วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กาลานุกรม (การเมือง) สยาม

กาลานุกรม (การเมือง) สยาม

โดย บาราย
6 ก.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

ความเปลี่ยนแปลงประดามีทางการเมือง ที่เกิดขึ้นให้เห็นตรงหน้า...มักมีคำถาม แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป...แต่หากได้ย้อนหลังไปค้นเรื่องราวเก่าๆ...อย่างจากหนังสือ กาลานุกรมสยามประเทศไทย 2485–2554 (ชาญวิทย์ เกษตรศิริ บก. โพสต์บุ๊กส์ มี.ค.2555) ก็จะได้คำตอบว่า เรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว

8 พ.ย.2490 คณะนายทหารได้ทำการยึดอำนาจคณะรัฐบาล ของ พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ โดยไม่มีการนองเลือดใดๆ และได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2489

การยึดอำนาจเริ่มในเวลา 02.00 น. ได้เปลี่ยนอำนาจการปกครองมาอยู่ในมือของคณะรัฐประหาร นำโดยอดีตนายทหารผ่านศึก สงครามรัฐฉาน ในปี 2485 พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ และ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์

โดยได้รับการสนับสนุนจากอดีตนายก รัฐมนตรีจอมพล ป.พิบูลสงคราม

คณะรัฐประหารแถลงว่า การยึดอำนาจครั้งนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพราะต้องการปกป้องพระเกียรติยศของพระราชวงศ์ และเพื่อการกวาดล้างการฉ้อราษฎร์ บังหลวง ที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับรัฐธรรมนูญไทย ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงลงพระ ปรมาภิไธย

โดยทรงเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์

และหัวหน้าคณะรัฐประหาร ได้แต่งตั้งรัฐบาลชั่วคราว นำโดยนายควง อภัยวงศ์ และประกาศจะจัดให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ ในเดือน ม.ค.2491

6 เม.ย.2491 คณะรัฐประหาร สร้างความประหลาดใจให้กับประชาชนชาวไทย เมื่อได้จี้ให้ นายควง อภัยวงศ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คณะรัฐประหารกล่าวว่า ไม่ค่อยพอใจกับการทำงานของรัฐบาลนายควง โดยเฉพาะความล้มเหลวในการลดค่าครองชีพ

ฝรั่งเศสเป็นชาติแรกที่ให้การรับรองรัฐบาลจอมพล ป. ส่วนสหรัฐอเมริกายังไม่มีปฏิกิริยาใด ยังคงจับตาดูการเมืองของประเทศไทยอย่างระมัด ระวัง แต่ในที่สุด สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ก็ตกลงให้การรับรองรัฐบาลชุดใหม่

1 เม.ย.2492 ตามคำสั่งของจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่จะต้องตั้งหาบเร่ที่ตลาด หรือในพื้นที่ที่จัดสรรให้ ห้ามวางสินค้าจำหน่ายบนทางเท้า

ขณะนั้นมีหาบเร่ที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้วประมาณ 11,154 คน พื้นที่ที่ทางการจัดไว้ให้อยู่ในชุมชนของกรุงเทพฯ คือบริเวณสะพานเทเวศร์ ท่าเตียน ลานหน้าโรงไฟฟ้าสามเสน และอีกแห่งหนึ่งที่ถนนวรจักร

16 ม.ค.2493 เครื่องบินลำสุดท้ายจากทั้งหมด 11 ลำ ซึ่งขนทองคำแท่งของประเทศไทย ออกเดินทางจากญี่ปุ่น มุ่งหน้าสู่สหรัฐอเมริกา เพื่อเก็บไว้เป็นกองทุนสำรอง ทองคำที่ขนส่งโดยเครื่องบินพาณิชย์ครั้งนี้ มีมูลค่า 43.7 ล้านดอลลาร์ ถือว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์

ทองคำเหล่านี้เป็นสิ่งที่ญี่ปุ่นจ่ายให้แก่ไทยเป็นค่าปฏิกรรม ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

3 ม.ค.2494 รัฐบาลไทยและอังกฤษได้มีข้อตกลงร่วมกันว่า ประเทศไทยจะต้องจ่ายเงินจำนวน 5 ล้านปอนด์ เป็นค่าชดเชยความเสียหายแก่ทรัพย์สินและผลประโยชน์ของอังกฤษที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ตอนแรกอังกฤษเรียกร้องค่าปฏิกรรมสงครามจากไทยเป็นเงิน 12 ล้านปอนด์ แต่ต่อมาได้หัก 8 ล้านปอนด์ออกจากทรัพย์สินของไทยที่ถูกอายัดไว้ที่อังกฤษ

29 มิ.ย.2494 นายกรัฐมนตรี จอมพล ป.พิบูลสงคราม ถูกจับกุมโดยทหารเรือในพิธีรับมอบเรือขุดสันดอน แมนฮัตตัน จากรัฐบาลสหรัฐฯ

กลุ่มทหารเรือก่อการอย่างรวดเร็ว หลังจอมพล ป.กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีรับมอบเรือ แล้วนำไปควบคุมไว้ใน ร.ล.ศรีอยุธยา ซึ่งจอดลอยลำอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา

29 พ.ย.2494 เกิดการรัฐประหารเงียบ ส่งผลให้คณะรัฐบาล สภาสูง สภาล่าง และรัฐธรรมนูญต้องถูกยุบ ขณะที่ประชาชนยังงง ใครรัฐประหารใคร

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ออกอากาศว่า ผู้นำรัฐประหารได้แต่งตั้งให้จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งถูกล้มอำนาจ กลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกครั้ง

ต่อมาจึงเป็นที่เปิดเผยว่า คณะรัฐประหาร ก็คือกลุ่มนายทหาร ตั้งแต่ พล.อ.ผิน ชุณหะวัณ พล.ท.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ พล.ต.อ.ฟื้น รณนภากาศ

คณะรัฐประหารเงียบ ฉีกรัฐธรรมนูญ ปี 2492 ที่เขียนขึ้นเองทิ้ง นำรัฐธรรมนูญฉบับ 10 ธ.ค.2475 กลับมาปรับใช้

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีสภาระบบสภาเดียว คณะบริหารประเทศชั่วคราว แต่งตั้งสมาชิกสภาจำนวนครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นนายทหาร ให้ทำหน้าที่นิติบัญญัติไปพลาง จนกว่าจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาจำนวนครึ่งหนึ่งภายใน 90 วัน

ที่มาของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดจากความไม่ลงรอยระหว่างสมาชิกคณะรัฐบาลฝ่ายกองทัพกับฝ่ายพลเรือน หลังกบฏแมนฮัตตันล้มเหลว ฝ่ายพลเรือนพยายามขัดขวางความพยายามที่จะรวบอำนาจของฝ่ายทหาร

เมื่อมีการรัฐประหาร บทบาทของฝ่ายพลเรือนก็ปิดฉากลงไปโดยปริยาย

เรื่องราวที่ถูกคัดย่อไว้ในกาลานุกรมสยาม...ในช่วงเวลาเพียง 70 ปี ได้ชี้ว่า การรัฐประหาร การฉีกรัฐธรรมนูญ ฯลฯ ที่เคยเกิด ขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คงไม่มีใครกล้ารับรองว่า จะไม่เกิดขึ้นอีก.

O บาราย O

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้