฏว่าประชามติไม่ผ่าน คำถามคือคนทั้งหมดเหล่านี้ควรจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการทำประชามติ 3 พันล้านบาท รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายการร่างทั้งหมดหรือไม่ ที่ร่วมมือกันยอม ให้รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยออกมา ทั้งๆที่รู้ว่ารัฐธรรมนูญแย่ขนาดนี้แต่ก็ยังยอมปล่อยออกมาทำประชามติ เหมือนตั้งใจดูถูกประชาชน

นปช.ชี้ สปช.คว่ำร่างทำ คสช.เสียหน้า

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า คสช.ต้องออกแรงเต็มที่เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน เพราะการร่างฯ คสช.ต้องเห็นด้วยจึงร่างออกมาได้แบบนี้ เมื่อเห็นด้วยก็ต้องผลักดันให้ประกาศใช้ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นทำให้ไม่ผ่านในชั้น สปช.จะทำให้ คสช.เสียหน้าอย่างมาก และ สปช.จำนวนมาก คสช.เป็นคนตั้งขึ้น สังคมมอง สปช.กับ คสช.เป็นพวกเดียวกัน ถ้าไม่ผ่านแสดงว่าร่างรัฐธรรมนูญแย่มากจนพวกเดียวกันไม่กล้ากล้ำกลืนฝืนโหวตให้ผ่านได้ และแรงสะท้อนกลับมาที่ คสช.และเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบอย่างใดอย่างหนึ่ง

ปชป.เชื่อ สปช.ยกมือผ่านให้

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงโหวตร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ว่า ส่วนตัวก็ต้องเห็นตามหัวหน้าพรรคที่ไม่ต้องการให้ สปช. รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เเม้จะมี สปช.บางส่วนคัดค้านอยู่ ในปัญหาเรื่องผลได้ผลเสียของรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะในบทเฉพาะกาล แต่น่าจะอธิบายกันได้ โดยรวมเชื่อว่า สปช.ยกมือผ่านให้

จวกยับมุ่งแต่เกทับไม่พูดสาระ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแสดงความเห็นเรื่องโหวตรัฐธรรมนูญ สปช.น่าพูดถึงเนื้อหาสาระรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้มากกว่านี้ ส่วนกรณีนายสิระ เจนจาคะ สปช. ระบุว่า ถ้ารัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้ว นักการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ก็อย่าลงเลือกตั้ง หรือใครโหวตไม่ผ่านรัฐธรรมนูญให้ไปอยู่ประเทศอื่นนั้น ก็พูดเพื่อความสะใจ แทนที่จะคำนึงถึงหน้าที่และวุฒิภาวะของ สปช. หรือล่าสุดที่หอบเงินมาคืน 1.7 ล้านบาท ถามว่าทำเพื่อผลประโยชน์ในอนาคตหรือไม่ ทั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศฯ หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ไปสมัครไว้ในลำดับ 46

คนไทยเห็นด้วยดับไฟต้นลม

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของ สปช. ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ว่า เชื่อว่าเมื่อ สปช.มีเวลาทำความเข้าใจเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญอย่างเพียงพอ น่าจะเห็นแล้วว่าร่างนี้มีจุดตำหนิและข้อบกพร่องมากเพียงใด รวมทั้งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแนวทางไม่ยอมรับร่างอย่างกว้างขวาง สะท้อนให้เห็นว่าเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญสุ่มเสี่ยงที่จะสร้างความขัดแย้งแตกแยกอย่างมากในสังคม ดังนั้น สปช.ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ดีกว่าปล่อยให้ล่วงเลยไปถึงการทำประชามติ จะก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมตามมา เมื่อคว่ำร่างแล้วก็เดินหน้าตามกระบวน การรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่จะยกร่างขึ้นใหม่ แม้มีผลทำให้ คสช.และ ครม.ได้บริหารประเทศนานขึ้น แต่ดีกว่าจุดชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นมาอีก

ทหารตรึงกำลังสกัด “พลเมืองโต้กลับ”

