วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใครช่วยใคร

ใครช่วยใคร

โดย เบี้ยหงาย
6 ก.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเอง ในส่วนของข้าราชการ หรือแม้กระทั่งสังคมคนกีฬาก็เชื่อว่า ไม่มีใครคาดคิด และไม่คิดเลยด้วยซ้ำ ว่าตำแหน่งปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากมติคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด

โดยโยก อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ที่เพิ่งมานั่งเป็นปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 30 มิ.ย. และ 1 ก.ย. มติคณะรัฐมนตรีก็ให้กลับไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน

รวมแล้วมายุ่งเกี่ยวกับกีฬาอยู่ราวๆ 2 เดือนเท่านั้น ไม่รู้ว่าท่านจะรู้เรื่องกีฬา และรู้จักวงการกีฬาติดตัว ไปได้บ้างหรือไม่ ก่อนจะโบกมืออำลา แยกย้ายกันไป!

แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็น

สิ่งที่สำคัญกว่า คือแนวคิด หลักคิด หลักการบริหาร ของผู้มีอำนาจในยุคนี้ต่างหาก ที่พึงจะต้องขบคิด และทำความเข้าใจ หรือทำความไม่เข้าใจกันต่อไป

ที่ผ่านมา ต้องนับว่ารัฐบาลโดยรวมมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อเรื่องของกีฬา ดูเหมือนจะให้ความสำคัญ ให้เกียรติ และยอมรับ ซึ่งแวดวงคนกีฬารับรู้ได้ดี และเชื่อว่าทุกคนมีทัศนคติที่ดีตอบเช่นกัน

แต่ในส่วนของกลไก หรือฟันเฟือง โดยเฉพาะในมุมของการบริหารจัดการตามระบบราชการ ในหน่วยงานหลักๆด้านกีฬาของรัฐ ตั้งแต่กระทรวงเอง ไล่มาถึง กกท. และกรมพลศึกษา ดูออกจะแปลกๆ และแปร่งๆอยู่เหมือนกัน

มีการแขวน มีการโยกย้าย แม้ว่าจะอ้างอิงการสอบสวน เกี่ยวกับทุจริตคอร์รัปชัน จากในอดีต แน่นอนเรื่องนี้ถือเป็นจุดขายอันหนึ่งของรัฐบาลปัจจุบัน ที่ต้องการเปรียบเทียบกับรัฐบาลก่อนๆที่มีนักการเมืองเข้ามาบริหารราชการ ซึ่งก็ไม่ผิด เป็นเหตุเป็นผลอยู่

แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าสภาพบรรยากาศและกลไกแห่ง “อำนาจ” รวมทั้งสภาวะแวดล้อมแห่งการใช้ “อำนาจ” ในอดีตกับปัจจุบันก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผู้คนที่เกี่ยวพันหรือคาบเกี่ยวมาจากยุคก่อน ส่งผ่านมาถึงปัจจุบัน ควรจะต้องมีการคัดกรองว่าผิดพลาดด้วยตัวตน หรืออยู่ในกลไกที่บันดาลให้เป็นไป

ลำดับชั้นของความผิด ความพลาด และการให้โอกาส น่าจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง

และเมื่อมีการใช้อำนาจ จะแขวน จะปรับ เปลี่ยน อย่างไร ก็ต้องมีแนวทาง และแผนการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการต่อเนื่อง พูดง่ายๆก็ต้องคิดให้เป็นระบบ

ไม่ใช่จับโยก จับย้าย เว้นๆว่างๆ เอากันแบบเฉพาะหน้า ไม่มีแผนรองรับ ตำแหน่งว่างจึงมีอยู่เต็มไปหมด และก็ไม่รู้ว่าจะจับใครมาใส่อีก

ช่วงนี้ภาพลักษณ์กีฬาไทยที่โดดเด่นมากกว่าก่อนๆ ต้องถือว่าคนกีฬา โดยเฉพาะสมาคมกีฬาต่างๆ แข็งแรงพอที่จะสร้างสรรค์ผลงานให้คนไทยได้มีความสุข โดยรัฐมีบทบาทในการให้การสนับสนุนช่วยเหลือ มากกว่าบทบาทในการเป็นผู้นำทางกลไกบริหารจัดการอันมีประสิทธิภาพ
ก็ไม่รู้ใครช่วยใครเหมือนกัน...

“เบี้ยหงาย”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้