วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มมส-ชุมชน ร่วมพลังเติมเต็ม "รากเหง้า" เยาวชนไทย "ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ"

มมส-ชุมชน ร่วมพลังเติมเต็ม "รากเหง้า" เยาวชนไทย "ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ"

โดย นายว้าก
6 ก.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

พูดถึง “การลงแขกปักดำนา” เด็กๆ รุ่นใหม่บางคนอาจจะงงๆงวยๆ ไม่รู้คืออะไร

เพื่อความกระจ่าง ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้ความหมายไว้ว่า

“การลงแขกปักดำนา” คือ “การที่เจ้าของนาจะบอกเพื่อนบ้านให้รู้ว่าจะดำนาเมื่อใด และเมื่อถึงวันที่กำหนดเจ้าของนาก็จะต้องปักธงที่ที่นาของตน เพื่อให้เพื่อนบ้านหรือแขกที่รู้จะได้มาช่วยดำนาได้ถูกต้อง ทั้งนี้เจ้าของนาจะต้องจัดเตรียมอาหารคาวหวาน สุรา บุหรี่ น้ำดื่ม ไว้รับรองด้วย และในขณะดำนาก็มีการละเล่นร้องเพลงเกี่ยวข้องระหว่างหนุ่มสาวเป็นที่สนุกสนาน และเพลิดเพลินเพื่อคลายความเหน็ดเหนื่อยได้”

ไหนๆช่วงนี้บ้านเราฝนฟ้าก็ตกกระหน่ำแบบซัมเมอร์เซล ซึ่งเหมาะกับการทำเกษตรกรรม ประกอบกับ “นายว้าก” ได้เกริ่นถึงการลงแขกปักดำนากันไปบ้างแล้ว ถ้าไม่พูดถึงกิจกรรมดีๆ ที่สร้างสรรค์ของชาว มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมลงแขกปักดำนาเฉลิมพระเกียรติ “ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ” ก็คงจะไม่อินเทรนด์

ว่าแล้วไปถามไถ่ที่มาที่ไปจากหัวเรือใหญ่ ศ.ดร.ปรีชา ประเทพา รักษาราชการแทนอธิการบดี มมส ที่สาธยายว่า “กิจกรรม “ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ” ที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น เพื่อถวายเป็นราชสักการะสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 อีกทั้งเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รักษาและอนุรักษ์ประเพณีการลงแขกปักดำนา ซึ่งเป็นรากฐานของคนไทย ตลอดจนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในองค์กร และชุมชน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในพื้นที่ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ มมส ถือเป็นภูมิปัญญาวิถีชีวิตชาวนาอีสาน เมื่อถึงฤดูการทำนา ชาวนาจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนช่วยเหลือจุนเจือกัน ช่วยกันทำนาโดยไม่มีค่าจ้างแรงงาน

แต่ปัจจุบันทุนนิยมสมัยใหม่ ทำให้แรงงานในนาขาดแคลนอย่างหนัก หลายครอบครัวต้องจ้างแรงงานจากที่อื่นมาช่วย ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ขณะที่ประเพณีลงแขกปักดำนาก็ใกล้จะสูญหายไปจากสังคมในชนบทเหลือเพียงตำนาน มมส จึงได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อสืบสานอนุรักษ์ประเพณีนี้ไว้ให้คงอยู่สืบไป”

มาฟังเสียงบรรดาวัยโจ๋ที่ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กันบ้าง เริ่มที่ “แม็กเกิ้ง” จักรวุฒิ ทองคลี่ ปี 2 เอกนาฏศิลปพื้นเมือง คณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่าอย่างอารมณ์ดี ว่า “รู้สึกปลื้มที่ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้ ทำให้เรารู้จักวิถีชีวิตของชาวนา การจับต้นกล้ามาปักดำนาทำให้เราคิด

ถึงหน้าพ่อหน้าแม่ กว่าจะได้ข้าวมาให้เรากินเหน็ดเหนื่อย ต้องใช้เวลานาน และต้องทนปวดหลังปวดขาเพียงใด กิจกรรมลงแขกปักดำนา หรือแม้แต่การเกี่ยวข้าวยังได้ความสนุกนาน ได้พบปะพี่ น้อง เพื่อนนักศึกษา ได้ดำนาไปร้องรำทำเพลงมันมีความสนุกสนาน มีความสุขที่เห็นนักศึกษา และชาวบ้านต่างมีรอยยิ้มให้กันและกัน”