วันเดียวกัน ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ พ.อ.สุวิทย์ เกตศรี ผบ.กรมทหารม้าที่ 1 พ.ท.ภาสกร กุลรวิวรรณ ผบ.ม.พัน. 1 พล.ร.2 พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.จารุต ศรุตยพร ผกก.สน.ปทุมวัน นำกำลังทหาร ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่าร้อยนายเข้าตรึงพื้นที่บริเวณภายในและโดยรอบหอศิลป์ เพื่อสกัดกั้นการจัดกิจกรรม “กรวดน้ำคว่ำขันร่าง รธน.2558” ของกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ตามที่นัดหมายไว้ในช่วงเย็น พร้อมประกาศห้ามใช้พื้นที่ชุมนุมของ สน.ปทุมวัน ที่อ้างถึง ม.19 และ ม.3 ของ พ.ร.บ.ชุมนุม 2558 ห้ามชุมนุมรัศมี 150 เมตร วังสระปทุม มาติดรอบบริเวณ จากนั้นมีการแผงเหล็กล้อมรอบลานหน้าหอศิลป์ ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าลานสกายวอล์คสถานีรถไฟฟ้าสยามหน้าหอศิลป์ ถูกปิดทางขึ้น มีเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรึงกำลัง อย่างไรก็ตาม เริ่มมีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมในกิจกรรมนี้หลายสิบคน

กรวดน้ำคว่ำขันไม่เอาร่าง รธน.

นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ หนึ่งในสมาชิกกลุ่มพลเมืองโต้กลับ แกนนำกลุ่มศึกษาประชาธิปไตย เดินทางมาหน้าหอศิลป์ พร้อมเข้ามาขอเจ้าหน้าที่จัดกิจกรรมทางตำรวจไม่อนุญาตบอกว่าขัด พ.ร.บ.ชุมนุม นายสิรวิชญ์ไม่ยอมกลับ เดินถอยไปตั้งหลักที่ประติมากรรม นางพันธุรัตน์ ผีเสื้อสมุทร ข้างหอศิลป์ จากนั้นนำสมุดที่เขียนว่าร่าง รธน.58 มาจัดพิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ เริ่มจากการ กรวดน้ำ แล้วนำขันน้ำมาราดและคว่ำบนสมุดที่แทนร่าง รธน. นอกจากนี้ยังนำกระดาษ เขียนว่าบัตรแสดงเจตนารมณ์ต่อร่าง รธน.เผด็จการ ที่มีสองช่องให้กา คือรับ และไม่รับยังไงก็ไม่เอา มาติดบนประติมากรรม ผีเสื้อสมุทร ที่ตา หู จมูก ปาก ก่อนร่วมกับมวลชนเสื้อแดงตะโกนว่าเราไม่เอา รธน.เผด็จการ และเผด็จการออกไป ประชาธิปไตยจงเจริญ จากนั้นนายสิรวิชญ์ให้สัมภาษณ์ว่า การแสดงสัญลักษณ์วันนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่าพวกเราไม่เอาไม่รับ ไม่ร่วม เพราะไม่มีความเป็นประชาธิปไตย มีการสืบทอดอำนาจของ คสช. ถ้าผ่านการพิจารณาของ สปช.วันที่ 6 ก.ย.จะชวนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้าน คสช.กลุ่มต่างๆมาหารือกันเพื่อร่วมรณรงค์โหวตโนล้มร่าง รธน.เผด็จการลงให้ได้

โพลชี้ผลงาน สปช.ค่อนข้างดี

วันเดียวกัน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 2,476 ตัวอย่าง เรื่อง “11 เดือน สปช. ในความทรงจำของประชาชน” โดยคำถามเรื่องการรับรู้รับทราบเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของ สปช. พบว่าร้อยละ 54.44 ทราบว่า สปช. คืออะไร ร้อยละ 45.56ไม่ทราบ ส่วนร้อยละ 46.59 ระบุว่า สปช. ส่วนใหญ่มุ่งมั่นการทำงานเพื่อปฏิรูปประเทศ ร้อยละ 19.51 เห็นว่า สปช.รับฟังความเห็นประชาชนเรื่องปฏิรูปประเทศ ร้อยละ 14.69 เห็นว่าเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง ร้อยละ 9.50 สนใจแต่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ร้อยละ 5.34 ชอบทะเลาะ ขัดแย้งกัน และมุ่งเอาชนะซึ่งกันและกัน เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อระดับความสำเร็จของ สปช.ในการปฏิรูปประเทศไทย ร้อยละ 14.32 ระบุว่า สปช.ประสบความสำเร็จอย่างมาก ร้อยละ 46.88 ระบุว่า ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ร้อยละ 25.00 ระบุว่าไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ร้อยละ 9.50 ระบุว่า ไม่ประสบความสำเร็จเลย ร้อยละ 4.30 ไม่ระบุไม่แน่ใจ

