วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คารวะ “สมยศ-จักรทิพย์” คลี่ปมบึมอำมหิต เตรียมยกเครื่องด่านตม.

คารวะ “สมยศ-จักรทิพย์” คลี่ปมบึมอำมหิต เตรียมยกเครื่องด่านตม.

  • Share:

เหตุระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณแยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 ยังอยู่ในความทรงจำเลวร้ายของคนไทยและผู้คนทั่วโลก โดยไม่มีใครคาดคิดว่าสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งเศรษฐกิจกลางกรุงเทพฯจะมีเหตุร้ายคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์จำนวนมากได้เช่นนี้

เหตุการณ์วันนั้นสร้างความเสียหายทางด้านความน่าเชื่อถือและทำลายเศรษฐกิจในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักเข้าประเทศจำนวนมหาศาล

มีการตั้งข้อสงสัยสาเหตุการระเบิดครั้งนี้ไปต่างๆนานา ทั้งการก่อการร้ายสากล ความขัดแย้งการเมืองในประเทศ และกลุ่มอำนาจเก่าที่มีความมุ่งหมายผลประโยชน์ทางการเมือง ความขัดแย้งลัทธิศาสนา การที่รัฐบาลส่งมอบชาวอุยกูร์ให้กับทางการจีน มุ่งหวังชีวิตชาวจีน

หรือแม้กระทั้งกลุ่มบุคคลหลายกลุ่มมีความมุ่งหมายวัตถุประสงค์อันเดียวกัน

เป็นคำถามเพื่อรอคำตอบ!!!

ท่ามกลางแรงกดดันของสื่อโซเชียลที่กดดันการทำงานหน่วยงานความมั่นคง

หลังสิ้นเสียงระเบิดไม่นาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. จัดทีมสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิด โดยมีตัวหลัก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส.

มีคำสั่งทีมสืบสวนพิเศษ ตร. เข้าร่วมคลี่คลายคดี พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จตร. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.ศสส.บช.น. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.สปพ. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ก. พ.ต.อ.ชุมพล ศักดิ์สุรีมงคล ผกก.สืบสวน 2 บช.ศชต. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.ศสส.บช.น. เป็นทีมวิเคราะห์ข้อมูล

ชุดปฏิบัติการพิเศษเข้ากดดันเครือข่ายมี พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุวิมล รรท.ผกก.ปพ.บก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. ร.ต.ท.รชต พุ่มพันธุ์ม่วง รอง สว.กก.5 บก.ป.

มอบ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ โฆษก ตร. ชี้แจงทำความเข้าใจสื่อ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และตรวจเข้มพื้นที่เสี่ยงของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

เพื่อเรียกความมั่นใจจากพี่น้องประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ได้วางมาตรการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถควบคุมสถานการณ์ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ สามารถดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

เพิ่มความเข้มให้เจ้าหน้าที่รัฐในและนอกเครื่องแบบดูแลสถานที่สำคัญ สถานที่เชิงสัญลักษณ์ ที่พักอาศัยชาวต่างชาติ สถานีขนส่ง สถานีรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยว

นับตั้งแต่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยงานความมั่นคง รีบเร่งคลี่คลายคดี ระดมเครื่องไม้เครื่องมือ สรรพกำลัง เท่าที่จัดหามาได้เข้าทำงานหามรุ่งหามค่ำ

ภายใต้ข้อจำกัดของความขาดแคลนในอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่มีเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วยเหลือการทำงานของตำรวจ

จึงทำให้การสืบสวนจับกุมคนร้ายเป็นไปได้ล่าช้า

ไม่รู้ตอนนี้รัฐบาลคิดได้หรือยังกับการติดตั้งกล้องวงจรปิดและกล้องอัจฉริยะ แหล่งชุมชน สนามบิน ด่าน ตม.ทั่วประเทศ เพื่อสกรีนบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงประเทศ

แม้เครื่องมือทำงานจะด้อยกว่าประเทศอื่น แต่ด้วยความทุ่มเท มุ่งมั่น ประสบการณ์ของชุดสืบสวน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในเวลาไม่นาน

เป็นครั้งแรกที่มีการจับกุมเครือข่ายมือระเบิดในไทย

เริ่มจากแกะรอยภาพผู้ต้องสงสัยเสื้อเหลือง ผู้ต้องสงสัยมือวางระเบิดจากกล้องวงจรปิด และชายเสื้อสีน้ำเงิน ท่าน้ำสาทร ขยายผลเข้าตรวจค้นแหล่งกบดานและคลังแสงระเบิดที่พูลอนันต์อพาร์ต-เมนต์ ย่านหนองจอก และไมนูณา การ์เด้นโฮม ย่านมีนบุรี

ซึ่งเป็นผลงานของ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ ประสานด้านการข่าวกรองทางการจีนตรวจสอบเป้าหมายต้องสงสัยจนได้ตัว นายบิลา มูฮัมหมัด ชาวตุรกี พร้อมของกลางอุปกรณ์ประกอบระเบิด หนังสือ เดินทางปลอม หนังสือเดินทางเตรียม “ผ่าเล่ม” อีกจำนวนมาก