ขณะที่สาวหน้าใส “พิมพ์” พิมวลี ดีสม ปี 2 คณะศิลปกรรมศาสตร์ บอกว่า “ได้ร่วมทำกิจกรรมปักดำนามาหลายปี เป็นกิจกรรมที่ดีส่งเสริมให้เยาวชนเกิดการพัฒนาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนในวัยที่มีพละกำลังกับพ่อแม่ชาวไร่ชาวนาที่เป็นเกษตรกร ซึ่งนิสิตทุกคนล้วนสนุกสนานที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง เรื่องแบบนี้บอกเป็นคำพูดได้ยาก เพราะความรู้สึกเหมือนเป็นภาพความสามัคคีที่หาได้ยาก ถือเป็นประสบการณ์นอกห้องเรียนที่หาไม่ได้ในยุคสมัยนี้”

“อ้อม” กมลรัตน์ ลีทหาร ปี 3 คณะการบัญชีและการจัดการ ร่วมแชร์ประสบการณ์ว่า “พอทราบถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ ตัดสินใจทันทีว่าเราจะเข้าร่วมกิจกรรมนี้ จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่คิดว่าเราต้องเรียนรู้ ยิ่งพอได้เข้าร่วมกิจกรรมแล้วยิ่ง รู้สึกดี ได้รับทั้งความรู้และความสนุกสนาน ทั้งยังภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อถวายเป็นราชสักการะสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และจากการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ยังมองเห็นอีกอย่างหนึ่ง คือ คนในชุมชนมีความสามัคคี มีรอยยิ้ม มีความสนุกสนานได้ร่วมแบ่งปันวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันดีงามให้กับคนรุ่นหลัง และคิดว่าการเข้ามาของนิสิตในครั้งนี้เป็นการเติมเต็มส่วนหนึ่งในชุมชน”

“นพ” นพพล แห่นพักดี ซีเนียร์คณะนิติศาสตร์ ส่งเสียงดังฟังชัดมาร่วมแจมว่า “ดีใจที่ มมส ได้จัดกิจกรรม “ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ” ขึ้น โดยให้นิสิตได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ ซึ่งได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตของชาวนา วิธีการดำนาให้เจริญงอกงามไว แข็งแรง และได้รู้ว่ากว่าจะได้ข้าวมาแต่ละเมล็ดนั้นต้องผ่านกระบวนการใดมาบ้าง ชาวบ้าน หรือทางชุมชนเองก็ได้มีส่วนร่วมในการให้คำแนะนำ และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับนิสิตทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งเป็นภาพที่ผมรู้สึกประทับใจมาก และอยากเห็นความรักความสามัคคีแบบนี้เกิดขึ้นกับทุกๆพื้นที่ของประเทศไทย”

ปิดท้ายที่ “ขิม” พัชรินทร์ ลุนคำ ปี 3 สาขาการจัดการโรงแรม คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ส่งเสียงใสๆปนอาการตื่นเต้น ว่า“รู้ว่ามีกิจกรรมนี้ก็รู้สึกสนใจ เพราะอยากเรียนรู้วิธีการลงแขกดำนา ที่ผ่านมาไม่เคยสัมผัสมาก่อน และรู้สึกดีที่ได้เป็นตัวแทนของนิสิตในการร่วมกิจกรรมดีๆ แบบนี้ นอกจากจะได้เรียนรู้ขั้นตอนการดำนา การปักดำที่ถูกต้องแล้วยังถือว่าได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่งดงามและบ่งบอกถึงความมีน้ำใจ ดีใจที่มหาวิทยาลัยให้นิสิตได้มีโอกาสเรียนรู้ชุมชน เพราะมหาวิทยาลัยถือเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน”

เห็นกิจกรรม “ปลูกวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ” ที่ได้เติมเต็มช่องว่างความรัก ความสามัคคีระหว่างชุมชนกับสถาบันอุดมศึกษาที่นับวันจะยิ่งห่างเหิน ที่สำคัญยังปลูกฝังวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เยาวชนได้มีโอกาสได้เรียนรู้แบบนี้แล้ว “นายว้าก” ขอปรบมือเป็นกำลังใจกันแบบรัวๆ
อย่างน้อยเยาวชนจะได้ไม่ลืม “รากเหง้า” ที่ดีของความเป็นไทย...ว่ามั้ย...!!!

นายว้าก/รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้