“บิ๊กตู่” ใช้ ม.44 ถอดยศ “ทักษิณ” แล้ว

ด้านความคืบหน้าการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน เว็บไซต์สำนักราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้มีการเผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 26/2558 เรื่องการดำเนินการเพื่อถอด พ.ต.ท.ทักษิณออกจากยศ ตำรวจ มีข้อความดังนี้ “ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รายงานและเสนอเรื่อง การถอด พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ออกจากยศตำรวจ ในกรณีมีความผิดปรากฏชัดตามคำพิพากษาศาลถึงที่สุดแล้วว่า มีความผิดและยังมีข้อหาความผิดอาญาอื่นๆ อีกหลายฐาน ซึ่งเป็นการเสื่อมเสียหัวหน้า คสช.อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 โดยความเห็นชอบของ คสช.พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นกรณีกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และมีความจำเป็นต้องดำเนินการเป็นการด่วน”

ทั้งได้ตรวจสอบข้อกฎหมายตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 และข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่ามีมูล สมควรใช้อำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้ถอด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกจากยศตำรวจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่งการ ณ วันที่ 5 ก.ย.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

“วิษณุ” โบ้ยถาม “อำพน” กรณีทูลเกล้าฯ

ต่อมาเวลา 18.00 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวดำเนินการได้ โดยมาตรา 44 ครอบคลุมทุกเรื่องอยู่แล้ว ถ้าเข้าเหตุตามมาตรา 44 สามารถทำได้ ถ้าในคำสั่งดังกล่าวเขียนว่าตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (5 ก.ย.) เป็นต้นไป ก็ให้มีผล ไม่จำเป็นต้องนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ แต่เพื่อขั้นตอนที่ถูกต้องอยากให้สอบถามไปยังนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

“ไก่อู” เผยนายกฯหวั่นโยงสถาบัน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายซึ่งมี 2 วิธีที่จะดำเนินการถอดยศได้ คือการยื่นทูลเกล้าฯและการ ใช้มาตรา 44 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้นำเรื่องนี้ที่ถูกเสนอมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ามาหารือใน คสช.อีกครั้ง และมติของ คสช.เห็นควรว่า เพื่อ ไม่ให้ฝ่ายการเมืองหรือกลุ่มใด นำเรื่องสถาบันมา เกี่ยวโยงกับเรื่องนี้ จึงตัดสินใจใช้อำนาจตามมาตรา 44 ดำเนินการ เพราะเห็นว่าเป็นกระบวนการที่เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์ในขณะนี้ ยืนยันว่าการถอดยศอดีตนายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่มาจากฐานความผิดหลายคดีทางอาญาที่ สตช.เห็นควรว่าต้องดำเนินการดังกล่าว

“ปนัดดา” ชวนเที่ยวล้านนาเอ็กซ์โป

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “Lanna Expo 2015 เสน่ห์ล้านนา...ให้คุณค้นหาไม่รู้จบ” โดยมีนายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ร่วมพิธี ทั้งนี้ ภายในงานมีสินค้าโอทอป ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและภูมิปัญญาชาวบ้าน การนวดแผนต่างๆ กลุ่มท่องเที่ยวมนต์เสน่ห์ สีสันวัฒนธรรมล้านนา ท่องเที่ยวเชิงนิเวศเชิงอนุรักษ์ และผจญภัย ที่โดดเด่นจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง มาจัดแสดงและจัดจำหน่ายกว่า 1,200 บูธ โดยได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ งานจัดให้มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 4-13 ก.ย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้