วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สนช. เดินสายพบชาวสิงห์บุรี-อ่างทอง รับฟังปัญหาอุปสรรค

สนช. เดินสายพบชาวสิงห์บุรี-อ่างทอง รับฟังปัญหาอุปสรรค

  • Share:

"พีระศักดิ์" นำคณะ สนช. เดินสายพบปะชาวสิงห์บุรี-อ่างทอง รับฟังปัญหาอุปสรรคเพื่อหาแนวทางแก้ไข เผย หากร่าง รธน. ผ่านวาระแรก มีเวลาพิจารณา ก.ม. ที่เป็นประโยชน์จ่อประชาชนถึงปี 60 ปชช.ขอบคุณออก พ.ร.บ.การออม

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 58 นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 พร้อมคณะ เดินทางมาพบปะประชาชนที่ห้องจุฑามาศ ภัตตาคารไพบูลย์ จ.สิงห์บุรี ในโครงการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพบประชาชน โดยมี นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ได้ให้การต้อนรับ มีภาคประชาชนในหลายองค์กร ประกอบด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม ประมาณ 500 คน เข้าร่วมรับฟังเจตนารมณ์ของ สนช. ในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาได้ทำอะไรบ้าง พร้อมทั้งเปิดโอกาสรับฟังปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อเป็นช่องทางในการแก้ไขอีกช่องทางหนึ่ง

นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ที่เดินทางมาในวันนี้ เพราะต้องการทราบปัญหาและความต้องการของประชาชน ซึ่งไม่ทราบว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานใด และได้กล่าวถึงอายุของ สนช.ชุดนี้ ว่า ยังจะต้องทำงานไปจนถึงต้นปี 2560 หากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ผ่านร่างรัฐธรรมนูญพรุ่งนี้ (6 ก.ย.) ในวาระแรก และใช้เวลาอีก 30 วัน ในวาระ 2 และ 3 ในเวลาที่เหลือทาง สนช. ยังจะพิจารณาออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ยกเว้นกฎหมายที่เกี่ยวกับเงินบางข้อที่ห้ามไว้ แต่หาก สปช. ไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ สนช. ก็จะอยู่ต่อไปได้อีก 8 เดือน

ขณะที่นายทหารนอกราชการนายหนึ่ง ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ สนช. ที่ออก พ.ร.บ.การออมแห่งชาติ ที่ช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ทั้งนี้ จ.สิงห์บุรี มีผู้สูงอายุมากที่สุดในประเทศไทย จึงขอให้ออกกฎหมายคุ้มครองสวัสดิการให้ผู้สูงอายุ ในอนาคตหากท้องถิ่นไม่ช่วยเหลือจะเดือดร้อน ทางสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ได้เสนอเรื่องนี้ไปแล้ว ไม่ทราบว่าได้พิจารณาเรื่องนี้ไปแล้วอย่างไร การพบปะประชาชนที่ จ.สิงห์บุรี ได้เสร็จสิ้นเมื่อเวลา 12.00 น.

จากนั้น คณะ สนช. ได้เดินทางต่อไปยัง จ.อ่างทอง โดย นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ให้การต้อนรับร่วมกับประชาชนชาวอ่างทอง ที่บริเวณโรงเรียนอ่างทองปัทมาโรจน์วิทยาคม ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง โดยอาชีพหลักของประชาชนชาวอ่างทอง คือการเกษตร จึงเน้นหารือเรื่องปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักในการทำการเกษตร เมื่อไม่มีน้ำก็ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ และที่สุดจะทำให้เกษตรกรขาดอาชีพและไม่มีรายได้ ส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจ เนื่องจากประชาชนไม่มีเงินไปจับจ่ายใช้สอย ทำให้เศรษฐกิจใน จ.อ่างทอง มีสภาพตกต่ำ ทำให้ประชาชนเป็นหนี้สิน ซึ่งโครงการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพบประชาชน นอกจากจะเป็นการเผยแพร่บทบาทหน้าที่แล้ว ยังเป็นการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงรับฟังความคิดเห็นปัญหา และอุปสรรคในด้านต่างๆ ของประชาชนในพื้นที่เพื่อนำไปสู่การแก้ไขต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้