มีการตรวจสอบเครือข่ายขบวนการนำเข้าส่งออกชาวอุยกูร์ที่มีผู้มีอิทธิพล นักการเมืองท้องถิ่นคนไทย และชาวตุรกี เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ต่างรูปแบบชาวโรฮีนจา

ก่อนรวบตัว นายมิราลลี ยูสูฟู ชาวอุยกูร์ มือประกอบระเบิดที่ขณะหลบหนีพ้นช่องทางด่าน ตม.สระแก้ว ก่อนเล็ดลอดเข้าพื้นที่ประเทศกัมพูชา

ทำให้เงาลางเหตุระเบิดเป็นเรื่องแก้แค้นของเครือข่ายกลุ่มชาวอุยกูร์

ไม่ใช่ก่อการร้ายสากล

จากนโยบายเข้มข้นของรัฐบาลในการระดมกวาดล้างกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮีนจาและชาวอุยกูร์ มีการจับกุมผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง และการที่รัฐบาลยอมส่งตัวผู้ต้องหาชาวอุยกูร์ให้ทางการจีนไปดำเนินคดี

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้นำทีมขยายผลรวบรวมพยานหลักฐานจับกุมขออนุมัติหมายจับเครือข่ายที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องขบวนการอพยพชาวอุยกูร์ในประเทศไทย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ไทยเข้ามาเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือและเรียกรับผลประโยชน์

เป็นช่องทางทำมาหากินของด่าน ตม. ทุกด่าน

เป็นช่องโหว่ของงานด้านความมั่นคงประเทศ

พล.ต.อ.สมยศ มีคำสั่งให้ ผกก.ด่าน ตม.สระแก้ว รอง ผกก. และ สว.ด่าน ตม.สระแก้ว มาช่วยราชการที่ ศปก.ตร.ไม่มีกำหนด

พร้อมคำสั่ง ผบช.น.ให้ ผกก.สน.หนองจอก และ ผกก.สน.มีนบุรี เข้ามาช่วยราชการ บก.น.3 เนื่องจากปกปิดข้อมูลแหล่งที่พักพิงของคนต่างด้าวชาวตุรกี ทั้งที่เป็นพื้นที่แหล่งพักพิงชาวอุยกูร์ในพื้นที่

โทษฐานรายงานข้อมูลที่เป็นเท็จ

ทำให้การสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน รวบตัวมือระเบิดเสื้อเหลืองล่าช้า จนมีกลุ่มคนบางกลุ่มช่วยเหลือหลบหนีออกไปประเทศมาเลเซีย

จากคำให้การของผู้ต้องสงสัยทำให้ทราบว่า ขบวนการของคนเหล่านี้ได้เดินทางเข้าประเทศ ไทย ช่องทางแนวชายแดนติดต่อประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก

ความช่วยเหลือคนไทยและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เรียกรับผลประโยชน์ขบวนการเคลื่อนย้ายอพยพถิ่นฐานอย่างผิดปกติทั้งกลุ่มชาวอุยกูร์และชาวโรฮีนจา

ที่ผ่านมามีการช่วยเหลือ สนับสนุน อำนวยความสะดวก เรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

เป็นวังวนผลประโยชน์มหาศาล

ถึงเวลาหรือยัง รัฐบาล ตำรวจ ทหาร หน่วยงานความมั่นคงของรัฐ ให้ความสำคัญและยื่นมือเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป

ปัญหาหมักหมมยาวนาน เจ้าหน้าที่ไม่คิดสำนึก ผลเสียหายของประเทศชาติรุนแรงอย่างที่เกิดขึ้นที่แยกราชประสงค์

ทำร้ายประเทศแบบผ่อนส่ง

เป็น “บทเรียน” ที่ต้องจดจำไปอีกนาน

ถ้าผู้บังคับบัญชาระดับสูงไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจได้ประโยชน์ ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่กล้าทำในสิ่งที่ผิดเหล่านั้น

แหล่งข่าวแน่ ชัดผลประโยชน์ที่ได้จากธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านั้น จะส่งต่อไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูง ไม่เช่นนั้น ผบ.ตร.คงไม่สั่งให้ ผกก.ด่าน ตม.สระแก้ว มาช่วยราชการที่ ศปก.ตร.และคงมีการโยกย้ายออกนอกหน่วยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก

การลงโทษแค่ช่วยราชการไม่เพียงพอ ต้องย้ายออกนอกหน่วย

เสียดาย พล.ต.อ.สมยศ อยู่ในตำแหน่งอีกไม่นาน ไม่ได้แก้ไขปัญหาที่หมักหมม หากจะให้ปัญหาหมดไป พล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่รับไม้ต่อ ว่าที่ ผบ.ตร. จะต้องสานต่อเจตนารมณ์เพื่อขจัดปัญหา “มะเร็งร้ายสังคม”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรี ลงมาแก้ไขปัญหา ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องเครือข่ายโยงใยผู้มีอำนาจอดีตจนถึงปัจจุบัน

ไม่ใช่แค่โยกย้าย ต้องรื้อโครงสร้างใหม่หมดทั้งระบบ ตม.


ทีมข่าวอาชญากรรม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้